Skip to content
Home » News » ก่อตั้งแอปเปิ้ล สตีป จอบส์

ก่อตั้งแอปเปิ้ล สตีป จอบส์

ก่อตั้งแอปเปิ้ล
https://www.thairath.co.th/news/foreign/1659680

ก่อตั้งแอปเปิ้ล สตีป จอบส์ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปี ค.ศ. 1974 จอบส์ได้กลับมายังรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้เริ่มเข้าประชุมชมรม”เครื่องคอมพิวเตอร์ทำเองที่บ้าน” กับ สตีฟ วอซเนียก จากนั้นก็สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิคที่ อาตาริ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และวิดีโอเกมส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

ตลอดช่วงเวลานี้ มีการค้นพบว่านกหวีดของเล่นที่แถมมาในกล่องอาหารเช้าทำจากธัญพืชยี่ห้อแคปแอนด์ครันช์ ทุกกล่อง เมื่อนำมาดัดแปลงเล็กน้อยแล้วจะสามารถทำเกิดเสียงความถี่ 2,600เฮิร์ทซ์ ที่ใช้ในระบบโทรศัพท์ทางไกลของเอทีแอนด์ทีได้

โดยไม่รอช้า ในปีค.ศ. 1974 จอบส์กับวอซเนียกได้เริ่มธุรกิจผลิตกล่อง”บลูบ็อกซ์” จากแนวความคิดดังกล่าวอันทำเราสามารถโทรศัพท์ทางไกลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ในปีค.ศ. 1976 สตีฟ จอบส์ในวัย 21 ปี กับสตีฟ วอซเนียก วัย 26 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ขึ้น ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวจอบส์ ก่อตั้งแอปเปิ้ล เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่จอบส์กับวอซเนียกได้นำเสนอออกสู่สายตาได้แก่เครื่องApple I มันถูกตั้งราคาไว้ที่ 666.66 ดอลลาร์สหรัฐ โดยนำตัวเลขมาจากหมายเลขโทรศัพท์ของเครื่องตอบโทรศัพท์เล่าเรื่องตลกขบขันของวอซเนียก ที่มีเบอร์โทรลงท้ายด้วย -6666

ในปีค.ศ. 1977 จอบส์กับวอซเนียก ได้นำเครื่องApple IIออกสู่ตลาด และประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดคอมพิวเตอร์ใช้งานในบ้าน และทำให้แอปเปิลกลายเป็นผู้ผลิตรายสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในเดือนธันวาคม ปีค.ศ. 1980

แอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นบริษัทมหาชน และการเปิดขายหุ้นให้แก่สาธารณชนผู้สนใจร่วมลงทุน ทำให้สถานภาพส่วนตัวของจอบส์สูงส่งขึ้นเป็นอันมาก ในปีเดียวกันนี้เอง แอปเปิลคอมพิวเตอร์ได้นำเครื่องApple IIIออกวางตลาด แต่กลับประสบความสำเร็จน้อยกว่าเดิม

ในขณะที่ธุรกิจของแอปเปิลกำลังเติบโตต่อไป บริษัทได้เริ่มมองหาผู้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจเพื่อมาช่วยในการขยายกิจการ ในปีค.ศ. 1983 จอบส์ได้ว่าจ้าง จอห์น สกัลลีย์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็บซี่-โคล่า ให้มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิล

โดยที่จอบส์ได้กล่าวท้าทายเขาว่า “คุณต้องการจะใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับการขายน้ำหวาน หรือว่าต้องการโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้กันแน่?” ในปีเดียวกัน แอปเปิลยังได้เปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ลิซา ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทางการตลาดแต่อย่างใด

ในปีค.ศ. 1984 เราได้เห็นการเปิดตัวเครื่องแมคอินทอช เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่มีส่วนประสานงานผู้ใช้แบบกราฟิกส์ที่ประสบความสำเร็จทางการค้า การพัฒนาเครื่องแมคริเริ่มขึ้นโดย เจฟ ราสคินและทีมงานที่ได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยซีรอกซ์พาร์ก

