Skip to content
Home » News » จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์ ปี 1973 หนังกึ่งอัตชีวประวัติเรื่อง American Graffiti ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำและเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 5 สาขา และด้วยความสำเร็จในครั้งนี้นี่เอง เป็นแรงผลักดันให้เขาเขียนบทหนังสงครามอวกาศซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก แฟลช กอร์ดอน และหนังเรื่อง Planet of the Apes

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์ จนออกมาเป็นสตาร์ วอร์ส ในปี 1977 และเขายังก่อตั้ง บริษัท ไอแอลเอ็ม (ILM-Industrial Light & Magic) ผลิตงานด้านวิชวลเอฟเฟ็กต์ซึ่งเป็นส่วนที่จำเป็นของหนัง รวมทั้งยังมีการตั้งบริษัท สปร็อกเก็ต ซิสเต็มส์ ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับและมิกซ์เสียง จนต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในนาม สกายวอล์กเกอร์ ซาวนด์

แต่หนังของเขาถูกสตูดิโอหลายเจ้าปฏิเสธจนท้ายที่สุด ค่ายทเวนตีเซ็นจูรีฟ็อกซ์ จึงหยิบยื่นโอกาสให้ ลูคัสยอมไม่รับค่าจ้างจากการกำกับหนังเรื่องนี้ แต่ขอส่วนแบ่งจากบ็อกซ์ออฟฟิซ 40% และสิทธิในการจัดจำหน่ายสินค้าของหนังเป็นข้อแลกเปลี่ยน และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สถิติของบ็อกซ์ออฟฟิศ

และรับออสการ์ให้หนังถึง 7 สาขาด้วยกัน (แต่ไม่มีให้ตัวเอง) พร้อมทั้งก่อให้เกิดคำว่า blockbuster หรือหนังฟอร์มยักษ์ทำเงินถล่มทลาย ขึ้นมาด้วย

ในช่วงเวลาพัก ลูคัสก็ทำสตาร์ วอร์สภาคต่อทันที เคียงข้างไปกับการจับมือ สตีเฟน สปิลเบิร์ก สร้างสรรค์ซีรีส์การผจญภัยของ อินเดียนา โจนส์ ขึ้นมาซึ่งก็ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศ ไปอีกครั้ง จากนั้นปี 1980-1985 ลูคัสก็ง่วนอยู่กับการสร้างกิ่งก้านสาขาให้กับสกายวอล์กเกอร์ ทั้งในเรื่องของการเพิ่มฝ่ายครีเอทีฟ ฝ่ายเทคนิคและการจัดการบริหารซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อลูคัสฟิล์มทั้งสิ้น

นอกจากนี้ลูคัสยังเป็นผู้วิวัฒนาการให้โรงหนังเกิดระบบ THX ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อคงคุณภาพมาตรฐานสูงสุดของเสียงในการฉายภาพยนตร์ ทั้งยังสร้างหนังใหญ่ยักษ์ให้วงการอีกมากมาย พร้อมทั้งขึ้นเป็นประธานบอร์ดกองทุนเพื่อการศึกษา เดอะจอร์จ ลูคัสเอดดูวเคชันแนลฟาวเดชัน (The George Lucas Educational Foundation) อีกด้วย

ในปี 1992 จอร์จ ลูคัส ได้รับรางวัล ไอร์วิง จี ธัลเบิร์ก ซึ่งตัดสินโดยบอร์ดบริหารของทางสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์การภาพยนตร์ผู้ทำการมอบรางวัลออสการ์ ให้กับคนในวงการภาพยนตร์ สำหรับการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตลอดชีวิตของเขานั่นเอง

ในเวลากลางคืน จอร์จจะต้องทำงานสอน ส่วนในเวลากลางวัน จอร์จก็ถ่ายภาพยนตร์ของตนโปรเจคที่ใหญ่ที่สุดของจอร์จคือ “Electronic Labyrinth: THX 1138 4EB”

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของชายในโลกอนาคต ซึ่งจอร์จเรียกผลงานชิ้นนี้ว่าเป็น “สารคดีไซไฟ”จอร์จเกณฑ์ทหารเรือที่เป็นลูกศิษย์เขาให้มาช่วย ซึ่งต่างก็ชื่นชอบในเนื้อเรื่องของหนัง

