Skip to content
Home » News » จอมเผด็จการ ฮิตเลอร์

จอมเผด็จการ ฮิตเลอร์

จอมเผด็จการ ฮิตเลอร์ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (เยอรมัน: Adolf Hitler) เป็นนักการเมืองเยอรมันเชื้อชาติออสเตรีย หัวหน้าพรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมันหรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ พรรคนาซี ฮิตเลอร์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ระหว่าง ค.ศ. 1933–1945 และเป็นฟือเรอร์ของเยอรมนี ตั้งแต่ ค.ศ. 1934–1945 ฮิตเลอร์เป็นผู้นำสูงสุดของไรช์เยอรมัน ผู้จุดชนวนสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรป และเป็นผู้เห็นชอบการฮอโลคอสต์

ฮิตเลอร์เป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่หนึ่งผู้ได้รับเหรียญกางเขนเหล็ก ต่อมา ฮิตเลอร์ได้เข้าร่วมพรรคกรรมกรเยอรมันใน ค.ศ. 1919 ซึ่งเป็นพรรคการเมืองก่อนหน้าพรรคนาซี ก่อนจะได้เป็นหัวหน้าพรรคนาซีใน ค.ศ. 1921 เขาพยายามก่อรัฐประหารซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ กบฏโรงเบียร์ ในเมืองมิวนิก เมื่อวันที่ 8–9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1923 แต่ล้มเหลว ฮิตเลอร์ถูกจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปี

ซึ่งในระหว่างนั้นเองที่เขาเขียนบันทึกความทรงจำ ไมน์คัมพฟ์ (“การต่อสู้ของข้าพเจ้า”) หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1924 เขาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนโดยการโจมตีสนธิสัญญาแวร์ซาย และการเสนออุดมการณ์รวมกลุ่มเยอรมัน การต่อต้านยิว และการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ด้วยวาทศิลป์อันมีเสน่ห์ดึงดูดและการโฆษณาชวนเชื่อนาซี หลังได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1933 เขาเปลี่ยนสาธารณรัฐไวมาร์เป็นรช์ที่สาม รัฐเผด็จการพรรคการเมืองเดียว ภายใต้อุดมการณ์นาซีอันมีลักษณะเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จและอัตตาธิปไตย เป้าหมายของเขาคือ ระเบียบโลกใหม่ ที่ให้นาซีเยอรมนีครอบงำยุโรปภาคพื้นทวีปอย่างสมบูรณ์

นโยบายต่างประเทศและในประเทศของฮิตเลอร์มีความมุ่งหมายเพื่อยึดเลเบินส์เราม์ (“พื้นที่อยู่อาศัย”) เป็นของชาวเยอรมัน เขานำการสร้างเสริมกำลังอาวุธขึ้นใหม่และการบุกครองโปแลนด์ ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 อันนำไปสู่การปะทุของสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรป ภายในสามปีใต้การนำของฮิตเลอร์ กองทัพเยอรมันและพันธมิตรในยุโรปยึดครองดินแดนยุโรปและแอฟริกาเหนือส่วนใหญ่

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ค่อยพลิกผันหลัง ค.ศ. 1941 กระทั่งกองทัพสัมพันธมิตรเอาชนะกองทัพเยอรมันใน ค.ศ. 1945 นโยบายความสูงสุดและที่กระตุ้นด้วยการถือชาติพันธุ์ของฮิตเลอร์ลงเอยด้วยการฆาตกรรมผู้คนนับ 17 ล้านคนอย่างเป็นระบบ ในจำนวนนี้เป็นชาวยิวเกือบหกล้านคน

ปลายสงคราม ระหว่างยุทธการเบอร์ลินใน ค.ศ. 1945 ฮิตเลอร์แต่งงานกับเอฟา เบราน์ ทั้งสองทำอัตวินิบาตกรรมเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1945 เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกกองทัพแดงของโซเวียตจับตัว และสั่งให้เผาร่างของตน

จอมเผด็จการ ฮิตเลอร์
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%9F_%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C

