Skip to content
Home » News » คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า

คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า

คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า คดีเพชรซาอุฯ เป็นอีกหนึ่งคดีดังในอดีต ที่กรมตำรวจไทยพลิกแผ่นดินสืบสวนตามหาอย่างดุเดือด จนนำไปสู่การอุ้มฆ่าภรรยา-ลูก ของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2532  นายเกรียงไกร เตชะโม่ง คนงานในวังกษัตริย์ไฟซาล ได้ขโมยเครื่องเพชรของกษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดิอาระเบีย จากนั้นนำกลับมาที่จังหวัดลำปาง ทำให้รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ประสานมายังรัฐบาลไทย ขอให้ติดตามเครื่องเพชรประจำราชวงศ์ส่งคืน หลังจากจับกุมนายเกรียงไกรได้ นายเกรียงไกรซัดทอดว่าขายเพชรบางส่วนให้กับนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เจ้าของเพชรชื่อดัง ย่านถนนเจริญกรุง

คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า ขณะนั้น พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ได้รับมอบหมายให้สอบสวนคดีเครื่องเพชรซาอุฯ จนสามารถติดตามแล้วนำส่งคืนแก่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้สำเร็จ แต่แล้วพล.ต.ท.ชลอ ต้องกลับมารื้อฟื้นคดีนี้ใหม่ เนื่องจากทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย พบว่า เครื่องเพชรที่ถูกส่งคืนนั้นเป็นของปลอม พล.ต.ท.ชลอ จึงได้ตามล่าตัวนายสันติ อีกครั้ง แต่ก็ไม่พบตัว จึงได้ทำการอุ้มลูก-เมีย ของนายสันติไปเป็นตัวประกัน เพื่อล่อนายสันติ

แต่นายสันติ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่าลูก-เมียถูกอุ้ม ทีมตำรวจของพล.ต.ท.ชลอ ได้ฆ่าปิดปากสองแม่ลูก แล้วอำพรางคดีให้เป็นอุบัติเหตุรถชน ซึ่งต่อมาทีมชุดสืบสวนใหม่ได้ใช้เวลาสืบสวนหาความจริงประมาณ 1 เดือน จึงพบว่าเป็นการอุ้มฆ่า และได้ทำการจับกุม พล.ต.ท.ชลอ พร้อมลูกน้อง 9 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/57187

คดีเพชรซาอุ สู่การอุ้มฆ่า

วันเดียวกัน พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีตผบช.น. เปิดเผยถึงคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2537 ขณะที่ตนดำรงตำแหน่งผบก.ป. ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อ.ตร.ในขณะนั้น ให้จัดชุดสืบสวนสอบสวนเข้าคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ได้ขโมยเพชรของราชวงศ์ซาอุฯ หนีกลับมาประเทศไทย กระทั่งทางการประเทศซาอุดีอาระเบียประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยติดตามตัวนายเกรียงไกรพร้อมเพชรส่งกลับคืน สมัยนั้นกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลกรมตำรวจ ตั้งชุดเฉพาะกิจ โดยมีพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เป็นผบช.ประจำกรมตำรวจ ติดตามยึดทรัพย์พร้อมนำตัวนายเกรียงไกรส่งดำเนินคดี ส่วนของกลางทั้งหมดที่ยึดได้ส่งกลับคืนให้ทางการซาอุฯ

พล.ต.ท.วรรณรัตน์กล่าวว่า ต่อมาทางการซาอุฯ ได้ทักท้วงว่าเพชรที่ส่งคืนได้ไม่ครบ โดยเฉพาะเพชรบลูไดมอนด์ ทำให้อธิบดีกรมตำรวจสมัยนั้น ตั้งชุดเฉพาะกิจชุดที่สอง นำทีมโดย พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผบช.ก. ดำเนินการสืบ สวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายซาอิด โคจา อุปทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย ได้เร่งรัดกรมตำรวจเร่งติดตามหาทรัพย์สินที่เหลือคืนมา โดยเฉพาะเพชรบลูไดมอนด์

พล.ต.ท.วรรณรัตน์ กล่าวต่อว่า ทำให้อธิบดีกรมตำรวจ จำเป็นตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาอีกชุด เพื่อติดตามคดีเกี่ยวกับเรื่องเพชร นำโดย พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รองอ.ตร. ตน พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย พ.ต.อ.ประมวลศักดิ์ ศรีสมบุญ พ.ต.ท.เมธี กุศลสร้าง พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง สืบสวนหาข่าวทราบว่า นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ที่รู้จักคุ้นเคยกับพล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ มีปัญหาเรื่องภรรยาและลูกชายได้หายตัวไป ทำให้นายสันติได้มาร้องต่ออธิบดีกรมตำรวจให้ช่วยติดตาม จึงมีการแต่งตั้งตนพร้อมคณะทำงานขึ้นมาสืบสวนหาข่าว

กระทั่งเวลาผ่านไป 1 เดือน พบศพสองแม่ลูกเสียชีวิต ถูกรถบรรทุกชนที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบศพสองแม่ลูกถูกจัดฉากอยู่ในรถเบนซ์ที่ถูกรถบรรทุกพุ่งชน จากการตรวจสอบภายในรถอย่างละเอียดพบพยานหลักฐานหลายอย่าง อาทิ ผ้าอนามัย 2 ห่อ ทั้งที่ซื้อจากกรุงเทพฯ และที่ห้างเอสพี พลาซ่า จ.สระแก้ว รวมทั้งผู้เสียชีวิตทั้งสองมีบาดแผลบริเวณกกหู และรอยฟกช้ำตามตัว จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ถึงการเสียชีวิตไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ คาดว่าถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายมาก่อน

