Skip to content
Home » News » กลับมาสู่แอปเปิล สตีฟ จอบส์

กลับมาสู่แอปเปิล สตีฟ จอบส์

กลับมาสู่แอปเปิล
https://th.wikipedia.org/wiki/สตีฟ_จอบส์

กลับมาสู่แอปเปิล สตีฟ จอบส์ ในปีค.ศ. 1996 แอปเปิลได้ซื้อกิจการบริษัทเน็กซ์ คอมพิวเตอร์ด้วยราคา 402ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำจอบส์กลับมาสู่บริษัทที่เขาก่อตั้งเอาไว้ ในปีค.ศ. 1997 เขาได้กลายเป็นผู้บริหารระดับสูง”ชั่วคราว”ของแอปเปิล หลังจากที่ผู้จัดการหลายคนเสียความเชื่อมั่นในตัว จิล อะเมลิโอ ผู้บริหารระดับสูงในขณะนั้นที่ถูกถอดออก ในช่วงที่กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำของแอปเปิล จอบส์เรียกชื่อตำแหน่งของเขาว่า “ไอซีอีโอ” (iCEO)

และในปี 1997 สตีฟ จอบส์ ก็ กลับมาสู่แอปเปิล มารับตำแหน่ง CEO อีกครั้ง หลังจากที่โดน Apple ไล่ออกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว และหลังจากที่เขาถูกเรียกตัวกลับมากอบกู้ บริษัท Apple สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ เขาสั่งปลดคณะกรรมการบริหารชุดเก่าออกเกือบทั้งหมด เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าผู้นำชุดเก่าบริหารได้ดี บริษัทก็คงไม่เกิดปัญหาเหล่านี้

และสตีฟ จอบส์ ก็ต้องการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา จึงต้องเร่งสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่บริษัท ในฐานะ CEO เขาตัดสินใจเข้าไปเจรจากับ Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft เพื่อเสนอให้มาลงทุนใน Apple ด้วยเงินจำนวน 150 ล้านดอลล่าร์ฯ โดยมีข้อตกลงกันว่า ทาง Microsoft ยินยอมที่จะให้ใช้ Microsoft Office ในเครื่อง Mac เป็นเวลา 5 ปี

และทาง Apple เองก็จะทำให้ Internet Explorer เป็นเว็บบราวเซอร์เริ่มต้นในเครื่อง Mac เช่นกัน (ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงการไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรในวงการของธุรกิจ) ซึ่งข้อตกลงก็เป็นไปได้ด้วยดี เพราะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย และทาง Microsoft เองก็เล็งเห็นว่า จะทำให้คู่แข่งอย่าง Apple อ่อนแอลง

และไม่ผูกขาดทางการตลาดไปซะก่อน และในระหว่างที่ทาง Apple เองนั้น ก็ได้เงินสดเข้ามาในบริษัทเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รอดพ้นจากวิกฤตการล้มละลาย

ในปี 1998 หลังจากที่ Apple ได้เทคโนโลยีของ NeXT มาแล้ว จึงเริ่มออกสินค้าใหม่ ๆ เช่น iMac จนกลายเป็นที่นิยม ทาง Apple จึงได้ขยายกิจการด้วยการเปิดตัว iPod เครื่องเล่นเพลง mp3 ที่มีวลีเด็ดในการเปิดตัวสินค้าว่า “1000 Songs in Your Pocket” (หนึ่งพันเพลงในกระเป๋าคุณ)

และเบื้องหลังความสำเร็จของ iPod นั้นก็คือ iTune ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับโหลดเพลงดิจิตอล ซึ่งในสมัยนั้น ใคร ๆ ต่างก็ไม่เชื่อว่า ค่ายเพลงจะยินยอมเรื่องของลิขสิทธิ์เพลง จากในแผ่นซีดีมาลงระบบออนไลน์ได้ แต่ด้วยความที่ สตีฟ จอบส์ นั้นมองการณ์ไกล จึงทำให้แม้ว่าเจ้าอื่น ๆ จะทำเครื่องฟังเพลงออกมา แต่ก็สู้ไม่ได้ เพราะไม่มีแพลตฟอร์มอย่าง iTune ที่หนุนอยู่เบื้องหลัง

ด้วยการซื้อกิจการของเน็กซ์ เทคโนโลยีหลายตัวของบริษัทได้แจ้งเกิดในผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mac OS X ที่พัฒนามาจาก NeXTSTEP ภายใต้การนำของจอบส์ บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมากด้วยการเปิดตัว ไอแมค (iMac) นับแต่นั้นเป็นต้นมา การออกแบบที่ดึงดูดใจ และยี่ห้อสินค้าที่มีพลังเป็นผลดีต่อแอปเปิลอย่างยิ่ง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ ได้ขยายกิจการไปหลายสาขา ด้วยการเปิดตัวไอพ็อด เครื่องเล่นดนตรีขนาดพกพา ไอทูนส์ ซอฟต์แวร์สำหรับดนตรีดิจิทัล รวมไปถึงร้านดนตรีไอทูนส์ แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องการยึดหัวหาดด้านอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ส่วนบุคคล และร้านขายดนตรีออนไลน์ ด้วยแรงผลักดันทางนวัตกรรม

