Skip to content
Home » News » คาร์ม็อบ เคลื่อนขบวนกดดันขับไล่ ครั้งที่ 3

คาร์ม็อบ เคลื่อนขบวนกดดันขับไล่ ครั้งที่ 3

คาร์ม็อบ
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/952174

คาร์ม็อบ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” (วิภาวดี-รังสิต) ในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.2564 มีรถทุกชนิดเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 พันคัน ถือว่า “คาร์ม็อบจุดติดแล้ว”

เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีคาร์ม็อบ 3 ขบวนคือ คาร์ม็อบของ บก.ลายจุด ,คาร์ม็อบราษฎร นำโดย ไผ่-เพนกวิน และคาร์ม็อบคนเสื้อแดง ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำผู้จัดคาร์ม็อบ สื่อสารกับกลุ่มต่างๆ ผ่านคลับเฮ้าส์ โดยวางกติการ่วมกัน ไม่มีการจอดรถเพื่อหยุดทำกิจกรรมภาคพื้นในที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ แต่จะใช้วิธีการขับรถวนไปเรื่อยๆ

บก.ลายจุด นักกิจกรรมแนวสันติวิธี เน้นย้ำ “ไม่เอาปะทะ ไม่เอาวุ่นวาย” และคาร์ม็อบไม่มีเป้าหมายไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายในค่าย ร.1 รอ.

สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของ บก.ลายจุด ก็คือ กลุ่มจักรยานยนต์ หรือกลุ่ม 2 ล้อ เพื่อประชาธิปไตย ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมคาร์ม็อบกับกลุ่ม “ม่อน อาชีวะ” ไปเมื่อวันเสาร์(31 ก.ค.64) ด้วยเหตุนี้ จึงมีเหตุการณ์ปะทะ ระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมบริเวณ ด้านหน้า รพ.ทหารผ่านศึก

นี่เป็นสิ่งที่ บก.ลายจุด คงไม่ปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้น เมื่อมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก หลายกลุ่มก้อน

คาร์ม็อบกำลังเร่งขยายเป็นยุทธิวิธีล้อหมุน เดินหน้าขับไล่นายกฯ ปลุกเร้ากดดันรัฐบาลตลอดเดือน ส.ค. ดีเดย์อาทิตย์ 1 ส.ค. สมบัติ บุญงามอนงค์ นัดจัดกิจกรรม “คาร์ม็อบ” ครั้งที่ 3 ตลอดแนวถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อเคลื่อนขบวนกดดันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกฯ รัฐมนตรี โดยใช้สัญลักษณ์เปิดไฟกระพริบและบีบแตรส่งเสียงดังตลอดเส้นทาง

ที่ผ่านมาการจัด “คาร์ม็อบ” ทั้ง 2 ครั้งถือว่าเข้าเป้าในยุทธวิธีการบริหารจัดการในสถานการณ์ “โควิด” ระบาดในกรุงเทพฯ เมื่อการเลือกใช้ยานพาหนะส่วนตัวมาจัดเป็น “คาร์ม็อบ” ปิดช่องลดความเสี่ยงต่อการระบาดมากกว่าม็อบบนถนน
ยิ่งจำนวนผู้เข้าร่วมเริ่มขยับมากกว่าเดิมในแต่ละครั้ง

เป็นสิ่งที่ “บก.ลายจุด” มั่นใจว่าการจัดคาร์ม็อบครั้งที่ 3 จะขยายแนวร่วมจากกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลในพื้นที่ต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯให้มากกว่าเดิม จากการสลับรับช่วงจาก “ม็อบถนน” เพื่อสลับกิจกรรมให้กระแสการต่อต้านรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไป

หากย้อนไปถึงการจัด ครั้งแรกใช้เส้นทางสัญลักษณ์ทางการเมืองบนถนนราชดำเนิน จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วกลับมาสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

จากนั้น “คาร์ม็อบ” ครั้ง 2 เริ่มต้นถนนราชดำเนินอีกครั้ง แล้วใช้เส้นทางตามแนวที่ทำการพรรคการเมืองรัฐบาลตั้งแต่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมพลังประชาชาติไทย และในครั้งที่ 3 ถูกปักหมุดใช้เส้นทางถนนวิภาวดี-รังสิตเริ่มในเวลา 13.00 น. ไปสิ้นสุดช่วง 4 โมงเย็น