พล.ต.ท.วรรณรัตน์กล่าวว่า คณะทำงานของตนมีด้วยกัน 20-30 นาย มีการเข้าประชุมวิเคราะห์กันทุกวัน สืบสวนติดตามจนพบแหล่งกักขังตัวสองแม่ลูกเป็นบังกะโลกวีวิลล่า อยู่ใกล้กับห้างเอสพี พลาซ่า อ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี สมัยนั้น รวมทั้งพยานยืนยันทั้งแม่และเด็กเข้ามาซื้อของในห้าง โดยมีนายตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงตามจับกุมชุดอุ้ม ประกอบด้วย ตำรวจและพลเรือน อุ้มสองแม่ลูกมากักขังตัวไว้ก่อนจะฆ่าอำพรางคดี ทั้งหมดให้การซัดทอดจึงนำไปสู่การเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นชอบจึงอนุมัติออกหมายจับพล.ต.ท.ชลอต่อไป

พล.ต.ท.วรรณรัตน์กล่าวว่า ในวันนี้ที่เป็นวันตัดสินคดีของพล.ต.ท.ชลอ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิตนั้น ตนมีความรู้สึกไม่สบายใจที่พล.ต.ท.ชลอต้องมารับโทษเช่นนี้ แต่คดีนี้หากตนไม่ทำจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเราทำงานเป็นทีมเป็นคณะ ไม่ได้ตัดสินเพียงคนเดียว อีกทั้งเป็นมติในที่ประชุม เนื่องจากทุกคนต่างมุ่งมั่นในการทำงาน ตนเป็นตำรวจมีหน้าที่ทำอะไรย่อมรู้ดี

“บางอย่างไม่อยากทำ แต่ต้องทำเพราะมีจิตสำนึกความเป็นตำรวจ เพราะฉะนั้น จะต้องทำอย่างตรงไปตรงมา บางครั้งทำไปแบบไม่สบาย ใจและอึดอัด แต่เราต้องมั่นคงและแน่นอน เพราะเขาทำผิดจริง” พล.ต.ท.วรรณรัตน์กล่าว

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาตัดสินลงโทษประหารชีวิตพล.ต.ท.ชลอ ว่า ในส่วนของเรือนจำ เมื่อคดีสิ้นสุดเด็ดขาดและศาลตัดสินประหารชีวิต ก็ต้องย้ายพล.ต.ท.ชลอ ที่คุมขังอยู่เรือนจำกลางคลองเปรมไปไว้ที่แดน 2 หรือแดนประหาร เรือนจำกลางบางขวางทันที

โดยเจ้าหน้าที่จะคุมตัวพล.ต.ท.ชลอจากศาลฎีกาไปที่เรือนจำกลางบางขวางเลย จากนั้นพล.ต.ท.ชลอมีสิทธิยื่นเรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษภายใน 60 วัน ซึ่งปกติผู้ต้องหาจะเป็นผู้เขียนฎีกาด้วยตนเอง เพราะผู้ต้องโทษประหารชีวิตจะรู้ว่าตนเองได้เคยทำความดีในสิ่งใดไว้บ้างที่จะยกขึ้นขอพระราชทานอภัยโทษ อย่างไรก็ตาม การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจสุดแต่พระองค์จะโปรดเกล้าฯ ลงมา

นายกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับนักโทษประหารชีวิตที่รวมทั้งผู้ที่คดียังไม่สิ้นสุดเด็ดขาด ขณะนี้มีอยู่กว่า 800 คน ส่วนนักโทษประหารชีวิตที่คดีสิ้นสุดเด็ดขาด และอยู่ระหว่างถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษมีกว่า 100 คน ทั้งนี้ การดูแลพล.ต.ท.ชลอ ซึ่งเป็นนักโทษประหารชีวิต ยืนยันได้ว่า นักโทษทุกคนไม่มีอภิสิทธิ์และการดูแลเหมือนกันทุกคน

แต่ต้องยอมรับว่า ความเป็นอยู่ของนักโทษในเรือนจำมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก นักโทษที่มีฐานะและมีเงินทอง เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็มักแบ่งอาหาร บุหรี่ หรือสิ่งของให้นักโทษที่ไม่มี อย่างกรณีพล.ต.ท.ชลอที่มีข้อสงสัยว่าอยู่ในเรือนจำก็อยู่สบาย ไม่เป็นเช่นนั้น แต่ยอมรับว่าอาจมีนักโทษที่เป็นพรรคพวกเดียวกันดูแล เพราะนักโทษที่มีฐานะก็จะมีอาหารสิ่งของจุนเจือให้นักโทษอื่น

วันที่ 13 ก.ย.2537 ตั้งแต่ พล.ต.ท.ชลอ ถูกจับกุมก็ไม่ได้รับการประกันตัวและหมดอิสรภาพ โดยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานออกคำสั่งฆ่าสองแม่ลูก และในที่สุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต แต่พล.ต.ท.ชลอ  ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 3 ครั้ง ลดหย่อนโทษ จำคุกนาน 19 ปี พร้อมถูกถอดยศและถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในปี 2553 กลายเป็น นายชลอ เกิดเทศ

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/57187