Skip to content
Home » News » การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต เป็นกระบวนการของการสลายตัวภายในประเทศของสหภาพโซเวียต ซึ่งเริ่มต้นด้วยความไม่สงบที่เพิ่มมากขึ้นในสาธารณรัฐต่าง ๆ ซึ่งพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องระหว่างสาธารณรัฐต่าง ๆ กับรัฐบาลกลาง และสิ้นสุดลงเมื่อผู้นำของสามสาธารณรัฐหลัก (สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน และสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเบียโลรัสเซีย) ได้ประกาศว่าสหภาพสิ้นสุดการดำรงอยู่ ร่วมกับอีกสิบเอ็ดสาธารณรัฐในเวลาต่อมา ส่งผลให้ประธานาธิบดี มีฮาอิล กอร์บาชอฟ ต้องลาออกและส่วนที่เหลืออยู่ของรัฐสภาโซเวียตได้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

ความล้มเหลวของการก่อรัฐประหารเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 เมื่อรัฐบาลโซเวียตและชนชั้นนำทางทหารได้พยายามที่จะโค่นล้มกอร์บาชอฟและหยุดยั้ง “การเดินสวนสนามแห่งอำนาจอธิปไตย” ทำให้รัฐบาลในกรุงมอสโกสูญเสียอิทธิพลส่วนใหญ่ และสาธารณรัฐหลายแห่งต่างประกาศเอกราชในวันและเดือนต่อมา การแยกตัวของรัฐบอลติก (ซึ่งเป็นรัฐกลุ่มแรกที่ประกาศอำนาจอธิปไตยและต่อมาประกาศเอกราชอย่างเต็มรูปแบบ) ได้รับการรับรองในเดือนกันยายน พ.ศ. 2534 ข้อตกลงเบโลเวจได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม โดยประธานาธิบดี บอริส เยลต์ซิน แห่งรัสเซีย ประธานาธิบดี Leonid Kravchuk แห่งยูเครน และประธาน Stanislav Shushkevich แห่งเบลารุส โดยได้รับรองเอกราชของกันและกันและก่อตั้งเครือรัฐเอกราช สาธารณรัฐที่เหลือยกเว้นจอร์เจียได้เข้าร่วมเครือรัฐเอกราชเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม โดยลงนามในคำประกาศอัลมา-อาตา

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต
https://sites.google.com/site/dasecape/soviet-7

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ประธานาธิบดีมีฮาอิล กอร์บาชอฟ ได้ลาออก พร้อมกับประกาศว่าตำแหน่งของเขาได้จบสิ้นแล้ว และได้ส่งมอบอำนาจ (ซึ่งรวมถึงการควบคุมด้วยรหัสการยิงหัวรบนิวเคลียร์) แก่เยลต์ซิน เมื่อตอนเย็นของวันนั้นในเวลา 19:32 น. ธงชาติโซเวียตได้ถูกชักธงลงจากเครมลินเป็นครั้งสุดท้ายและถูกแทนที่ด้วยธงชาติรัสเซียในวันรุ่งขึ้น คำประกาศ 142-เอช ของสภาสูงของรัฐสภาโซเวียตได้รับรองเอกราชและการปกครองตนเองของสาธารณรัฐโซเวียตต่าง ๆ และยุบเลิกสหภาพอย่างเป็นทางการทั้งการปฏิวัติเมื่อ พ.ศ. 2532 ในกลุ่มตะวันออกและการล่มสลายของสหภาพโซเวียตถือเป็นการยุติสงครามเย็น

ในผลพวงของสงครามเย็น อดีตสาธารณรัฐโซเวียตหลายรัฐยังคงรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียและจัดตั้งองค์กรพหุภาคีต่าง ๆ เช่น เครือรัฐเอกราช ประชาคมเศรษฐกิจยูเรเชีย รัฐสหภาพ สหภาพศุลกากรยูเรเชีย และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทหาร ในทางกลับกัน รัฐบอลติกและอดีตประเทศกลุ่มตะวันออกได้เข้าร่วมกับเนโทและสหภาพยุโรป ในขณะที่จอร์เจียและยูเครนได้ปลีกตัวจากรัสเซียและแสดงความสนใจที่จะตามไปในเส้นทางเดียวกัน

แม้ว่าการปฏิรูปก่อนหน้านั้นได้ล่าช้าลงในช่วงปี พ.ศ. 2507–2525 แต่ว่าการที่คนรุ่นใหม่ได้มีอำนาจแทนคนรุ่นเก่าก็ได้สร้างสภาวะที่เหมาะแก่การปฏิรูปขึ้นอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาที่เปลี่ยนแปลงไปก็ยังเป็นความจำเป็นหนึ่งของการปฏิรูป แม้ว่าประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ได้ล้มเลิกนโยบายประนีประนอมหลังจากที่สหภาพโซเวียตโจมตีอัฟกานิสถาน แต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตก็ได้ขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์สงครามอิรัก-อิหร่าน ในสมัยแรกของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน

