Skip to content
Home » News » กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูต

กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูต

กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูต
https://www.bbc.com/thai/thailand-59279100

กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตเยอรมนี โดยใช้เส้นทางผ่านแยกราชประสงค์ แกนนำระบุว่าต้องการเดินทางไปยื่นหนังสือ แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ ผู้ชุมนุมรายหนึ่งถูกยิงกลางอก บริเวณหน้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และต่อมาได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเวลา 16.00 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในแกนนำกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ ได้กล่าวปราศรัยต่อมวลชน ชุมนุมที่แยกปทุมวันเพื่อแสดงจุดยืนว่าต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมกับประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนพระราม 4 โดยจะเดินทางผ่านถนนพระราม 1 ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผ่านแยกราชประสงค์

กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ส่วนหนึ่งในการปราศรัยเขาระบุว่า การออกมาชุมนุมครั้งนี้เพื่อมาปกป้องการเมืองไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ต่อมาในเวลา 17.05 น. มวลชนได้เดินทางมาถึงแยกเฉลิมเผ่า ซึ่งมีขบวนเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอยู่พร้อมกับรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีความพยายามที่เจรจาเพื่อขอเปิดทางให้กลุ่มมวลชนเลี้ยวขวาไปยังถนนอังรีดูนังต์ แทนการเดินผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเดอะ รีพอร์ตเตอร์รายงานผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ว่ามีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง 1 ราย บนถนนอังรีดูนังต์ แต่ไม่ได้ระบุถึงที่มาของกระสุน 

ขณะที่ช่างภาพข่าวพิเศษของบีบีซีไทยรายงานว่า ผู้ชุมนุมคนดังกล่าวถูกยิงกลางอก บริเวณหน้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแล้ว

การเดินขบวนใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ส่งตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมนี โดยเนื้อหาว่าด้วยการเรียกร้องให้รักษาปกครองระบอบประชาธิปไตยในไทย และต่อมาเวลา 18.45 น. แกนนำประกาศยุติการชุมนุม

กลุ่มไม่เอาระบอบฯ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูต
https://www.bbc.com/thai/thailand-59279100

จำต้องเปลี่ยนจุดชุมนุม เพราะ ตร. ตรึงกำลังในพื้นที่แน่น 

กลุ่มดังกล่าวจะไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ตามที่ตั้งเป้าว่าจะนัดรวมตัวทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเวลา 15.00 น. ก่อนที่จะเดินขบวนไปยังสนามหลวง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็กและตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้ต้องเปลี่ยนจุดนัดชุมนุมมาเป็นแยกปทุมวันแทน

กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถูกเปิดตัววานนี้ (13 พ.ย.) โดยแกนนำเครือข่ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน นำโดย น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายกรกช แสงเย็นพันธ์ จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย น.ส.กตัญญู หมื่นคำเรือง จากกลุ่มทะลุฟ้า นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ จากกลุ่มรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. นายธัชพงศ์ แกดำ จากกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ น.ส. ฉัตรรพี อาจสมบูรณ์ จากกลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย

กิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นการจัดการชุมนุมครั้งใหญ่ครั้งแรก ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 เข้าข่ายการล้มล้างการปกครอง ซึ่งทั้ง น.ส. ปนัสยา และแนวร่วมต่างเห็นคัดค้านกับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมการสะกัดการชุมนุมอย่างเข้มข้น ด้วยการปิดกั้นถนนทางเข้าที่มุ่งหน้าไปยังสถานจัดชุมนุมและเส้นทางถนนราชดำเนินไปยังสนามหลวง

เว็บไซต์มติชนรายงานว่า บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ก่อนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์เคลื่อนที่เร็ว รถฉีดน้ำแรงดันสูง (จีโน่) รถควบคุมผู้ต้องหา และตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้ามาประจำการในพื้นที่ด้วย

แม้ว่าจะผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 30 นาทีจากกำหนดการเดิม แต่กิจกรรมยังไม่เริ่มต้นขึ้น เนื่องจากยังคงรอมวลชนที่กำลังทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่่ตำรวจอนุญาตให้ปิดช่องทางการจราจรบนถนนพระรามที่ 1 และถนนพญาไท ขณะที่มวลชนส่วนหนึ่งรวมตัวกันที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. นายธัชพงศ์ แกดำ หนึ่งในแกนนำกลุ่มซัพพอร์ตเตอร์ไทยแลนด์ ได้กล่าวปราศรัยต่อมวลชน ชุมนุมที่แยกปทุมวันเพื่อแสดงจุดยืนว่าต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมกับประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ถนนพระราม 4 โดยจะเดินทางผ่านถนนพระราม 1 ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผ่านแยกราชประสงค์

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนตั้งขบวนตั้งรับที่แยกเฉลิมเผ่าเพื่อตั้งรับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะเป็นอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ยังมีศูนย์การค้าและศูนย์ราชการ

เกิดความวุ่นวายในช่วงเช้า 

ก่อนกำหนดการนัดการชุมนุมในช่วงบ่ายนี้ เกิดเหตุความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อเวลา 11.40 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเข้าค้นบ้านกลุ่มทะลุฟ้า โดยอ้างว่าต้องการค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย หรือ ทำให้แพร่เชื้อโควิด-19 มีรายงานว่าตำรวจหนึ่งนายเข้าไปตรวจค้นเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ยิดสิ่งของสิ่งใดไป

ขณะที่ เพจ We Volunteer ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในวันนี้ ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายได้ทำการเฝ้าระวังและจับตาการเคลื่อนไหวของสมาชิกทีม We volunteer บริเวณหน้าบ้านพัก 

ที่มาของการจัดชุมนุมวันนี้ (14 พ.ย.) 

กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังวานนี้ (13 พ.ย.) กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มปฏิรูปสถาบัน รวมถึงองค์กร-เครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ร่วมกันแถลงในนาม “กลุ่มไม่เอาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” พร้อมอ่านแถลงการณ์ต่อต้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีล้มล้างการปกครอง

น.ส.ปนัสยา อ่านคำแถลงการณ์โดยยืนยันข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ 10 ข้อ ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในขณะเดียวกันเนื้อหาในแถลงการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญของกลุ่มด้วย เนื่องจากพวกเขามองว่าเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง และเป็นการใช้อำนาจเกิดขอบเขต ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกเขาจึงไม่ยอมรับคำสั่งศาลว่าเป็นที่สุดและไม่ผูกพันกับองค์กรใด 

ตร. ดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมย้อนหลังเป็นจำนวนกว่า 1,200 คดี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) ว่า ที่ผ่านมา ในการบังคับกฎหมายจะต้องดูความเหมาะสมและความจำเป็นต่อสถานการณ์ อยากจะฝากว่า ผู้ยังมีแนวความคิดจะออกมาชุมนุมหรือ ออกมามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงกับการผิดกฎหมาย ก็อยากจะให้เลิกเสีย ในประเด็นเรื่องการปลุกปั่นหรือนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ ที่บิดเบือนหรือเฟคนิวส์ (ข่าวลวง) ก็ดีในสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่าง ๆ อยากจะให้ละเว้นเอาไว้ แม้ว่าท่านจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิด ซึ่งความคิดเหล่านั้นก็คงไม่สามารถละเมิดสิทธิผู้อื่นใด หรือ องค์กรใด ๆ ได้ที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ตร. จะมีการดำเนินคดีตามหลังอยู่แล้วหากพิจารณาจากการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมนับตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. 2563 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินคดีไปแล้ว 785 คดี หากรวมทั่วประเทศประมาณ 1,200 คดี