Skip to content
Home » News » การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์

การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์

การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 จอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา เสียชีวิตในย่านพาวเดอร์ฮอร์นทางทิศใต้ของย่านกลางเมืองมินนีแอโพลิสในสหรัฐ ขณะที่ฟลอยด์ถูกใส่กุญแจมือและนอนคว่ำหน้ากับพื้นถนนระหว่างถูกจับกุม เดริก ชอวิน เจ้าหน้าที่ตำรวจมินนีแอโพลิสซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยุโรปใช้เข่ากดคอด้านหลังของฟลอยด์เป็นเวลานาน 8 นาที 46 วินาที โดย 2 นาที 53 วินาทีในระยะเวลาดังกล่าวดำเนินไปหลังจากฟลอยด์ไม่ตอบสนอง

เจ้าหน้าที่อีกสามคนคือ ทอมัส เค. เลน, ทู ทาว และเจ. อเล็กซานเดอร์ คูเอง มีส่วนร่วมในการจับกุมฟลอยด์โดยคูเองจับหลังของฟลอยด์ในขณะที่เลนจับขาของฟลอยด์ไว้ ส่วนทาวยืนดูอยู่ใกล้ ๆ การชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่า ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าฟลอยด์เสียชีวิตจากการหายใจไม่ออกเหตุบีบรัดคอหรือการขาดอากาศหายใจเหตุช่องอกถูกกดทับ แต่ผลกระทบที่ผสมกันจากความตึงเครียดระหว่างถูกควบคุมตัว โรคประจำตัวซึ่งได้แก่โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจและโรคหัวใจเหตุความดันสูง และสารมึนเมาที่อาจมีอยู่ในร่างกายของเขานั้นน่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่การชันสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ครอบครัวของฟลอยด์มอบอำนาจให้พบว่า การเสียชีวิตของฟลอยด์ “เกิดจากภาวะขาดอากาศหายใจเนื่องมาจากแรงกดทับที่คอและหลังซึ่งนำไปสู่การขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง”

การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2259926

การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากฟลอยด์ถูกกล่าวหาว่าใช้ธนบัตรปลอมในร้านขายอาหารแห่งหนึ่ง ตำรวจกล่าวว่าฟลอยด์ขัดขืนการจับกุมแต่องค์การสื่อบางแห่งให้ความเห็นว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารใกล้เคียงไม่แสดงให้เห็นว่าฟลอยด์มีพฤติการณ์เช่นนั้น คำร้องทุกข์ทางอาญาในภายหลังระบุว่า ภาพจากกล้องติดตัวตำรวจแสดงให้เห็นว่า ฟลอยด์กล่าวหลายครั้งว่าเขาหายใจไม่ออกขณะยืนอยู่นอกรถตำรวจโดยไม่ยอมเข้าไปในรถและจงใจล้มลงผู้ใกล้เหตุการณ์หลายคนบันทึกเหตุการณ์นี้ลงในโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยวิดีโอหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าฟลอยด์กล่าวซ้ำ ๆ ว่า “ขอร้องล่ะ” “ผมหายใจไม่ออก” “แม่” และ “อย่าฆ่าผม” ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในฐานช่องทางสื่อสังคมและในการแพร่ภาพกระจายเสียงของสื่อต่าง ๆเจ้าหน้าที่ทั้งสี่นายถูกไล่ออกในวันถัดมา

สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ในแง่สิทธิพลเมืองตามคำร้องขอของสำนักงานตำรวจมินนีแอโพลิส และสำนักวิเคราะห์อาชญากรรมมินนิโซตา (บีซีเอ) ก็กำลังสืบสวนความเป็นไปได้ที่จะมีการละเมิดบทกฎหมายของรัฐมินนิโซตาเช่นกัน ณ วันที่ 29 พฤษภาคม ชอวินถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาทำให้คนตายโดยไม่เจตนาฆ่า แต่เจตนาก่อให้เกิดอันตราย (third-degree murder) และข้อหาทำให้คนตายโดยประมาท (second-degree manslaughter) ไมเคิล โอ. ฟรีแมน อัยการเทศมณฑลเฮนเนพิน กล่าวว่า เขาคาดว่าจะมีการตั้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่อีกสามนายที่อยู่ในเหตุการณ์

หลังการเสียชีวิตของฟลอยด์ การเดินขบวนและการประท้วงในเขตมหานครมินนีแอโพลิส–เซนต์พอลเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม เป็นไปด้วยความสงบในช่วงแรก แต่ต่อมาในวันเดียวกันก็ลุกลามเป็นการจลาจล โดยกระจกหน้าต่างสถานีตำรวจแห่งหนึ่งถูกทุบแตก ร้านค้าสองร้านถูกวางเพลิง และร้านค้าอีกหลายร้านถูกฉกชิงทรัพย์สินและถูกทำลายผู้ประท้วงบางคนปะทะกับตำรวจซึ่งยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง การประท้วงเพิ่มเติมเกิดขึ้นในมากกว่า 100 เมืองทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐเช่นเดียวกับในประเทศอื่น ๆ การเสียชีวิตของฟลอยด์ถูกนำไปเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตของเอริก การ์เนอร์ ใน พ.ศ. 2557 การ์เนอร์ซึ่งเป็นชายผิวดำที่ไม่มีอาวุธเช่นกันได้กล่าวว่า “ผมหายใจไม่ออก” สิบเอ็ดครั้งหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กนายหนึ่งล็อกคอไว้กับพื้นระหว่างการจับกุมในเกาะสแตเทน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการตายของ “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวดำที่เสียชีวิตขณะถูกตำรวจควบคุมตัว ที่เมืองมินนิแอโปลิส สหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นว่า ก่อนตาย ฟลอยด์ ได้พูดว่า หายใจไม่ออกถึงกว่า 20 ครั้ง และยังร้องเรียกลูก รวมทั้งแม่ที่ตายไปแล้ว และบอกว่า เจ้าหน้าที่กำลังจะฆ่าเขา ก่อนที่จะเสียชีวิต

ทั้งนี้ ฟลอยด์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม หลังถูก ดีเร็ก ชอวิน ตำรวจที่เข้าจับกุมใช้เข่ากดคอเอาไว้นานเกือบ 9 นาทีจนเสียชีวิตในที่สุด การตายของฟลอยด์ทำให้เกิดกระแสการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวและการกระทำรุนแรงของตำรวจทั่วสหรัฐอเมริกา และยังกลายเป็นแรงกระตุ้นทำให้เกิดการประท้วงต้านการเหยียดผิวขึ้นทั่วโลก

คลิปวิดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า เมื่อฟลอยด์ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในตอนแรกสุดนั้น ฟลอยด์ได้ร้องขอว่าอย่านำตัวเองไปที่รถของตำรวจโดยอ้างว่าเป็นโรคกลัวที่แคบ และแสดงอาการทรมานทางกายออกมา ไม่ยอมที่จะเข้าไปในรถ แต่ตำรวจก็พยายามที่จะนำตัวฟลอยด์เข้าไปในรถ โดยฟลอยด์ถึงกับร้องไห้ออกมา พร่ำบอกว่า หายใจไม่ออกและอาจจะตายอยู่ในรถได้

ในบันทึกจากกล้องของตำรวจ ฟลอยด์ได้พูดว่า “แม่ ผมรักแม่ บอกลูกๆด้วยว่าผมรักพวกเขา ผมกำลังจะตาย” โดยฟลอยด์ได้พูดถึงผู้เป็นแม่และลูกๆ ซ้ำๆหลายครั้ง

ระหว่างที่ถูกจับตัว ฟลอยด์ยังได้บอกว่า “ได้โปรด ผมหายใจไม่ออก” ถึงกว่า 20 ครั้ง ขณะที่ตำรวจพยายามบอกให้ฟลอยด์ “ผ่อนคลาย” โดยมีตอนหนึ่ง ฟลอยด์ยืนยันว่า พวกตำรวจกำลังจะฆ่าตนทำให้ดีเร็ก ชอวิน ตำรวจที่จับตัวฟลอยด์ไว้ ตะโกนขึ้น สั่งให้ฟลอยด์ “หยุดพูด หยุดตะโกน เพราะเวลาพูดต้องใช้ออกซิเจนเยอะ”

ในบันทึกระบุว่า คำพูดสุดท้ายของฟลอยด์คือ “พวกเขากำลังจะฆ่าผม พวกเขากำลังจะฆ่าผม ผมหายใจไม่ออก”

ทั้งนี้ ชอวิน และเพื่อนร่วมงานอีก 3 คน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์การจับกุมฟลอยด์ ถูกไล่ออกจากตำรวจ พร้อมกับตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อชอวินและข้อหาช่วยเหลือและสมรู้ร่วมคิดกันกระทำฆาตกรรมกับอีก 3 รายที่เหลือ ซึ่งหากถูกตัดสินว่าผิดจริงอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 40 

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%88_%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B9%8C