มีฮาอิล กอร์บาชอฟเป็นผู้นำสหภาพโซเวียต นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2528 ไม่นานหลังคอนสตันติน เชียร์เนนโคถึงแก่อสัญกรรม กอร์บาชอฟได้ริเริ่มการปฏิรูปทางการเมืองหลายอย่างภายใต้นโยบายที่เรียกว่า กลัสนอสต์ ประกอบด้วย การลดความเข้มงวดในการตรวจพิจารณา การลดอำนาจหน่วยเคจีบี และการเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นั้นมีจุดประสงค์เพื่อกำจัดการต่อต้านการปฏิรูปทางเศรษฐกิจจากกลุ่มอำนาจอนุรักษนิยมภายในพรรคคอมมิวนิสต์ ภายใต้การปฏิรูปนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในพรรคคอมมิวนิสต์จะต้องมาจากการเลือกตั้ง (โดยสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เอง) ซึ่งเป็นการใช้ระบบนี้ครั้งแรก ท่ามกลางการคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษนิยม

https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fwatch%3Fv%3DTpjrLaYQPLM&psig=AOvVaw1eby2AYwx-gbRWmPvmrwzY&ust=1630850057594000&source=images&cd=vfe&ved=0CAsQjRxqFwoTCIDZhIe85fICFQAAAAAdAAAAABAP

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 ที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ได้มีมติเห็นชอบยกเลิกการรวมอำนาจไว้ที่พรรคคอมมิวนิสต์ นั่นหมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์ได้กระจายอำนาจสู่ประชาชนและทำให้เกิดการเลือกตั้ง ส่งผลให้อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา รัฐจำนวน 15 รัฐของสหภาพโซเวียตได้รับรองกฎหมายเลือกตั้งทั่วไป และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียในปี ค.ศ. 1991 คือ บอริส เยลซิน ได้คะแนนสูงสุดถึง 57.3% (มีการเลือกตั้งในวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1991) เนื่องจากกอร์บาชอฟมีความพยายามที่จะลดความเป็นศูนย์กลางอำนาจของสหภาพโซเวียตสหภาพโซเวียตตึงได้มีแผนจะผ่านสนธิสัญญา New Union Treaty ซึ่งจะมาแทน สนธิสัญญาการก่อตั้งสหภาพโซเวียต ปี ค.ศ. 1922 ซึ่งมีแผนจะลงนามในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1991 มีเนื้อหาแปลงสหภาพโซเวียตให้เป็นสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นผู้นำของรัฐนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม การลดความเข้มงวดในการควบคุมสื่อและความพยายามที่จะสร้างการเมืองที่เปิดกว้างมากขึ้นโดยกอร์บาชอฟ ได้ปลุกความรู้สึกชาตินิยมและต่อต้านรัสเซียในสาธารณรัฐเล็ก ๆ ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในสหภาพโซเวียต ในคริสต์ทศวรรษ 1980 เสียงที่เรียกร้องอิสรภาพจากการปกครองจากมอสโกดังขั้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะในสาธารณรัฐแถบทะเลบอลติก คือ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ที่รวมกับสหภาพโซเวียตตั้งแต่ พ.ศ. 2483 โดยโจเซฟ สตาลิน ความรู้สึกชาตินิยมนั้นก็ยังได้แพร่หลายในสาธารณรัฐอื่น ๆ เช่น ยูเครน จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน ขบวนการชาตินิยมเหล่านี้ได้เข้มแข็งขึ้นอย่างมากเมื่อเศรษฐกิจของสหภาพโซเวียตตกต่ำ รัฐบาลที่กรุงมอสโกนั้นกลายเป็นแพะรับบาปของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แสดงว่า กอร์บาชอฟนั้นได้ปลดปล่อยพลังที่จะทำลายสหภาพโซเวียตไปแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ

การปฏิรูปของกอร์บาชอฟส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่สมาชิกซ้ายจัดของพรรคคอมมิวนิสต์ และเกิดเป็นความพยายามที่จะยึดอำนาจการบริหารจากกอร์บาชอฟ เรียกการรัฐประหารครั้งนั้นว่า การรัฐประหารเดือนสิงหาคม แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากเกิดการต่อต้านจากประชาชนส่วนมากในประเทศและเยลต์ซินสามารถกู้สถานการณ์เอาไว้ได้ ผลคือ คณะรัฐประหารถูกจับกุมและถูกสังหาร สนธิสัญญาถูกเห็นชอบ หลังจากผ่านสนธิสัญญารัฐย่อยต่างๆของสหภาพโซเวียตซึ่งมีความพยายามจะแยกตัวมากก่อนหน้านี้แล้ว

ได้มีการลงประชามติเห็นชอบการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต รัฐย่อยต่างๆจึงได้แยกตัวจากสหภาพโซเวียตอย่างสมบูรณ์ ท้ายสุดในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1991 กอร์บาชอฟได้เห็นชอบโอนอำนาจการบริหารทั้งหมดจากประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียต ให้กับ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และในคืนวันนั้นธงชาติสหภาพโซเวียตได้ถูกเชิญลงจากยอดเสาที่เครมลิน อันเป็นการสิ้นสุดสหภาพโซเวียตอย่างสมบูรณ์

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95