ในเวลาต่อมา สตีฟ จอบส์ก็ยังได้ขยายกิจการด้วยการออก iPhone และ iPad ออกมา ซึ่งกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน นั่นก็คือ กลายเป็นปรากฏการณ์ของสมาร์ทโฟน ที่ไม่มีปุ่มกด แต่ใช้ระบบสัมผัสแทน ทำให้ผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่หลายเจ้าต้องสั่นคลอน เพราะเชื่อมั่นมากเกินไปว่าโทรศัพท์ที่ตนเองมีอยู่นั้นเจ๋งมากพอแล้ว

จนทำให้หลาย ๆ บริษัทค่ายยักษ์ใหญ่ของมือถือหลายเจ้าต้องปิดตัวลง เพียงเพราะไม่สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันได้

จอบส์มักจะเตือนพนักงานของเขาว่า “ศิลปินที่แท้จริงต้องส่งงาน” ซึ่งหมายความว่าการจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงเวลานั้น มีความสำคัญพอ ๆ กับนวัตกรรมและการออกแบบที่โดนใจผู้ใช้

จอบส์ทำงานที่บริษัทแอปเปิลเป็นเวลาหลายปีติดกันด้วยค่าจ้างรายปีเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ และนั่นทำให้เขาได้ถูกบันทึกไว้ในสถิติโลกกินเนสส์ว่า เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับค่าจ้างต่ำที่สุดในโลก ในการเป็นองค์นำปาฐกถาที่งานแมคเวิลด์เอกซ์โป (Macworld Expo) ในนครซานฟรานซิสโก บริษัทได้ตัดคำว่า “ชั่วคราว” ออกจากตำแหน่งของเขา

แต่เงินค่าจ้างของเขาที่แอปเปิลก็ยังคงเป็น 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แม้ว่าเขาจะได้รับของขวัญพิเศษจำนวนมากที่สร้างรายได้แก่เขาจากคณะกรรมการบริหารตามธรรมเนียม รวมถึงเครื่องบินเจ็ต Gulfstream V มูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีค.ศ. 1999 และหุ้นมูลค่าเกือบ ๆ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากหุ้นปุริมสิทธิ์ในปีค.ศ. 2000 – ค.ศ. 2002

ดังนั้น จอบส์จึงได้รับค่าตอบแทนอย่างงามสำหรับความพยายามของเขาที่แอปเปิล แม้จะได้ชื่อว่ามีค่าจ้างเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐก็ตาม

จอบส์ได้รับทั้งคำชื่นชมและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับทักษะด้านการขายและดึงดูดใจผู้บริโภคของเขา ซึ่งถูกแทนที่ด้วยคำว่า “พื้นที่ที่ความจริงถูกบิดเบือน” ซึ่งเห็นได้ชัดอย่างยิ่งระหว่างที่เขากล่าวปราศรัยในงานแมคเวิลด์เอกซ์โป เกราะกำบังด้วย “พื้นที่ที่ความจริงถูกบิดเบือน” เป็นคำเปรียบเปรย ที่ใช้กับแอปเปิลด้วยในช่วงที่ราคาสินค้าไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

ในขณะที่เครื่อง G4 cube มีราคาแพงเกินไป บริษัทก็ยังตัดสินใจสวนกระแสความต้องการของตลาด ด้วยการกำจัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลอกแบบจากเครื่องแมคอินทอช การตัดสินใจของจอบส์ไม่ได้รับฉันทมติจากคนส่วนใหญ่ไปเสียทุกเรื่อง เป็นต้นว่า ความพยายามทางการตลาดของแอปเปิลในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 ที่เป็นเลิศในแง่เทคนิค

แต่กลับเป็นแนวคิดแปลกแยกในหมู่นักลงทุนที่เล่นหุ้นของบริษัท ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หันไปซื้อหุ้นของไอบีเอ็ม ส่งผลให้ราคาหุ้นของแอปเปิลตกลงฮวบฮาบ ไมโครซอฟท์ก็ซ้ำเติมการเสียตำแหน่งผู้นำของแอปเปิลด้วยการพัฒนาส่วนประสานผู้ใช้แบบกราฟิกส์ของตัวเองขึ้นมา ใช้ชื่อว่า ไมโครซอฟท์วินโดวส์ ซึ่งก็บดบังความร้อนแรงของหุ้นแอปเปิลและครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในที่สุด