จอมเผด็จการ ฮิตเลอร์

อดอล์ฟฮิตเลอร์เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2432 เป็นผู้นำทางทหารของพรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมันหรือที่เรียกว่าเยอรมันนาซี ด้วยนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของเขาเขาเป็นผู้ริเริ่มสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันนับพัน เขาเป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ถึง พ.ศ. 2488

จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้นำเผด็จการในปี พ.ศ. 2477 และ พ.ศ. 2488 เขาดูแลนโยบายฟาสซิสต์ซึ่งทำให้เกิดความหายนะการทำลายล้างหรือการสังหารในระดับหมู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดจากไฟหรือสงครามนิวเคลียร์หรือเครื่องบูชาบูชายัญของชาวยิวซึ่ง ถูกไฟไหม้จนหมดบนแท่นบูชา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ฮิตเลอร์เป็นทหารผ่านศึกซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกจำคุก หลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวฮิตเลอร์มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการเผยแพร่อุดมการณ์ของพวกนาซีเกี่ยวกับลัทธิแพน – เยอรมันการต่อต้านลัทธิยิวและการต่อต้านคอมมิวนิสต์

การโฆษณาชวนเชื่อของนาซี ในช่วงปีแรกของการได้รับอำนาจในฐานะผู้นำเยอรมนีเขาทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากการกระทำที่ก้าวร้าวหลายครั้งแพร่กระจายไปทั่วช่วงอำนาจของเขาในที่สุดเขาก็ฆ่าตัวตายพร้อมกับภรรยาของเขา Eva Braun ในปีพ. ศ. 2488 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับโดยกองทัพแดง

ฮิตเลอร์กับมุสโสลินี

เนื่องจากชื่อทั้งสองชื่อฮิตเลอร์และมุสโสลินีมีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรงจึงมีประโยชน์มากที่จะทราบความแตกต่างระหว่างฮิตเลอร์และมุสโสลินี ในบรรดาผู้คนหลายพันล้านล้านคนที่เคยเดินบนโลกนี้บางคนไม่เคยผ่านการให้อภัย พวกเขาจะไม่มีวันลืมบางครั้งอาจเกิดจากความดีที่พวกเขาทำต่อสิ่งมีชีวิตหรือในบางครั้ง

เนื่องจากภัยพิบัติร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมชีวิต บทความนี้พยายามที่จะสำรวจบุคคลดังกล่าวสองคน อดอล์ฟฮิตเลอร์และเบนิโตมุสโสลินี ตัวละครสองตัวนี้โด่งดังไปทั่วโลก การเอ่ยชื่อพวกเขาเพียงครั้งเดียวจะทำให้นึกถึงความทรงจำนับพันรวมกับอารมณ์เชิงลบส่วนใหญ่เช่นความกลัวความหวาดกลัวความเกลียดชัง ฯลฯ และความหมายเชิงลบเช่นสงครามการเลือกปฏิบัติเป็นต้นในการเริ่มต้นทั้งอดอล์ฟฮิตเลอร์และเบนโตมุสโสลินีเป็นเผด็จการ 

เมื่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุ ฮิตเลอร์สมัครเข้ารับราชการในกองทัพเยอรมัน เขาได้รับการตอบรับในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1914 ซึ่งมีแนวโน้มว่าเป็นผลมาจากความปล่อยปละละเลยทางธุรการ เพราะเขายังเป็นพลเมืองออสเตรีย เขาถูกจัดไปยังกรมทหารราบกองหนุนบาวาเรีย 16 (กองร้อยที่ 1 แห่งกรมลิสท์) เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นพลนำสารส่งแนวรบด้านตะวันตกในฝรั่งเศสและเบลเยียมใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งอยู่หลังแนวหน้า เขาเข้าร่วมในยุทธการอีเปอร์ครั้งที่หนึ่ง, ยุทธการที่แม่น้ำซอมยุทธการที่อารัส และยุทธการพัสเชนแดเลอ และได้รับบาดเจ็บที่แม่น้ำซอม

