Skip to content
Home » News » การปิดกั้นเบอร์ลิน

การปิดกั้นเบอร์ลิน

การปิดกั้นเบอร์ลิน
https://th.wikipedia.org/wiki/การปิดกั้นเบอร์ลิน

การปิดกั้นเบอร์ลิน (อังกฤษ: Berlin Blockade) เป็นหนึ่งในวิกฤตการณ์หลักของสงครามเย็น ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1948- 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 ประเทศมหาอำนาจที่ชนะสงครามโลกครั้งที่สองได้เข้ายึดครองประเทศเยอรมนี สหภาพโซเวียตซึ่งยึดครองกรุงเบอร์ลิน อยู่ในเวลานั้นตั้งด่านปิดกั้นถนนไม่ให้สามมหาอำนาจฝ่ายตะวันตก (สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส)

เข้าถึงกรุงเบอร์ลินได้ วิกฤตการณ์นี้คลี่คลายลงหลังจากมหาอำนาจฝ่ายตะวันตกร่วมกันจัดตั้ง การขนส่งทางอากาศที่เบอร์ลิน (Berlin Airlift) โดยเป็นการส่งเสบียงอาหารและถ่านหินให้ในตัวเมืองเบอร์ลินตะวันตก การขนส่งทางอากาศในครั้งนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขนส่งเสบียงสู่พื้นที่ของฝ่ายตะวันตก และยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางอากาศของฝ่ายตะวันตกอีกด้วย

เป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากข้อตกลง ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต อังกฤษ ฝรั่งเศส ในการประชุมที่ยัลตา (Yalta Conference) และปอตสดัม (Potsdam Conference) แบ่งเยอรมนีและเบอร์ลินเป็น 4 เขตยึดครอง

มีคณะผู้บริหารร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรที่พยายามบริหาร และพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ขณะที่สหภาพโซเวียตเน้นระบอบคอมมิวนิสต์ ในเดือนมีนาคม ค.ศ.1948 สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศสดำเนินการปฏิรูปเงินตรา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กลับมีผลให้สหภาพโซเวีนตเสียหาย เพราะประชาชนในเยอรมนี และเบอร์ลินตะวันออกต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงในเขตของตนตามนั้นบ้าง

สหภาพโซเวียตจัดการสกัดกั้นโดยการปิดล้อมเบอร์ลินในวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1948 จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1949 เป็นการทดสอบกำลังของพันธมิตรสามประเทศ ฝ่ายตะวันตกพยายามไม่ให้มีการใช้กำลัง โดยการนำเรื่องเสนอองค์การสหประชาชาติ และใช้เครื่องบินลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค ส่งให้ชาวเบอร์ลินตะวันตกตลอดเวลาของการปิดล้อม 11 เดือน ซึ่งนักบินสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศสต้องบินถึง 277,728 เที่ยว

รวมน้ำหนักส่งของ 2,343,301ตันด้วยความร่วมมืออย่างดีของชาวเบอร์ลินตะวันตก ฝ่ายโซเวียตก็ไม่ได้ดำเนินการรุนแรงอย่างอื่น เพราะยังไม่มั่นใจในสมรรถนะของตนเต็มที่ จึงได้แต่ปล่อยให้ความขัดแย้งดำเนินต่อมา จนต้องแบ่งเขตปกครองจากกัน คือส่วนยึดครองของมหาอำนาจตะวันตก

จัดตั้งเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany) หรือเยอรมนีตะวันตกในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ.1949 ด้านสหภาพโซเวียตก็ประกาศจัดเขตยึดครองของตน เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (German Democratic Republic) หรือเยอรมนีตะวันออกในวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.1949

