Skip to content
Home » News » คดีบัณฑิต-ศยามล โศกนาฏกรรมความรัก

คดีบัณฑิต-ศยามล โศกนาฏกรรมความรัก

คดีบัณฑิต-ศยามล
https://www.jobbkk.com/variety/detail/2392/%27จ้างวานฆ่า%27%20กระหึ่มประวัติศาสตร์%20เปิดบันทึกรัก%20%27ศยามล%27

คดีบัณฑิต-ศยามล โศกนาฏกรรมความรัก เหยื่อสังคม ศยามล บันทึกรัก-รอยแค้น”หมอบัณฑิตถือเป็นนักโทษชั้นดี มีวิถีชีวิตในเรือนจำไม่ต่างจากนักโทษรายอื่นๆ และได้อาสาเข้าไปช่วยงานในเรือนพยาบาลแดน 6 อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังคอยรักษาพยาบาลอาการป่วยเบื้องต้นให้แก่เพื่อนๆ นักโทษที่อยู่แดนเดียวกันด้วย”

อัศวิน คุณพันธ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก”  อัศวินยืนยันด้วยว่า หมอบัณฑิตไม่มีอภิสิทธิ์เหนือนักโทษรายอื่น ชีวิตความเป็นอยู่เหมือนกับนักโทษทั่วไป ระหว่างต้องโทษอยู่ในเรือนจำสนใจเรียนหนังสือ และเพิ่งจบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 

ชีวิตของนายแพทย์อนาคตไกลต้องพลิกผันกลายมาเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ หลังจากว่าจ้างให้ บรรจบ นิลน้อย, สมหมาย สังข์เคลือบ, สมหมาย เนียมศรี และ สาธิต มีเย็น ฆาตกรรมภรรยาตัวเอง

คดีบัณฑิต-ศยามล โศกนาฏกรรมความรัก วันที่ 29 กันยายน ปี พ.ศ. 2536 เสียงเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ร้องไห้ดังจ้าระงม อยู่ภายในรถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ก-2344 ประจวบคีรีขันธ์ ที่ถูกจอดทิ้งไว้อยู่ริมถนนทางเข้าบ้านหนองปลาไหล ท้องที่หมู่ 2 ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรีเป็นช่วงเช้าที่เร่งรีบดั่งเช่นทุกวัน ผู้คนต่างเตรียมตัวเพื่อออกไปทำงาน

ในขณะที่พระภิกษุหลายรูปก็ออกมารับบิณฑบาตดั่งเช่นทุกวันจนกระทั่ง…กลุ่มพระภิกษุเดินผ่านรถเก๋งคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่อย่างนิ่งสงบราวกับเจ้าของไม่ได้สนใจมันแต่อย่างใด พระภิกษุเดินอุ้มบาตรอย่างสำรวม และในขณะที่กำลังจะเดินผ่านรถเก๋งคันนั้น พระภิกษุเกิดได้ยินเสียงเด็กร้อง เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงกำลังร้องไห้อยู่

ซึ่งเป็นต้นเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากรถยนต์คันนั้นเสียงร่ำไห้ของหนูน้อย ทำให้พระภิกษุเกิดความสนใจ จึงมองเข้าไปภายในรถคันนั้น เพื่อดูว่าเหตุใดหนูน้อยคนนี้จึงร้องไห้ระงม ทันทีที่มองผ่านกระจกรถยนต์เข้าไปนั้น!!! พระภิกษุทุกรูปถึงกับผงะและตื่นตระหนกตกใจสุดขีดกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า

คดีบัณฑิต-ศยามล
https://www.blockdit.com/posts/5cc93d34aebd3e1007ecf180

ภาพสุดสลดที่พบเห็นนั้น คือ ศพของหญิงสาว วัยประมาณ 30 ปี นอนทอดร่างบนเบาะรถยนต์ด้านหน้าข้างคนขับในลักษณะที่เบาะถูกปรับพนักพิงในท่าเอนราบไปด้านหลัง ศีรษะของศพหญิงสาวนั้นห้อยและตกไปด้านหลัง ร่างเปรอะเปื้อนไปดูคราบเลือดที่แห้งเกรอะกรัง

ท่อนล่างเปลือย เพราะกางเกงถูกถอดรูดลงมาอยู่ที่หัวเข่า ไร้ซึ่งเสื้อผ้าสวมใส่บนร่างของศพหญิงสาว มีร่างของเด็กสาวตัวน้อย กำลังนั่งกอดศพอยู่อย่างน่าเวทนา เด็กน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแห้งและน้ำตาเหือดหาย และภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างมากแก่ผู้ที่พบเห็น คือ ในมือของหนูน้อยกำกระดาษทิชชู่คอยเช็ดคราบเลือดบนตัวศพหญิงสาวคนนั้นด้วยความรักอย่างซ้ำไปซ้ำมา ราว 6 ชม.

