Skip to content
Home » News » คนร้าย คดีเชอร์รี่แอน แพะรับบาปในคดี

คนร้าย คดีเชอร์รี่แอน แพะรับบาปในคดี

คนร้าย คดีเชอร์รี่แอน
https://www.blockdit.com/posts/5cb4a5ee5d02ee10145409f0

คนร้าย คดีเชอร์รี่แอน แพะรับบาปในคดดี วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ผู้บงการและกลุ่มฆาตกรรม นางสาว เชอร์รี่ แอน ได้ถูกจับยกแก๊งค์ โดยมี พ.ต.ท.เลิศล้ำ ธรรมนิสา รองผู้กำกับ สภอ.สมุทรปราการ (ยศและตำแหน่งในเวลานั้น) แถลงการณ์ข่าวการจับกุมต่อสื่อมวลชน

คนร้าย คดีเชอร์รี่แอน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ต้องหา 5 รายในเวลานั้น คือจำเลยที่ 1 นายวินัย ชัยพานิช จำเลยที่ 2 นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย (เฮาดี้)จำเลยที่ 3 นายพิทักษ์ ค้าขายจำเลยที่ 4 นายกระแสร์ พลอยกลุ่มจำเลยที่ 5 นายธวัช กิจประยูรทั้ง 5 คน 5 ชีวิต ถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นฆาตกรที่เลือดเย็น สื่อมวลชน และ ประชาชน ตราหน้า รุมสาปแช่งพวกเขา พร้อมลงทัณฑ์ว่า พวกเขาสมควรที่จะถูกประหารชีวิต

เสี่ยวินัย ชัยพานิช จำเลยที่ 1 ถูกตั้งข้อหาว่า เป็นผู้บงการฆ่า ซึ่งในสำนวนกฎหมาย นายวินัย คือ ผู้ใช้-ผู้จ้างวานคนอื่น โดยมีจำเลยที่ 2 3 4 5 ซึ่งเป็นลูกน้องหรือ ผู้ใต้บังคับบัญชาไปวางแผนสังหาร ผู้อื่นโดยวางแผนและไตร่ตรองไว้ก่อน

บทจะปิดคดีได้ ก็ดูง่ายดาย และรวดเร็ว ด้วยระยะเวลาเพียง 27 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มฆาตกร ได้หมดครบทุกที่นั่งแต่..เบื้องหลังการจับกุมแพะกลุ่มนี้

ภาพละครที่สร้างขึ้นแหกตาคนทั้งประเทศ เมื่อข่าวนี้เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วประเทศ ทุกคนเริ่มสนใจกลุ่มฆาตกรในคดีนี้มากขึ้น เสียงวิพากษ์เป็นในทางเดียวกัน คือขอให้ศาลตัดสินประหารชีวิตฆาตกรกลุ่มนี้เบื้องหลังการจับกุมแพะกลุ่มนี้ เกิดขึ้นหลังการตายของเชอรี่แอนประมาณ 2 สัปดาห์นายประเมิน โพชพลัด อาชีพขับสามล้อรับจ้าง

เดินเข้ามาหานางกลอยใจดันแคน หลังจากที่เห็นรูป และเรื่องราวข่าวสะเทือนขวัญบนหน้าหนังสือพิมพ์ เขาให้การกับตำรวจ ในเวลาต่อมา ในวันที่เกิดเหตุ เขากำลังขับรถตระเวนหาผู้โดยสารอยู่ในซอยสวนพลู เขตยานนาวา ณ จุดหนึ่งริมถนน เขาเหลือบไปเห็น จำเลยที่ 2 นายรุ่งเฉลิม กนล และชวาลชัย จำเลยที่ 3 นายพิทักษ์ ค้าขาย กำลังประคองเชอรี่แอน

ออกมาจากซอยแห่งหนึ่ง เธออยู่สภาพสลบไสล ไม่รู้สึกตัว โดยมี จำเลยที่ 1 นายวินัย ชัยพานิช จำเลยที่ 4 นายกระแสร์ พลอยกลุ่มและ จำเลยที่ 5 นายธวัช กิจประยูร เดินตามมาข้างหลัง

