Skip to content
Home » News » ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส และเปลี่ยนชีวิตของจอร์จไปอย่างสิ้นเชิง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึงห้ารางวัล และทำให้สตูดิโอมานั่งเสียดายที่ยอมตกลง ยกสิทธิในสินค้าจากสตาร์ วอร์สให้จอร์จตั้งแต่แรก

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส ด้วยความสำเร็จจากสตาร์ วอร์สภาคแรกนี้เอง ทำให้สตูดิโอรีบเทเงินให้จอร์จลงทุนสร้างภาคต่อทันที แต่จอร์จนั้นเห็นแล้วว่าการทำหนังโดยใช้เงินทุนคนอื่นนั้นทำให้ตนขาดอิสระเพียงใด ต้องทำตามคำสั่งของสตูดิโอที่ออกทุนสร้างสตาร์ วอร์สภาคต่อมาคือ “สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ (อังกฤษ: Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back)”

ได้ถูกสร้างโดยเงินทุนของจอร์จเองการที่จอร์จนำเงินของตนเองมาลงทุนสร้างนับเป็นเรื่องเสี่ยงมาก แต่เขาก็ทำ และเมื่อคนของฟ็อกซ์มาถามเขาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใครจะเป็นคนเขียนบท กำกับ นำแสดง จอร์จก็ได้ตอบไปว่า“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

ในภาคนี้จอร์จตัดสินใจไม่กำกับเอง แต่ถึงจะไม่ได้เป็นผู้กำกับ แต่จอร์จก็ควบคุมงานสร้างทุกขั้นตอนอย่างละเอียดถี่ถ้วน และเมื่อออกฉายในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1980 (พ.ศ.2523) ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในช่วงเวลานี้ จอร์จและมาร์เซียก็ได้รับลูกสาวบุญธรรม

ทำให้ครอบครัวของจอร์จนั้นขยายขึ้น และเป็นแรงใจให้จอร์จมุ่งสร้างภาพยนตร์ต่อไปในช่วงที่สร้างสตาร์ วอร์สภาคเอมไพร์นี้เอง จอร์จก็ได้เขียนบทสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คิดจะทำด้วยขณะไปพักผ่อนที่ฮาวาย จอร์จได้พูดคุยกับเพื่อนผู้กำกับที่ชื่อ “สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)”

และตกลงกันว่าจะทำหนังเกี่ยวกับนักโบราณคดีและนักผจญภัย และในที่สุดก็ได้ลงมือสร้างจริงๆภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า (Raiders of the Lost Ark)” นำแสดงโดย “แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford)” หรือ “ฮัน โซโล (Han Solo)” จากสตาร์ วอร์สนั่นเอง

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

ภาพยนตร์เรื่องนี้ จอร์จมอบให้สปีลเบิร์กเป็นผู้กำกับ ส่วนจอร์จเป็นโปรดิวเซอร์ และเมื่อนำออกฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็โด่งดัง เป็นภาพยนตร์ฮิตเรื่องหนึ่งประจำปี

หลังจากนั้น จอร์จก็มามุ่งกับการทำสตาร์ วอร์สภาคต่อไป นั่นคือ “การแก้แค้นของเจได (Revenge of the Jedi)”ภาคที่สามของสตาร์ วอร์สนี้ออกฉายในปีค.ศ.1983 (พ.ศ.2526) และเปลี่ยนชื่อจาก “การแก้แค้นของเจได (Revenge of the Jedi)” เป็น “การกลับมาของเจได (Return of the Jedi)”

เนื่องจากแนวคิดที่ว่าเจไดที่มีเกียรติจะไม่คิดเรื่องการแก้แค้นสตาร์ วอร์สภาคนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี กวาดเงินไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ในสหรัฐอเมริกา

ในช่วงที่กำลังรุ่งโรจน์นี้เอง ชีวิตครอบครัวของจอร์จก็เริ่มดรอป

ที่ผ่านมา จอร์จเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำให้เขาและมาร์เซียเริ่มห่างเหินกัน และเมื่อการกลับมาของเจไดเข้าฉาย จอร์จและมาร์เซียก็ได้หย่ากันภายหลังจากหย่ากับมาร์เซีย จอร์จได้ไปเก็บตัว มุ่งสร้างผลงานใหม่ที่ “ไร่สกายวอล์คเกอร์ (Skywalker Ranch)” ซึ่งเป็นไร่ของตน และย้ายบริษัทและทีมงานของตนไปยังไร่สกายวอล์คเกอร์