สำหรับยุทธวิธีคาร์ม็อบเลือกใช้ “วิภาวดี-รังสิต” นั้น ถือว่าล็อกเป้าเส้นทางสำคัญเชื่อมต่อถนนในกรุงเทพฯ กับภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นถนนเส้นหลอดเลือดใหญ่ในกรุงเทพฯ มีจุดเริ่มต้นที่แยกใต้ทางด่วนดินแดง ไปบรรจบกับถนนพหลโยธินที่ทางแยกต่างระดับอนุสรณ์สถานแห่งชาติ รวมระยะทางยาวกว่า 23.5 กิโลเมตร

โดยเฉพาะเป้าการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ “สมบัติทัวร์ ต้องการขยายแนวร่วม “ไร้รอยต่อ” จากม็อบต่างจังหวัดเข้าสู่เมืองกรุง บนเส้นทางถนนวิภาวดี-รังสิต ไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวในส่วนภูมิภาค ซึ่งนัดหมายจัดกิจกรรม “แฟรนไชส์คาร์ม็อบ อย่างน้อย 10 กลุ่มไปพร้อมกัน อาทิ 

กลุ่มลำพูนปลดแอก มี 2 จุดนัดหมาย ลานหน้าธนาคารกรุงเทพ บ้านธิ เวลา 16.00 น. และหน้าสถานีรถไฟลำพูน16.30 น. กลุ่ม Korat No เผด็จการ นัดหมายเวลา 15.30 น.ที่ประตูชุมพล หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี กลุ่มขอนแก่นพอกันที และสมัชชานักศึกษาอีสาน เวลา 16.00 น. ที่บึงแก่นนคร

กลุ่มคนคอนจะไม่ทน รวมพล 14.00 น. ที่หัวถนน มุ่งหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มรังสิตพะยอมเก๋า นัดหมายหน้า ม.รังสิต เวลา 11.00 น. มุ่งหน้าถนนวิภาวดี-รังสิต กลุ่ม Protect Freedom และกลุ่มราษฎรนครปฐม นัดหมายเดินทางจากจังหวัดนครปฐม มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร นัดหมาย 11.00 น. ที่องค์พระปฐมเจดีย์ มุ่งหน้าถนนวิภาวดี-รังสิต

กลุ่มคนลำปางจะไม่ทน นัดระดมพลที่หอนาฬิกา 16.00-18.00 น. ใส่เสื้อดำขับไล่ร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตด้วยขับรถเปิดไฟกระพริบบีบแตรไล่ประยุทธ์ สหพันธ์นักเรียนเพชรบูรณ์ นัดหมายรวมขบวนรถหน้าลานองค์พระพุทธมหาธรรมราชา เวลา 15.00 น. เคลื่อนขบวนเวลา 16.00 น. กลุ่มอุดร พอกันที นัดหมายเวลา 16.00 น. ที่ทุ่งศรีเมือง กลุ่มราษฎรกำแพงเพชร นัดหมาย 16.00 น. ที่วงเวียนต้นโพธิ์

สำหรับพัฒนาการชุมนุมที่เปลี่ยนแปลงมาถึง “คาร์ม็อบ” แต่หากย้อนไปในรอบ 30 ปี เปลี่ยนฉากทัศน์มากมายตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภา 35 ซึ่งได้รับการเรียกขานเป็น “ม็อบมือถือ” จากนั้นถึงปรากฎการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในปี 2549 ขึ้นชื่อว่าเป็น “ม็อบมือตบ” หรือของกลุ่มเสื้อแดงในปี 2552-2553 ถูกเรียก “ม็อบตีนตบ มาถึงการชุมนุมกลุ่ม กปปส.ในปี 2556 ใช้นกหวีดเป็นสัญลักษณ์การชุมนุมจนถูกเรียกว่า “ม็อบนกหวีด” 

กระทั่งการเคลื่อนไหวในปี 2563-2564 มีการขับเคลื่อนการชุมนุมจากหลายแนวมร่วมเพื่อต่อต้านรัฐบาล “ประยุทธ์”โดยเชื่อมโยงสัญลักษณ์แต่ละกลุ่มด้วยการชู “สามนิ้ว” จนมาถึงการเคลื่อนไหวสถานการณ์ระบาดของโควิด โดยใช้ยานพาหนะเคลื่อนไหวในยุทธ์วิธี “คาร์ม็อบ”