แต่ยังไม่มีการนำมาพัฒนาเพื่อการค้า ความสำเร็จของเครื่องแมคอินทอช ทำให้แอปเปิลเลิกพัฒนาเครื่องApple II เพื่อส่งเสริมสายการผลิตเครื่องรุ่นแมค ซึ่งยังคงยืนหยัดมากระทั่งทุกวันนี้

ในปีเดียวกันนี้นี่เอง ที่สตีฟ จอบส์ยอมรับว่า เป็นช่วงที่เขานั้นเกลียดตัวเองมากที่สุดช่วงหนึ่ง เมื่อเขาพลาดไปทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง แล้วให้กำเนิดบุตรสาวที่ชื่อ Lisa แต่ สตีฟ กลับไม่ยอมรับว่าเป็นลูกสาวของตนเอง แต่หลังจากนั้นก็ได้กลับมาสร้างสุดยอดคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งขึ้นมา โดยมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาก ณ ขณะนั้น และตั้งชื่อคอมพิวเตอร์นั้นว่า Lisa แต่ก็เกิดปัญหาภายในกับคนในทีม สตีฟ จอบส์ จึงถูกถอดออกจากโครงการ

และในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้นี่เอง ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง IBM ก็ลงเข้ามาเล่นตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของ Apple ลดลงอย่างเห็นชัด

จนในปี 1984 สตีฟ จอบส์ ก็ได้มาเข้าร่วมในโปรเจค Macintosh ที่ก่อตั้งโดย Jef Raskin ซึ่งที่มาของชื่อก็คือชื่อสายพันธุ์หนึ่งของผลแอปเปิ้ลนั่นเอง โดยโปรเจคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริษัทของ Xerox ในโครงการ Xerox Star (จริง ๆ แล้วหยิบเอามาใช้ดื้อ ๆ เลยมากกว่า)

ที่เห็นการใช้คอมพิวเตอร์ในรูปแบบผู้ใช้กราฟฟิค ซึ่งแต่เดิมคอมพิวเตอร์สมัยนั้น จะทำงานผ่านระบบคำสั่ง command แต่ในขณะที่ Macintosh นั้น เริ่มนำเมาส์เข้ามาใช้งานและสามารถใช้คลิกดำเนินการบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้แทนการพิมพ์คำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์บนคีย์บอร์ด

และเบื้องหลังความสำเร็จของการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ Macintosh นั้นนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ Macintosh โด่งดังเป็นพลุแตก นั่นก็คือ การทำการตลาดของ สตีฟ จอบส์ ที่ปล่อยวีดีโอโฆษณาที่ชื่อ “1984” ในช่วงที่แข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL Super Bowl

ที่ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ค่าโฆษณาแพงที่สุด ถ้ารวมทั้งโปรเจคนี้ก็ใช้งบประมาณร่วม ๆ 1 ล้านเหรียญฯ และหลังจากนั้นก็เกิดปรากฏการณ์ไวรัลขึ้นมา จึงทำให้เหล่าบรรดาสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เอาโฆษณาชุดนี้ กลับมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งว่ากันว่า Apple นั้น ได้ค่าออกอากาศฟรีกว่า 5 ล้านเหรียญฯ เลยทีเดียว

แต่ข่าวร้ายก็คือ ยอดขายมันไม่ได้พุ่งสูงอย่างที่คิดเอาไว้ เนื่องจาก Macintosh รุ่นแรกนั้น ยังไม่มีฮาร์ดดิสก์ ซึ่งสมัยนั้นยังใช้แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ทำงาน แถมราคาเครื่องก็สูงปรี๊ด เกินกว่าที่มวลชนจะหาซื้อมาประจำบ้านเอาไว้

จนกระทั่ง สตีฟ จอบส์ ถูกมองว่าเป็นผู้จัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ แถมยังมีบุคลิกที่คาดเดาได้ยากและมีนิสัยค่อนข้างโมโหร้าย ใคร ๆ ก็ทำงานด้วยยาก และจากผลงานที่ผ่าน ๆ มาของเขา เขาจึงถูกบีบให้ต้องลาออกจากบริษัท Apple ในวันที่ 17 กันยายน ปี 1985 ที่เขาสร้างมันขึ้นมากับมือ แถมคณะบริหารที่บีบให้เขาลาออกนั้นก็คือ CEO ที่เขาจ้างมาเองนั่นแหละ