Skip to content
Home » News » คลองปานามา (Panama Canal)

คลองปานามา (Panama Canal)

คลองปานามา
https://www.meekhao.com/education/panama-canal-meekhao

คลองปานามา (อังกฤษ: Panama Canal) เป็นคลองเดินเรือสมุทรความยาว 77 กิโลเมตร สร้างขึ้นบริเวณคอคอดปานามาในประเทศปานามา เพื่อเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาที่ต้องไปอ้อมช่องแคบเดรกและแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ คิดเป็นระยะทางกว่า 22,500 กิโลเมตร

ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการเดินเรือระหว่างสองมหาสมุทร โดยถูกใช้เป็นเส้นทางเดินเรือหลักสำหรับการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ตั้งแต่เปิดทำการ คลองปานามาประสบความสำเร็จและเป็นกุญแจสำคัญในการขนส่งสินค้าทั่วโลก จำนวนเรือที่ผ่านคลองปานามาเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ลำต่อปีในยุคแรกเริ่ม มาเป็น 14,702 ลำต่อปี ในปี ค.ศ. 2008 มีระวางขับน้ำรวมทั้งสิ้น 309.6 ล้านตัน (คิดเป็นประมาณ 40 ลำต่อวัน ประมาณร้อยละ 5 ของเรือบรรทุกสินค้าทั่วโลก)

แนวความคิดในการขุดคลองปานามามีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1880 โดยบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสภายใต้การบริหารของนายแฟร์ดินองด์ เดอ เลสเซ็ปส์ แต่ก็ล้มเหลวไป มีคนงานกว่า 21,900 คนเสียชีวิต มักมีสาเหตุจากโรคระบาด (มาลาเรียหรือไข้เหลือง) และดินถล่ม

จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินงานต่อ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 5,600 คน จนกระทั่งสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1914 นับเป็นหนึ่งในโครงการวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดและยากลำบากที่สุดที่เคยมีมา

“คลองปานามา (Panama Canal)” เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สำคัญและมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก่อนอื่น ต้องย้อนประวัติไปในปีค.ศ.1513 (พ.ศ.2056) ซึ่งในเวลานั้น “บัสโก นูเญซ เดอ บัลโบ (Vasco Núñez de Balboa)” เป็นข้าหลวงประจำเขตของสเปนในปานามาชาวอินเดียนในพื้นที่ได้เล่าให้เดอ บัลโบฟังว่ามีสถานที่หนึ่ง ซึ่งหากเขาแค่ปีนเขาขึ้นไปเล็กน้อย เขาก็จะมองเห็นมหาสมุทรอีกด้าน

เมื่อได้ฟังดังนั้น เดอ บัลโบก็ได้พาผู้ติดตามจำนวนหนึ่งเข้าไปในป่าและขึ้นเขา โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปตามหาจุดที่ว่านี้เดอ บัลโบให้กลุ่มผู้ติดตามตามหลังเขาตลอด เนื่องจากเขาต้องการจะเป็นคนแรกที่เห็นมหาสมุทรก่อนในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1513 (พ.ศ.2056) เดอ บัลโบก็มองเห็นมหาสมุทรจากบนยอดเขา

คลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

ต่อมา ในปีค.ศ.1534 (พ.ศ.2077) “จักรพรรดิชาร์ลส์ ที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Charles V, Holy Roman Emperor)” ได้ทรงส่งคณะเดินทางมาสำรวจ เพื่อดูว่าจะมีทางที่จะสร้างทางมายังปานามาทางน้ำได้หรือไม่แต่อย่างไรก็ตาม คณะเดินทางคิดว่าการเดินทางนี้เป็นไปไม่ได้ และได้เดินทางผ่านทางเล็กๆ ตัดตรงเข้ามายังคอคอด

พวกเขาต้องเดินทางเข้ามาในป่าและหนองน้ำ การเดินทางเป็นไปอย่างลำบาก และกลุ่มคณะสำรวจชาวสเปนก็ใช้เส้นทางนี้ในการขนทองคำและสมบัติของพวกอินเดียนกลับไปยังดินแดนของตนบางครั้งล่อที่ใช้ขนทองคำก็ตกลงไปในหลุมที่เต็มไปด้วยงู หากแต่ก็ไม่มีใครกล้าลงไปเก็บทองคำเหล่านั้น และก็มีเรื่องเล่าว่าปัจจุบันทองคำก็ยังคงอยู่ในหลุมงูนี้

ต่อมา ได้มีการค้นพบทองคำที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในปีค.ศ.1848 (พ.ศ.2391) และในปีถัดมา ผู้ที่หวังจะรวยจากการขุดทองก็ได้มุ่งหน้ามายังแคลิฟอร์เนีย หวังว่าจะโชคดีนักขุดทองจากทั่วโลก ต่างต้องการจะมาถึงแหล่งทองคำก่อนใคร ดังนั้น การเดินทางจากอ่าวทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา มายังอ่าวทางตะวันตกให้เร็วที่สุดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเป็นครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษที่ผู้คนให้ความสนใจกับเส้นทางข้ามปานามาการเดินทางทางบกข้ามอเมริกาเหนือก็ต้องใช้เวลาแรมเดือน หากไปทางเรือก็จะเร็วกว่า แต่ก็ใช้เวลาเป็นเดือนอยู่ดี แต่การเดินทางโดยใช้ทางลัดผ่านปานามาจะสามารถย่นระยะเวลาได้มาก

คลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

ในไม่ช้า ปานามาก็เต็มไปด้วยนักขุดทองที่หวังจะรีบไปขุดทองแต่นักขุดทองเหล่านี้ก็ต้องพบว่าการเดินทางข้ามปานามาทางบกนั้นลำบากและอันตราย สัตว์ร้ายมากมาย ทางก็ไม่สะดวกทำให้ในหนึ่งวันเดินทางได้ไม่ไกล อีกทั้งผู้คนที่เข้ามาในปานามาก็ล้วนแต่ล้มป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากอันที่จริง ก่อนยุคตื่นทอง หลายคนก็ฝันที่จะสร้างทางน้ำข้ามปานามา หากแต่ก็ล้วนแต่ต้องยอมแพ้ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้แต่สหรัฐอเมริกาดูจะสนใจมากที่สุด และมั่นใจว่าชาติของตนจะลากยาวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกไปได้แน่ และเมื่อทำได้สำเร็จ ประเทศของตนก็จะได้ผลประโยชน์มหาศาลหลังปีค.ศ.1821 (พ.ศ.2364) ปานามาก็ไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของสเปนอีกต่อไป หากแต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโคลอมเบีย ซึ่งประชาชนจำนวนมากก็ต้องการให้ปานามาเป็นอิสระ

ในปีค.ศ.1846 (พ.ศ.2389) สหรัฐอเมริกาและโคลอมเบียได้ตกลงเซ็นสนธิสัญญา โดยสหรัฐอเมริการับปากว่าหากปานามาคิดจะขัดขืน แยกตัวออกจากโคลอมเบีย สหรัฐอเมริกาก็จะส่งกำลังมาช่วยเหลือ แต่โคลอมเบียก็ต้องตอบแทนด้วยการให้สหรัฐอเมริกาสร้างคลองหรือทางรถไฟเข้ามาในคอคอดในปีค.ศ.1850 (พ.ศ.2393)

ได้มีการตั้งบริษัท “Panama Railroad Company” เพื่อสร้างทางรถไฟเข้าไปสู่ปานามาการก่อสร้างนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากความกันดารและอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังไม่ทันสมัย คนงานก็เริ่มล้มป่วยและเสียชีวิตศพของคนงานที่เสียชีวิตนั้นมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากคือเหล่าคนยากจน ไม่มีครอบครัวมารับศพ บริษัทจึงคิดช่องทางทำเงินจากศพเหล่านี้ในเวลานั้น นักเรียนแพทย์ต่างขาดแคลนศพที่จะนำมาศึกษา บริษัทจึงให้ห่อศพคนงาน และส่งไปขายให้โรงเรียนแพทย์ทั่วโลก

ภายหลังจากก่อสร้างมาอย่างยากลำบาก ทางรถไฟก็เสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ.1855 (พ.ศ.2398) ภายหลังจากที่ก่อสร้างมากว่าห้าปี หมดเงินไปหลายล้านดอลลาร์ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีคนตายระหว่างการก่อสร้างกี่คน แต่ประเมินว่าอยู่ที่ระหว่าง 5,000-12,000 คนในปีค.ศ.1856 (พ.ศ.2399)

ทางรถไฟเส้นนี้ก็บรรทุกผู้คนปีละกว่า 40,000 คนต่อปี เนื่องจากไม่มีการเดินทางๆ อื่น บริษัทจึงสามารถคิดราคาค่าเดินทางเท่าไรก็ได้

ราคาค่าตั๋วชั้นหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 25 ดอลลาร์ ไม่รวมค่าสัมภาระ ซึ่งถือว่าแพงมาก เนื่องจากค่าแรงคนงานในสมัยนั้น ตกอยู่ที่วันละประมาณหนึ่งดอลลาร์เท่านั้น

ความสำเร็จในการสร้างทางรถไฟ ทำให้ความคิดที่จะสร้างเขื่อนกลับมาอีกครั้ง หากแต่การสร้างเขื่อนนั้นซับซ้อนกว่าการสร้างทางรถไฟอุปสรรคในการสร้างเขื่อนมีมากกว่าการสร้างทางรถไฟเยอะ อีกอย่าง พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นป่าและบึง ไม่มีที่ๆ เหมาะในการสร้างระหว่างปีค.ศ.1870-1875 (พ.ศ.2413-2418) สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีมนักสำรวจเข้ามาสำรวจ หาพื้นที่ในการสร้างเขื่อน ซึ่งทีมนักสำรวจก็ต้องมีชีวิตอย่างยากลำบากในเวลากลางคืนนั้นเต็มไปด้วยยุงและแมลง ฝนก็ตกหนักจนบางทีนักสำรวจต้องขึ้นไปนอนบนต้นไม้นักสำรวจรายหนึ่งถึงกับกล่าวว่า“ที่นี่คือประเทศที่เลวร้ายที่สุดที่เคยพบเคยเจอ”

ผลจากการสำรวจ พบว่าการสร้างเขื่อนในปานามานั้น น่าจะเป็นไปไม่ได้ บางทีควรจะหาที่อื่น อาจจะเป็นนิการากัวซึ่งอยู่ทางเหนือถึงแม้นิการากัวจะกว้างใหญ่ แต่ก็มีภูมิประเทศที่เหมาะสมกว่า มีพื้นที่โล่ง อีกทั้งยังมีทะเลสาปที่อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนได้

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1880 วันที่ประมาณการ