ในเวลาต่อมา ตำรวจและผู้สื่อข่าวมาถึงสถานที่เกิดเหตุตามคำรับแจ้งของชาวบ้านแถวนั้น เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจนายหนึ่งได้ กล่าวว่า “ผมได้รับแจ้งเหตุจากทางวิทยุ ว่าเกิดเหตุฆาตกรรม

ผมจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อทำข่าว เมื่อไปถึงผมพบภาพอันน่าสลดใจ คือ พบศพหญิงสาวโดยมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนตักของศพ ไม่ยอมห่างไปไหน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามอุ้มแยกตัวเด็กออกมา หากแต่เด็กไม่ยอมและมีท่าทีขัดขืนไม่ยอมห่างออกจากผู้หญิงคนนั้น”

ตำรวจจาก สภอ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ได้เข้ามาทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทำการบันทึกภาพที่สุดสะเทือนใจ และเก็บหลักฐานในทุกแง่มุมเพื่อใช้ประกอบคดี

ส่วนหนูน้อยคนนั้นถูกนำพาตัวออกจากที่เกิดเหตุ สู่อ้อมอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพวกเขาคอยปลอบประโลม ปลอบขวัญหนูน้อยหลังจากต้องอยู่กับสภาพอันแสนโหดร้ายมาตลอดคืน

คดีบัณฑิต-ศยามล
https://www.blockdit.com/posts/5cc93d34aebd3e1007ecf180

ถึงกระนั้น หนูน้อย ก็ยังคงพร่ำเรียกหาแต่แม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่หดหู่ใจและน่าสงสารเหลือเกินจะกล่าวผลจากการชันสูตรศพ พบว่า ผู้ตายถูกแทง 3 แห่ง โดยจุดที่โดนแทงอยู่บริเวณลิ้นปี่และหน้าอก และเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชม. สืบจนทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า ผู้ตาย คือ นางศยามล ลาภก่อเกียรติ อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของร้าน บารมี เสื้อผ้าบูติค อยู่ในจังหวัดประจวบฯ

เป็นอดีตภรรยาของ นายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งทั้งสองได้หย่าขาดกันไป 2 ปีก่อน และลูกสาวของผู้ตาย ชื่อเล่นว่า “น้องอิงอิง”ในขณะเดียวกันนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่ารถยนต์ของผู้ตาย ถูกแจ้งความ ว่า หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ วันที่ 28 กันยายน ปี พ.ศ.2536 ที่ สภ.ต.สามกระทาย หากแต่ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่พบศพอยู่ในขณะนี้นั่นเองวันก่อนเกิดเหตุ มีพยานพบเห็น ศยามลและน้องอิงอิงขับรถเก๋งออกจากบ้านไป

โดยข้างในรถมีชายสามคนอยู่ภายในรถด้วยเมื่อญาติทราบข่าวเลยรีบเข้าแจ้งตำรวจทันที แต่ไม่ทันกาลเพราะมาทราบภายหลังว่าศยามลกลายเป็นศพไปเสียแล้วในเวลาต่อมาไม่นานนัก “นางซิวเหลียง” แม่ของศยามล แซ่เล้า เดินทางเพื่อขอรับศพลูกสาวไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และได้เปิดเผยเรื่องราวความรักของ ศยามลกับนายแพทย์บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ อันเป็นที่มาของโศกนากฎกรรมของคดีสุดสลดใจครั้งนี้

จากการสอบสวนทราบว่า “ศยามล” คือ อดีตภรรยาของ นพ.บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ แพทย์โรงพยาบาลหัวหิน ก่อนพบจุดจบ นางศยามลได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวออกจากบ้านมาพร้อมกับลูกสาว ตั้งแต่คืนวันที่ 28 ก.ย. คืนนั้นมีผู้พบเห็นชาย 3 คน อยู่ในรถผู้ตายโดยไม่เห็นตัวศยามลจึงคาดว่าจะเกิดเหตุร้าย…

หลังแม่ผู้ตายทราบข่าวก็ได้ติดต่อขอรับศพ พร้อมกับเผยถึงความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตสามีว่าได้เลิกรากันมา 2 ปีแล้ว ซึ่งอดีตสามีได้จ่ายค่าเลี้ยงดู จำนวน 2 ล้านบาท และเมื่อต้นปี 2536 นางศยามลได้ไปเซ้งร้านขายเสื้อบูติก ซึ่งอยู่ใกล้ร้าน “จี่ อัน ตึ๊ง” ซึ่งเป็นร้านขายยาของ นพ.บัณฑิต ทั้งคู่จึงนัดเจอกัน และเป็นฝ่ายชายที่พูดจาข่มขู่ให้เธอย้ายออกจากหัวหิน เนื่องจากกำลังจะแต่งงานใหม่กับหญิงสาวที่ทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกัน