Skip to content
Home » News » คดีเสี่ยชูวงษ์

คดีเสี่ยชูวงษ์

คดีเสี่ยชูวงษ์  เริ่มจากเวลา 4 ทุ่มของวันที่ 26 มิถุนายน 2558 พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ พร้อมด้วยนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุนกิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 ออกรอบตีกอล์ฟที่สนามเลควูดด้วยกัน

จากนั้นได้ขับรถยนต์เลกซัส สีดำ หมายเลขทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร โดย พ.ต.ท.บรรยินเป็นคนขับ เมื่อถึงฝั่งตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ รถเกิดเสียหลักไปชนกับต้นไม้ข้างทางทำให้เสี่ยชูวงษ์เสียชีวิตทันที

ตอนแรกญาติๆ ก็ไม่ได้ติดใจสงสัย จึงทำพิธีฌาปนกิจศพ แต่เมื่อตรวจสอบเอกสารที่ส่งมาถึงผู้ตายทำให้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุในระยะเวลา 10 วัน ทางบริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่าผู้ตายได้โอนหุ้นในนามของผู้ตายเข้าไปไว้ในบัญชีหุ้นของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาว จำนวน 9.5 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 25 ปี โบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งมูลค่าเกือบ 40 ล้าน ซึ่งทั้งสองคนมีความสนิทกันกับ พ.ต.ท.บรรยิน

คดีเสี่ยชูวงษ์
https://mgronline.com/daily/detail/9580000083472

คดีเสี่ยชูวงษ์ ครอบครัวเสี่ยชูวงษ์ยิ่งเคลือบแคลงใจ ทั้ง น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง นายกันต์ แซ่ตั๊ง พี่สาว, ภรรยาและบุตรชายของนายชูวงษ์ พร้อมด้วยนายเอนก คำชุ่ม ทนายความ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. (ขณะนั้น) โดยตั้งประเด็นสงสัยว่า

1. รถออกมาจากสนามกอล์ฟเวลาประมาณ 19.00 น. ซึ่งเมื่อคำนวณระยะทางจากสนามกอล์ฟถึงที่เกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร รถยนต์คันเกิดเหตุน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยินโทรศัพท์แจ้งให้ครอบครัวของผู้ตายทราบเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น

2. รถขับมาด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เชื่อว่าจะทำให้เสียชีวิตได้ง่ายดายเช่นนี้ 3. ต้นไม้ที่ชนก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก 4. รถยนต์บุบสลายไม่มาก กระจกไม่แตก ส่วนจุดชนก็เอียงมาข้างคนขับ มิใช่ส่วนที่ตรงกับที่นั่งโดยสารที่นายชูวงษ์ ผู้ตายนั่ง 5. ในที่เกิดเหตุก็ไม่พบร่องรอยห้ามล้อของรถยนต์คันเกิดเหตุอีกด้วย คือคนขับไม่ได้เบรกรถก่อนชนต้นไม้เลย และ 6. เรื่องบาดแผลต้องให้แพทย์ชันสูตรว่าเสียชีวิตก่อนเกิดอุบัติเหตุหรือไม่

ต่อมาเรื่องได้ถูกส่งมาให้ตำรวจกองปราบปรามเข้าไปคลี่คลายคดี โดย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.(ตำแหน่งขณะนั้น) ได้ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยขั้นแรกให้ดำเนินการในกรณีโอนหุ้นของนายชูวงษ์กว่า 300 ล้านบาทก่อนว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง

สิ่งที่จะช่วยคลี่คลายเงื่อนปมหรือข้อสงสัยในคดีนี้ได้ดีที่สุดคือ ผลการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่า ประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้จะเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ล้วนต้องอาศัยผลทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุตามพื้นถนน สภาพการชนต้นไม้ สภาพความเสียหายของรถยนต์ การเก็บหลักฐานภายในรถยนต์ ผลการชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต และเสียชีวิตก่อนหรือหลังเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ถึงการทำงานของถุงลมนิรภัยภายในรถ

