Skip to content
Home » News » จับกุมผู้ต้องหาฆ่าสาวสวิสที่ภูเก็ต

จับกุมผู้ต้องหาฆ่าสาวสวิสที่ภูเก็ต

จับกุมผู้ต้องหาฆ่าสาวสวิสที่ภูเก็ต เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูเก็ตคุมตัวผู้ต้องหาทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวสวิสไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่ถึง 48 ชม. ในการสืบสวนและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวหญิงชาวสวิตเซอร์แลนด์ เป็นชายชาวภูเก็ตวัย 27 ปี โดยเขาสารภาพว่าต้องการเพียงชิงทรัพย์ผู้เสียชีวิตเท่านั้น วอนสังคมและครอบครัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวให้อภัย

การออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ของผู้ต้องหารายนี้เกิดขึ้นระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีฆาตกรรม น.ส.นิโคล โซเวน ไวสคอป นักท่องเที่ยวชาวสวิสที่เดินทางมาท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 ส.ค.)

จับกุมผู้ต้องหาฆ่าสาวสวิสที่ภูเก็ต จากการสนธิกำลังจากส่วนกลางนำโดย พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และส่วนภูมิภาคใช้เวลาในการสืบสวนและเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 วัน

จับกุมผู้ต้องหาฆ่าสาวสวิสที่ภูเก็ต
https://www.bbc.com/thai/thailand-58135477

พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่าตำรวจ สภ. วิชิตได้รับแจ้งเหตุพบศพชาวต่างชาติเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ทราบภายหลังว่าชื่อ น.ส.นิโคล เสียชีวิตที่น้ำตกโตนอ่าวยน ในพื้นที่หมู่ 8 ต.วิชิต เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดย ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับให้แนวทางการปฏิบัติงานตั้งแต่ต้น

วันต่อมา (6 ส.ค.) ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.จิรภพ ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 และ สภ. วิชิต ร่วมกันสืบสวนโดยไล่ตามพยานหลักฐานต่าง ๆ ตั้งแต่จุดเกิดเหตุและเส้นทาง

“จากการสืบสวนเบื้องต้น เราทราบว่าผู้ตายพักที่โรงแรมโฮมมิ่ง วันที่ 3 ส.ค. เวลาประมาณ 11.49 น. ได้เดินผ่านกล้องวงจรปิดตัวสุดท้าย เพื่อเดินขึ้นไปบนน้ำตกโดยเดินจากโรงแรมด้วยระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ซึ่งน้ำตกนี้ค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยมีใครขึ้นไป ยกเว้นคนที่ชำนาญพื้นที่” พล.ต.ต.นันทเดชกล่าว

ใช้แนวกล้องวงจรปิดเป็นเครื่องมือสำคัญ

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีคนและยานพาหนะผ่านไปมารวม 68 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ 34 คัน เมื่อคัดกรองแล้วเหลือพาหนะที่ต้องสงสัย 8 คัน หนึ่งในนั้นคือรถจักรยานยนต์คันสุดท้ายที่ผ่านไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่ผู้ตายเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าผู้ขับขี่คือนายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ เป็นราษฎรอยู่บ้านแหลมพันวา

เมื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายธีรวัฒน์มาซักถามเป็นเวลานานที่ สภ. วิชิต โดยพนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่าในตอนแรก ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือ ให้การวกวนและมีพิรุธหลายอย่าง เมื่อตรวจสภาพร่างกายภายนอกพบว่าที่ลำตัวมีร่องรอยถลอกและรอยขีดข่วนหลายแห่ง บางจุดบาดแผลเริ่มตกสะเก็ด ทำให้สันนิษฐานว่าบาดแผลเกิดขึ้นมาแล้วราว 3-4 วัน

https://www.bbc.com/thai/thailand-58135477

“ด้วยพยานหลักฐานแวดล้อมต่าง ๆ เขาก็รับสารภาพพร้อมกับร้องไห้สำนึกผิดว่าเขาเป็นคนฆ่าคุณนิโคลเอง” พล.ต.ต.นันทเดชกล่าวและเปิดเผยคำให้การของผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุว่า เวลาประมาณ 10.03 น. เขาขึ้นไปที่น้ำตกเพื่อไปหาของป่าและกล้วยไม้ป่าเพื่อหารายได้ช่วงตกงานจากโควิด แต่กลับไม่เจอสิ่งที่ต้องการจึงกลับลงมา ระหว่างทางพบผู้ตายจึงคิดจะชิงทรัพย์