ฮิตเลอร์ได้รับเชิดชูเกียรติสำหรับความกล้าหาญ ได้รับกางเขนเหล็กชั้นที่สอง ใน ค.ศ. 1914 และโดยการแนะนำของ ฮูโก้ กัทมันนท์ เขาได้รับกางเขนเหล็กชั้นที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1918 อิสริยาภรณ์ซึ่งน้อยครั้งนักจะมอบให้แก่ทหารชั้นผู้น้อยเช่นพลทหารอย่างเขา ตำแหน่งของฮิตเลอร์ที่กองบัญชาการกรม ทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์บ่อยครั้งกับนายทหารอาวุโส อาจช่วยให้เขาได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์นี้ แม้พฤติการณ์ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลอาจเป็นความกล้าหาญ แต่ก็อาจไม่ใช่เรื่องพิเศษมากมายนัก เขายังได้รับเครื่องหมายบาดเจ็บสีดำ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1918

ระหว่างรับราชการที่กองบัญชาการ ฮิตเลอร์ยังสร้างสรรค์งานศิลปะของตนต่อไป โดยวาดการ์ตูนและคำชี้แจงแก่หนังสือพิมพ์กองทัพ ระหว่างยุทธการแม่น้ำซอม ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1916 เขาได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาหนีบ หรือต้นขาซ้ายเมื่อกระสุนปืนใหญ่ระเบิดในหลุมของพลนำสารระหว่างยุทธการแม่น้ำซอม ฮิตเลอร์ใช้เวลาเกือบสองเดือนในโรงพยาบาลกาชาดที่บีลิทซ์ เขากลับมายังกรมของเขาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1917 วันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1918 ฮิตเลอร์ตาบอดชั่วคราวจากการโจมตีด้วยแก๊สมัสตาร์ด และรับการรักษาในโรงพยาบาลในพาเซวัลค์ขณะรักษาตัวอยู่ ฮิตเลอร์ทราบข่าวการพ่ายแพ้ของเยอรมนี และ จากบันทึกของเขา เมื่อทราบข่าว เขาก็ตาบอดอีกเป็นครั้งที่สอง

ฮิตเลอร์รู้สึกขมขื่นต่อการพังทลายของความพยายามทำสงคราม และการพัฒนาอุดมการณ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างมั่นคงเขาอธิบายสงครามว่าเป็น “ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนืออื่นใด” และได้รับการยกย่องจากนายทหารผู้บังคับบัญชาสำหรับความกล้าหาญของเขาประสบการณ์นี้ส่งผลให้ฮิตเลอร์เป็นผู้รักชาติเยอรมันอย่างหลงใหล และรู้สึกช็อกเมื่อเยอรมนียอมจำนนในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1918 เช่นเดียวกับพวกชาตินิยมเยอรมันอื่นทั้งหลาย เขาเชื่อในตำนานแทงข้างหลัง ซึ่งอ้างว่ากองทัพเยอรมัน “ไม่แพ้ในสมรภูมิ” ได้ถูก “แทงข้างหลัง” โดยผู้นำพลเรือนและพวกมากซิสต์จากแนวหลัง นักการเมืองเหล่านี้ภายหลังถูกขนานนามว่า “อาชญากรพฤศจิกายน”

สนธิสัญญาแวร์ซายกำหนดให้เยอรมนีต้องสละดินแดนหลายแห่งและให้ไรน์ลันท์ปลอดทหาร สนธิสัญญากำหนดการลงโทษทางเศรษฐกิจและเรียกเก็บค่าปฏิกรรมสงครามจากประเทศ ชาวเยอรมันจำนวนมากเข้าใจว่าสนธิสัญญานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ 231 ซึ่งประกาศให้เยอรมนีรับผิดชอบต่อสงคราม เป็นความอัปยศอดสู สภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในเยอรมนีได้รับผลกระทบจากสงครามและสนธิสัญญาแวร์ซายภายหลังถูกฮิตเลอร์ใช้แสวงประโยชน์ทางการเมือง

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%9F_%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C