จอร์จยังคงผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย และได้แถลงถึงแผนการที่จะผลิตภาพยนตร์สตาร์ วอร์สออกมาอีกภาพยนตร์สตาร์ วอรส์ที่จอร์จวางแผนจะสร้างออกมาอีกนั้น จะไม่ใช่ภาคต่อของสามภาคแรกที่เคยออกฉาย ตรงกันข้าม จะเป็นภาพยนตร์ภาคก่อนหน้า

เล่าเรื่องราวก่อนหน้าภาพยนตร์สามภาคที่ได้ออกฉายไปแล้วเพื่อหาเงินมาเป็นทุนสร้าง จอร์จได้ตัดสินใจนำสตาร์ วอร์สภาคเก่าๆ กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่งหลายคนก็ไม่แน่ใจนัก เนื่องจากสตาร์ วอร์สก็เคยฉายในโรงภาพยนตร์ไปแล้ว อีกทั้งเคยถูกนำมาฉายทางโทรทัศน์ด้วย

จะมีใครอยากมาดูอีกหรือ?แต่จอร์จก็ยังคงนำภาพยนตร์สตาร์ วอร์สสามภาคแรกออกฉายในโรงภาพยนตร์ในปีค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) และแต่ละภาคก็ล้วนแต่ทำเงิน โดยภาคที่ทำเงินน้อยที่สุดก็ทำเงินไปถึง 45 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,350 ล้านบาท)

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

หลังจากนั้น จอร์จก็ได้สร้างภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์สออกมาอีกหลายภาค ซึ่งล้วนแต่ทำเงินและสร้างความสำเร็จให้จอร์จอีกครั้งค.ศ.2013 (พ.ศ.2556) จอร์จได้แถลงว่าเขาได้ขายลูคัสฟิล์มให้ “วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney)” ไปในราคา 4.05 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 121,500 ล้านบาท) ซึ่งจอร์จคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องส่งต่อสตาร์ วอร์สให้นักทำหนังรุ่นใหม่แล้ว

ชีวิตที่ผ่านมาของจอร์จนั้นหักเห ผกผัน และไม่มีใครคิดว่าเขาจะมายืนในจุดนี้ได้จากเด็กเกเร ไม่สนใจเรียน ชอบซิ่งรถ ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ทุกวันนี้ เขาคือผู้กำกับระดับแถวหน้าของโลกและทั้งหมดนี้ก็เกิดจาก “หนังวิทยาศาสตร์ที่ดูไม่รู้เรื่องนั่น” ดังที่สตูดิโอต่างๆ เรียกสตาร์ วอร์ส

ความสำเร็จ สตาร์ วอร์ส
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

นอกจากนี้ลูคัสยังเป็นผู้วิวัฒนาการให้โรงหนังเกิดระบบ THX ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อคงคุณภาพมาตรฐานสูงสุดของเสียงในการฉายภาพยนตร์ ทั้งยังสร้างหนังใหญ่ยักษ์ให้วงการอีกมากมาย พร้อมทั้งขึ้นเป็นประธานบอร์ดกองทุนเพื่อการศึกษา เดอะจอร์จ ลูคัสเอดดูวเคชันแนลฟาวเดชัน (The George Lucas Educational Foundation) อีกด้วย

ในปี 1992 จอร์จ ลูคัส ได้รับรางวัล ไอร์วิง จี ธัลเบิร์ก ซึ่งตัดสินโดยบอร์ดบริหารของทางสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์การภาพยนตร์ผู้ทำการมอบรางวัลออสการ์ ให้กับคนในวงการภาพยนตร์ สำหรับการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตลอดชีวิตของเขานั่นเอง

ลูคัสเป็นผู้บุกเบิกเทคนิคใหม่ ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์มากมาย เขาก่อตั้งบริษัท อินดรัสเทรียลไลท์แอนด์เมจิก (Industrial Light and Magic – ILM) ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ทำเกี่ยวกับด้านเทคนิคพิเศษ, มีส่วนร่วมในการพัฒนา ระบบเสียง THX และการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกล้องวิดีโอดิจิทัลทั้งเรื่องใน สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2: กองทัพโคลนส์จู่โจม