และเมื่อนำออกฉายให้เหล่านักศึกษาดู ทุกคนต่างก็ชื่นชอบ นักทำหนังจากทั่วแคลิฟอร์เนียก็เดินทางมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมทั้งชายที่ชื่อ “สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)”ปลายยุค 60 (พ.ศ.2503-2512) ไปถึงต้นยุค 70 (พ.ศ.2513-2522) ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงในฮอลลีวู้ด ได้เกิดผู้กำกับที่กล้าจะฉีกขนบการทำหนัง ทำหนังในทิศทางใหม่ๆ ซึ่งจอร์จคือหนึ่งในนั้น

ในงานเทศกาลภาพยนตร์นักเรียนประจำปีค.ศ.1967 (พ.ศ.2510) Electronic Labyrinth: THX 1138 4EB กวาดรางวัลและคำชมไปมากมาย อีกทั้งจอร์จยังได้ทุนการศึกษาไปเรียนรู้งานใน “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส (Warner Brothers)” บริษัทภาพยนตร์แถวหน้าจอร์จได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ

ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จอร์จจะได้เรียนรู้การทำภาพยนตร์ระดับมืออาชีพในที่สุด ประตูสู่ฮอลลีวู้ดก็ได้เปิดรับจอร์จแล้วที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส จอร์จได้รับมอบหมายให้ประจำในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “ฟิเนียน เรนโบว (Finian Rainbow)” โดยมีผู้กำกับคือ “ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola)”

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

คอปโปลานั้นอายุมากกว่าจอร์จห้าปี และทั้งคู่ก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วแต่เมื่อทำงานไปนานเข้า จอร์จก็เริ่มจะเบื่อหนังที่ตัวเองต้องทำ เขาจึงไปค้นดูพวกฟิล์มเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้ หาไอเดียใหม่ๆ และในช่วงเวลานี้เอง จอร์จได้ขอมาร์เซียแต่งงานคอปโปลาต้องการจะนำ Electronic Labyrinth: THX 1138 4EB ของจอร์จมาพัฒนาให้เป็นภาพยนตร์จริงๆ

ไม่ใช่เพียงแค่หนังสั้น โดยคอปโปลาได้ไปเจรจากับวอร์เนอร์ บราเธอร์สเพื่อขอทุนมาทำ ส่วนจอร์จจะได้ค่าจ้าง 15,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 450,000 บาท) ในการเขียนบทสำหรับ Electronic Labyrinth ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์เรื่องยาว อีกทั้งยังได้เป็นผู้กำกับอีกด้วยในเวลานี้ จอร์จได้ร่วมกับคอปโปลาก่อตั้งบริษัท “อเมริกัน โซโทรป (American Zoetrope)” เพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

จอร์จได้แต่งงานกับมาร์เซียในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1969 (พ.ศ.2512) ก่อนที่จอร์จจะลงมือทำ Electronic Labyrinth ฉบับภาพยนตร์เรื่องยาวในภาพยนตร์เรื่องนี้ จอร์จได้ร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเขียนบทหนัง โดยเขามีเวลาถ่ายทำเพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น โดยสถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่จะใช้สถานที่จริงกลางปีค.ศ.1970 (พ.ศ.2513)

คอปโปลานำ Electronic Labyrinth ไปฉายให้โปรดิวเซอร์ของวอร์เนอร์ บราเธอร์สชม ซึ่งผลที่ได้นั้น ปรากฎว่าพวกโปรดิวเซอร์ไม่ชอบเลย และต้องการจะยกเลิกสัญญากับจอร์จและคอปโปลาแต่เมื่อภาพยนตร์เสร็จแล้ว วอร์เนอร์ บราเธอร์สก็ยอมให้นำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1971 (พ.ศ.2514)

และก็เป็นตามคาด ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ทำเงินและวอร์เนอร์ บราเธอร์สก็ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับอเมริกัน โซโทรป ทำให้แผนการของจอร์จและคอปโปลาจบลงทันที

จอร์จ ลูคัส และภาพยนตร์
https://www.blockdit.com/posts/601ac8b1a6dc80182a396b4b?id=601ac8b1a6dc80182a396b4b&series=5fecc1fb186a470b2629256c

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1973 เป็นวันที่ประมาณการ