นายประเมินจอดรถ ถามคนกลุ่มนั้นว่า ต้องการให้พาไปโรงพยาบาลหรือไม่….แต่ได้รับการปฏิเสธ นายประเมินได้ให้การกับผู้พิพากษาในเวลาต่อมาว่าจำหน้าเด็กผู้หญิงคนนั้นดี และแม่นยำ

เพราะเธอเป็นสาวลูกครึ่ง หน้าตาสวยมาก เขาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าเธอถูกฆ่าตาย จึงเดินทางมาเพื่อเป็นพยานให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2529 และนี้คือพยานปากเอกคนเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีในตอนนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่ม 5 คน

ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยหารู้ไหมว่า…นายประเมินคือพยานเท็จ!เขาถูกจ้างโดยตำรวจเพื่อใส่ความผู้ต้องหาทั้ง 5 โดยรับค่าจ้างแค่สังกะสีไม่กี่แผ่นเพื่อนำมาซ่อมหลังคาบ้าน สังกะสีที่แลกกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้ง 5 คน

กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าจับ นายวินัย และลูกน้อง ถึงหน้าบริษัทเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมนายวินัยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการและจ้างวานให้ฆ่าเชอรี่แอน และต่อมาเขาเป็นเพียงคนเดียว ที่ไม่ถูกอัยการฟ้อง จนถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2529

จนถูกปล่อยตัวไปเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วว่า หลักฐาน และสำนวน ที่ตำรวจยื่นฟ้องมานั้น อ่อนหัด และมั่วตั๊วเกินไปแต่จำเลยอีก 4 คนเหลือ ต้องรับซะตากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ

พวกเขาทั้งหมดถูกตัดสินประหารชีวิต จากศาลชั้นต้นก่อนรอประหาร ทั้งหมดถูกจำคุกใกล้ตะแลงแกง ที่นั้นมีทั้งโรคระบาด อาหารไม่สะอาด หนู แมงสาป สุขอนามัยสุดเลวร้ายจำเลยทั้งสี่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลจังหวัดสมุทรปราการและศาลอุทธรณ์ได้รับ ไว้พิจารณา

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2533 ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายรุ่งเฉลิม หรือเฮาดี้ กนกชวาลชัย จำเลยที่ 1 เจ้าของบทกลอนข้างต้น ได้ถึงแก่ความ ตายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2534 ที่เรือนจำบางขวาง ส่งผลให้ศาลจังหวัดสมุทร ปราการสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1

ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2535 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา และในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2536 ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วมีคำพิพากษาตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2536 พิพากษา ยืนตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ อันเป็นสิ่งแสดงว่าจำเลยที่ยังมีชีวิตอยู่ในคดีดังกล่าวเป็น “ผู้บริสุทธิ์”

ต่อมาหลังจากการต่อสู้ในศาลฏีกา……ได้มีการเปลี่ยนคำพิพากษาออกมายกฟ้องพวกเขาทั้งหมด แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะความทุกข์ทรมานที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ได้ส่งผลให้………นายพิทักษ์ ติดโรคร้ายมาจากคุก และมาเสียชีวิตลงเมื่อปลายปี 2536

เมื่อพ้นคดีออกจากคุกมาเพียง 5 เดือน นายธวัชเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตามหลังนายพิทักษ์ไม่นานมานักส่วนนายกระแสร์ พลอยกลุ่ม คือแพะในคดีเชอรี่แอน เพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอด

นายกระแสร์ ได้พูดหลังออกจากคุกว่า “…ก่อนเข้าคุกข้าพเจ้ามีครอบครัว ภรรยาอยู่ที่ท่าเรือคลองเตย มีลูกชาย 1 คน ลูกสาว 1 คน ตอนที่ข้าพเจ้าเข้าไปอยู่ในคุกภรรยาข้าพเจ้าเครียดมากจนเสียชีวิต ต่อมาลูกสาวอายุ 17 – 18 ปีถูกฆ่าข่มขืน ข้าพเจ้าอยู่ในคุกไม่มีใครบอกว่าลูกสาวข้าพเจ้าโดนฆ่าตาย ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เรื่องเขาปิดกัน ลูกสาวกำลังสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าเกิดข้าพเจ้าซึ่งเป็น พ่อยังอยู่ข้างนอก ก็ยังดูแลเขาได้ไม่โดนฆ่า ต่อมาลูกชายก็หายสาปสูญยังหาไม่เจอ…”