ขณะที่การตรวจสอบกรณีโอนหุ้นให้หญิงสาวสองคนก็ต้องรอผลการตรวจสอบลายเซ็นในเอกสารโอนหุ้น คลิปเสียงนายชูวงษ์ที่โทรเข้าไปยังบริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้นเพื่อยืนยันการโอนหุ้น

https://www.sanook.com/news/1833150/

ทั้งหมดนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า ตำรวจจะยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์ในการทำคดี และเมื่อสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องครบแล้ว จะสรุปได้ใน 2 สัปดาห์

สาเหตุการเสียชีวิตของ “นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” เจ้าของธุรกิจผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ดูจะเป็นปริศนาที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ แต่ในขณะเดียวกันตัวละครที่ปรากฏตัวออกมามากขึ้น ก็ช่วยให้ปริศนาต่างๆเริ่มจะคลี่คลาย เพียงแต่ยังคงมีปัญหาที่ว่า สาเหตุการเสียชีวิต “อุบัติเหตุ” หรือ “ฆาตกรรมอำพราง” ยังมีคำอธิบายที่เป็นไปได้และมีน้ำหนักทั้ง 2 ประเด็น

การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ได้รับความสนใจหลังญาติของนายชูวงษ์ เข้าร้องต่อตำรวจกองปราบปราม ให้เข้ามาตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งขับรถคันเกิดเหตุมาพร้อมผู้ตาย แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.ท.บรรยิน ให้ปากคำกับตำรวจว่าขณะขับรถกลับมาจากสนามกอล์ฟ ถูกรถอีกคันหนึ่งตัดหน้าจึงต้องหักหลบเข้าข้างทาง และพุ่งเข้าชนต้นไม้ ซึ่งจุดที่พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่าหักหลบเป็นทางเท้ามีลักษณะเป็นเนินที่สามารถทำให้รถ

เหินไปชนต้นไม้ด้านใน แต่สภาพรถเป็นอย่างที่หลายฝ่ายสงสัย คือ มีความเสียหายที่ฝั่งคนขับคือฝั่งที่พ.ต.ท.บรรยิน นั่ง มากกว่าฝั่งที่นายชูวงษ์นั่ง ตั้งข้อสังเกตได้ว่าหากนายชูวงษ์จะเสียชีวิตเพราะอุบัติเหต ุก็อาจเป็นเพราะไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย บวกกับถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน ซึ่งอาจเพราะเป็น “รถเก่า”

ส่วนประเด็นฆาตกรรมอำพรางที่ถูกตั้งคำถาม ส่วนหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท ไปให้หญิงสาว 2 คน ก่อนเสียชีวิตเพียง 7 วัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.โอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาทให้ นางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายชูวงษ์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน มีผลวันที่ 22 มิถุนายน จากนั้นได้ถูกแบ่งขายไปได้เงินประมาณ 30 ล้านบาท

ซึ่งทนายความนางสาวกัญฐณายอมรับว่าได้รับโอนหุ้นแล้วนำไปส่วนหนึ่งไปแบ่งขายและซื้อหุ้นตัวอื่นจริง

2.โอนหุ้น 3 ตัว รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ให้ นางสาวศรีธรา พรหมาซึ่งเป็นมารดาของนางสาวอุรชา พรหมา ซึ่งเป็นหญิงสาวอีกผู้หนึ่งที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายชูวงษ์ แต่ในใบคำขอถอนโอนหลักทรัพย์ ระบุชื่อผู้โอนหุ้นว่า “นายชูวงษ์ แซ่ตั๋ง” แต่นามสกุลที่ถูกต้องคือ “แซ่ตั๊ง”

ความผิดปกติของเอกสารที่ญาติตั้งข้อสังเกตคือร่องรอยคล้ายการแก้ไขวันที่โอน รวมทั้งลายเซ็นนายชูวงษ์

ในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ได้รับโอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาทจากนายชูวงษ์เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พร้อมทนายความเพื่อให้ปากคำในรายละเอียดเกี่ยวกับการรับโอนหุ้นทั้งหมด