วิกฤตการณ์เบอร์ลิน(The Berlin Blockade) เบอร์ลินถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนแบ่งเขตยึดครองคือ ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้ส่วนยึดครองทางเบอร์ลินตะวันตกและเยอรมนีตะวันตก สหภาพโซเวียตได้เบอร์ลินส่วนตะวันตกและเยอรมนีตะวันตก เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองสหภาพโซเวียตได้ประกาศปิดล้อมเบอร์ลินไม่ให้สัมพันธมิตรเข้าออกเบอร์ลินในวันที่ 19 มิถุนายน 1948 ถึง พฤษภาคม 1949

มิให้มีการติดต่อกับภายนอก เพื่อบังคับให้มหาอำนาจตะวันตกละทิ้งเบอร์ลิน โดยปิดเส้นทางคมนาคมทางบก ทางน้ำ ตัดกระแสไฟฟ้าประเทศสัมพันธมิตรและคณะมนตรีความมั่นคงแก้ปัญหาโดยการใช้เครื่องบินบรรทุกเครื่องอุปโภคบริโภคไปโปรยให้ชาวเบอร์ลินตะวันตกเป็นเวลากว่า 1 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแบ่งแยก เยอรมันนีเป็น 2 ประเทศและแบ่งเบอร์ลินเป็น 2 ส่วนอย่างถาวร

ใน ค.ศ.1949 เยอรมนีตะวันตกได้ตั้งเป็นประเทศ ชื่อว่า สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันและสหภาพโซเวียตได้ตั้งเขตปกครองของตนในเยอรมนีตะวันออกเป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน เมื่อแบ่งประเทศแล้ว ชาวเยอรมนีตะวันออกได้อพยพมาอยู่ในเขตตะวันตกมากขึ้นตลอดเวลา ทำให้รัสเซียต้อง สร้างกำแพงยาวกว่า 27 ไมล์ กั้นระหว่างเบอร์ลินใน ค.ศ.1961 เรียก กำแพงเบอร์ลิน

การปิดกั้นเบอร์ลิน
https://sites.google.com/site/coldwarsngkhramyen/4-wikvtkarn-bexrlin-the-berlin-blockade

กำแพงเบอร์ลินสร้างในปี ค.ศ. 1961 แบ่งเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออก ออกจากกัน เป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของสงครามเย็น และถูกทำลายไปเมื่อ ค.ศ. 1989 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1990 โดยมิคาอิล กอบาชอฟ ยินยอมให้เยอรมันทั้งสองตัดสินใจอนาคตตนเอง โดยสหภาพโซเวียตจะไม่เข้าแทรกแซงจึงมีการรวมเยอรมันเป็นประเทศเดียวกันอย่างเป็นทางการ เรียกว่า สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

การปิดกั้นเบอร์ลิน
https://www.akcsys.org/master/index.php?topic=618.0

ในเยอรมนีตะวันออก กำแพงเบอร์ลิน คือ แนวเขตแดนที่มั่นคง และสัญลักษณ์ของการต่อต้านทุนนิยม แต่สำหรับโลกเสรีแล้ว มันคือ สัญลักษณ์ของความขัดแย้งระหว่างระบบทุนนิยมของยุโรปตะวันตก ภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา กับระบบคอมมิวนิสต์ของยุโรปตะวันออก ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต หรือที่เรียกกันว่า สงครามเย็น นั่นเอง กำแพงเบอร์ลิน ทำให้กรุงเบอร์ลินฝั่งตะวันตก กลายเป็นเสมือน หน้าต่างสู่เสรีภาพ

นับตั้งแต่การสร้างกำแพงเบอร์ลิน การข้ามผ่านแดนจากเยอรมนีตะวันออก ไปยังเยอรมนีตะวันตก กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากมีการฝ่าฝืนและถูกพบเห็น มีโทษสถานเดียว คือ การยิงทิ้ง ณ บริเวณกำแพงนั่นเอง ตลอดระยะเวลา 28 ปี คาดว่ามีผู้เสียชีวิตที่กำแพงเบอร์ลินขณะหลบหนีระหว่าง 137 ถึง 206 คน