Skip to content
Home » News » กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี

กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี

กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี เศรษฐกิจ มูลค่าตามราคาตลาดของคริปโทเคอร์เรนซี โดยวันที่ 27 มกราคม 2018 หน่วยเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คริปโทเคอร์เรนซีจะใช้โดยหลักนอกสถาบันคือธนาคารและองค์กรของรัฐและมักจะแลกเปลี่ยนผ่านอินเทอร์เน็ต แม้การแลกเปลี่ยนมูลค่าแบบกระจายศูนย์นี้จะอยู่ในระยะพัฒนาการต้น ๆ แต่ก็มีโอกาสกลายเป็นตัวท้าท้ายระบบเงินตราและการแลกเปลี่ยนที่มีอยู่ โดยเดือนธันวาคม 2017 มูลค่าตามราคาตลาดของคริปโทเคอร์เรนซีมากกว่า 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 18.7 ล้านล้านบาท) และปริมาณแลกเปลี่ยนสูงสุดต่อวันได้เกิน 500,000 ล้านเหรียสหรัฐ (ประมาณ 15.6 ล้านล้านบาท) แล้ว

การแข่งขันระหว่างคริปโทเคอร์เรนซี

โดยเดือนมกราคม 2018 มีคริปโทเคอร์เรนซีกว่า 1,384 สกุล ที่อยู่ในตลาดและก็ยังมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรม

ค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมจะขึ้นอยู่กับอุปทานของสมรรถภาพเครือข่ายในเวลานั้น ๆ เทียบกับอุปสงค์ของเจ้าของเงินที่ต้องการทำธุรกรรมให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว เจ้าของเงินสามารถเลือกจ่ายค่าธรรมเนียมตามความจำเป็น และสถานีในเครือข่ายก็สามารถเลือกทำธุรกรรมตามลำดับค่าธรรมเนียมตั้งแต่สูงสุดไปยังต่ำสุด ศูนย์แลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีสามารถทำให้ง่ายสำหรับเจ้าของเงินโดยให้บริการด่วน และดังนั้น เท่ากับกำหนดค่าธรรมเนียมที่ธุรกรรมน่าจะสำเร็จตามเวลาที่ต้องการ

สำหรับคริปโทเคอร์เรนซีอีเธอร์ (ether) ค่าธรรมเนียมธุรกรรมจะต่างกันขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในการคำนวณ อัตราการส่งถ่ายข้อมูลและขนาดหน่วยเก็บข้อมูลที่ต้องใช้ เทียบกับบิตคอยน์ที่ธุรกรรมต่าง ๆ จะแข่งขันกันเพื่อการประมวลผลอย่างเท่าเทียมกัน ในเดือนธันวาคม 2017 ค่าธรรมเนียมมัธยฐานของอีเธอร์อยู่ที่ $0.33 (ประมาณ 10 บาท) เทียบกับบิตคอยน์ที่ $23 (ประมาณ 693 บาท)

ความถูกต้องตามกฎหมาย

ความถูกต้องตามกฎหมายของคริปโทเคอร์เรนซีจะต่างกันอย่างสำคัญระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยยังไม่ชัดเจนหรือยังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในหลายประเทศ แม้จะมีบางประเทศที่อนุญาตให้ใช้และแลกเปลี่ยนได้อย่างชัดแจ้ง บางประเทศก็ได้ห้ามหรือจำกัดการใช้ และคล้าย ๆ กัน องค์กรของรัฐบาลต่าง ๆ รวมทั้งศาลก็พิจารณาบิตคอยน์ต่าง ๆ กัน ธนาคารกลางจีนได้ห้ามสถาบันการเงินในจีนไม่ให้บริหารจัดการบิตคอยน์ในช่วงการยอมรับที่เกิดอย่างรวดเร็วต้นปี 2014 ในรัสเซีย แม้คริปโทเคอร์เรนซีจะถูกกฎหมาย แต่การซื้อสินค้าด้วยเงินตรานอกเหนือจากรูเบิลก็ยังผิดกฎหมาย

กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี
https://th.wikipedia.org/wiki/คริปโทเคอร์เรนซี

สถานะทางภาษีในสหรัฐอเมริกา

วันที่ 25 มีนาคม 2014 หน่วยเก็บภาษีสหรัฐ (IRS) ได้ตัดสินว่า บิตคอย์จะปฏิบัติเหมือนกับทรัพย์สินเมื่อพิจารณาในเรื่องภาษี ซึ่งก็หมายความว่า อาจจะถูกเก็บภาษีกำไรส่วนทุน ในงานศึกษาปี 2014 นักวิจัยได้แสดงว่า บิตคอยน์มีลักษณะบางอย่างเหมือนกับโลหะมีค่ามากกว่าเงินปกติ ดังนั้น จึงเข้ากับการตัดสินใจของ IRS แม้จะมีเหตุผลต่างกัน โดยเป็นการตอบสนองต่อการตัดสินใจของ IRS จึงเกิดองค์กรต่าง ๆ มากมายเพื่อเป็นเสียงให้แก่ผู้บริโภค ตัวอย่างเด่นที่สุดก็คือ Cryptocurrency Alliance ในวอชิงตัน ดี.ซี. ที่มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชน[56]

ยังมีปัญหาทางกฎหมายอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลต่าง ๆ โดยตรง เช่น เงินสกุล Coinye ได้ใช้นักร้องแร็ป คานเย เวสต์ เป็นโลโกโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อได้ยินถึงแผนการวางตลาดเงินสกุล Coinye ซึ่งดั้งเดิมเรียกว่า Coinye West (ฟังคล้ายชื่อนักร้อง) ทนายของคานเยได้ส่งจดหมายเพื่อให้หยุดและงดเว้นแก่ผู้พัฒนา Coinye ในวันที่ 6 มกราคม 2014 จดหมายอ้างว่า Coinye เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า เป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต เป็นการละลายชื่อเสียง และสั่งให้ Coinye หยุดใช้ภาพเหมือนและชื่อของนักร้อง ต่อมาวันที่ 17 มกราคม Coinye ก็ถึงจุดจบ

ตัวอย่างหลักเรื่องปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีมาจากตลาดนิรนาม Silk Road ที่เจ้าของตลาดได้ซ่อนบิตคอยน์โดย “เก็บไว้ต่างหาก ๆ และ…เข้ารหัสลับ”

ปัญหาเศรษฐกิจแบบไม่ควบคุม

กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี เมื่อเงินออนไลน์ได้เพิ่มความนิยมและความต้องการเรื่อย ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นใช้บิตคอยน์ในปี 2009 ก็เกิดความกังวลว่า เศรษฐกิจแบบทั่วโลกระหว่างบุคคลต่อบุคคลและคริปโทเคอร์เรนซีจะกลายเป็นอันตรายต่อสังคม โดยเฉพาะก็คือ เงินทางเลือกเช่นนี้จะกลายเป็นเครื่องมือของผู้ทำผิดกฎหมายนิรนาม

เครือข่ายคริปโทเคอร์เรนซีมักจะไร้การควบคุมโดยกฎหมาย ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้ต้องการใช้เงินตราที่แลกเปลี่ยนกันโดยกระจายศูนย์ แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่า เป็นตัวช่วยผู้ทำผิดกฎหมายผู้ต้องการหลีกเลี่ยงภาษีและต้องการฟอกเงิน

ธุรกรรมที่เกิดผ่านการใช้และแลกเปลี่ยนเงินทางเลือกเหล่านี้จะเป็นอิสระจากระบบธนาคารทั่วไป และดังนั้น อาจทำให้หลีกเลี่ยงภาษีได้ง่ายกว่า เนื่องจากการติดตามรายได้ที่ต้องเสียภาษีจะขึ้นอยู่กับการรายงานไปยังหน่วยภาษี จึงอาจเป็นเรื่องยากมากที่จะติดตามธุรกรรมที่ใช้ระบบคริปโทเคอร์เรนซีที่มีอยู่ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อน และในบางกรณี เป็นไปไม่ได้ที่จะติดตาม ระบบนิรนามที่ระบบคริปโทเคอร์เรนซีโดยมากให้บริการ ยังสามารถใช้เป็นวิธีการฟอกเงิน คือแทนที่จะฟอกเงินผ่านเครือข่ายนิติบุคคลและบัญชีธนาคารนอกประเทศโดยวิธีที่ซับซ้อน การฟอกเงินผ่านระบบเงินทางเลือกสามารถทำได้เนื่องกับธุรกรรมที่นิรนาม

กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซี
https://th.wikipedia.org/wiki/คริปโทเคอร์เรนซี

แบงก์ชาติจีนประกาศให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ ทั้งหมด ผิดกฎหมาย

ธนาคารกลางจีนประกาศให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมดเป็นสิ่งผิดกฎหมายและต้องถูกแบนอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการส่งสัญญาณล่าสุดที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการปราบปรามสกุลเงินดิจิทัลของรัฐบาลจีน

วันที่ 25 ก.ย. 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) ประกาศให้ การทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และจะถูกกวาดล้างอย่างหนัก

เนื้อหาในแถลงการณ์ของ PBOC ที่มีการเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ทางการระบุว่า คริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด รวมถึง Bitcoin และ Tether ไม่ใช่เงินตราที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย หรือนำมาหมุนเวียนในระบบได้ ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด รวมทั้งการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านผู้ให้บริการในต่างประเทศ จึงถือว่าเป็นกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ถ้อยแถลงของ PBOC ยังระบุถึง การให้บริการซื้อขาย, จับคู่คำสั่ง, การออกโทเคนดิจิทัล ตลอดจนการออกตราสารอนุพันธ์สำหรับสกุลเงินดิจิทัล ว่านับเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดเช่นเดียวกัน โดยบริษัทการเงินและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องหยุดให้บริการเทรดคริปโทเคอร์เรนซีบนแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้ให้บริการแลกเงินต่างประเทศก็จะต้องหยุดให้บริการที่เกี่ยวข้องกับคริปโตกับประชาชนจีนด้วย

PBOC กล่าวในแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามการเก็งกำไรในสกุลเงินดิจิทัล และกิจกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่มีความเหมาะสมอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชน และรักษาระเบียบทางเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม” พร้อมเสริมว่า PBOC ได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล และสามารถระงับการลงทุนแบบเก็งกำไรได้

การออกแถลงการณ์ดังกล่าว นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการเดินหน้ากวาดล้างสกุลเงินดิจิทัลของรัฐบาลจีน โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารจีนได้ออกคำสั่งห้ามสถาบันการเงินให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี และเข้าทลายเหมืองบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลเสฉวนมาแล้ว