นายธีรวัฒน์ให้การว่าเขาย่องไปทางด้านหลังแล้วล็อกคอ น.ส. นิโคล แต่เธอขัดขืนและดิ้นรนต่อสู้จนทั้งคู่ตกลงไปในน้ำ เขารัดคอ น.ส. นิโคลจนแน่นิ่งไป จากนั้นขึ้นมาหยิบกระเป๋าเป้ของผู้ตายออกมาเพื่อล้วงเอาทรัพย์สินเป็นเงินสดธนบัตรของไทยมูลค่า 300 บาท หลังจากนั้นจึงนำกระเป๋าเป้ไปซ่อนไว้หลังต้นไม้แล้วโยนรองเท้าของผู้ตายออกไปห่างจากร่างไปราว 10 เมตร

ในขณะนั้นพบว่ามีผ้าใบที่ไหลมาตามลำธารจึงหยิบมาคลุมร่างผู้เสียชีวิตและใช้หินทับผ้าใบอีกทีเพื่ออำพรางศพ หลังจากนั้นได้หลบหนีไป ส่วนเงินที่ได้ลักทรัพย์มาผู้ต้องหายอมรับว่าส่วนหนึ่งนำไปซื้อยาเสพติด ส่วนหนึ่งนำไปซื้อเครื่องดื่มและซ่อมโทรศัพท์ ซึ่งบุคคลที่เขาอ้างถึงตั้งแต่คนขายของและร้านโทรศัพท์ เมื่อเรียกมาสอบสวนก็ให้การสอดคล้องกันทั้งหมด

ในระหว่างการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นายธีรวัฒน์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ โดยเขามีภรรยาและทนายความอยู่ด้วย

นายธีรวัฒน์ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า หลังจากก่อเหตุแล้วเขานำเงินมาซื้อน้ำส้ม 30 บาท น้ำแข็ง 10 บาท หลังจากนั้นไปพบเพื่อน ๆ เลยนำเงินที่เหลือ 260 บาทไปซื้อกัญชากับบุหรี่มาเสพและหลังจากนั้นกลับมาบ้านและใช้ชีวิตปกติจนถึงวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ภรรยาบอกเขาว่ามีคนพบศพชาวต่างชาติที่น้ำตกโตนอ่าวยน

“ผมก็ตกใจมากเลย สำนึกผิดกับทุกการกระทำที่ได้ทำไป ผมเลยสารภาพต่อเจ้าหน้าที่และอยากจะขอโทษสังคมไทย ทุกคนทั่วประเทศ และครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ผมได้กระทำลงไป ผมขอโทษครับ ผมขอโทษจากใจจริงครับ” นายธีรวัฒน์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าอะไรคือแรงจูงใจ เขาตอบว่า “ต้องการชิงทรัพย์อย่างเดียว เพราะเพิ่งตกงานจากโควิด มีรายได้น้อยจากการรับจ้างตัดหญ้าอาทิตย์ละพันบาท วันนั้นก็ให้แฟนไปหมดเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว” ผู้ต้องหากล่าวผ่านทางโทรศัพท์

โศกนาฏกรรมดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยและครอบครัวหญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวของไทยด้วย เนื่องจากมีรายงานว่า น.ส. นิโคลเป็นรองหัวหน้าพิธีการทูตของสมัชชาสหพันธรัฐเยอรมนี และเลขาธิการสมาคมอดีตสมาชิกรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซอีกด้วย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ ททท. รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจผ่านไปยังสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ในประเทศไทยไปแล้ว เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

“สำหรับผลกระทบต่อโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก็จะเร่งติดตามประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังพบว่ายังไม่มีผลกระทบยังมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง” นายยุทธศักดิ์กล่าว

หากพิจารณาจากสถิติการจองย้อนหลังตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวอธิบายเพิ่มเติมกรณียอดจองในวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา มียอดจองห้องพัก 7,027 รูมไนท์ (ห้อง) ส่วนในวันที่ 6 ส.ค. 6,940 รูมไนท์ และเมื่อวันที่ 7 ส.ค. มียอดจองห้องพักเข้ามาเกือบ 6,000 รูมไนท์ แล ะททท. จะได้แจ้งให้สำนักงาน ททท. สาขาต่างในประเทศให้ติดตามการรายงานข่าวในพื้นที่ต่าง ๆ ว่ามีการรายงานข่าวดังกล่าวนี้อย่างไรบ้างส่งผลกระทบด้านจิตใจต่อตลาดหรือไม่ เพื่อกำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว