Skip to content
Home » News » จับทหารกบฏ หลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน”

จับทหารกบฏ หลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน”

จับทหารกบฏ หลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน” ในเดือนกรกฎาคม 1951 (พ.ศ. 2494) หลังเกิดการต่อสู้ระหว่างกองทัพเรือและกองทัพบกในกรุงเทพ ซึ่ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นถูกจับเป็นตัวประกัน โดยกองทัพอากาศเลือกที่จะอยู่ฝ่ายกองทัพบก

เหตุการณ์ดังกล่าวรู้จักกันดีในชื่อ “กบฏแมนฮัตตัน” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2494 ขณะที่ จอมพล ป. เดินทางไปร่วมพิธีรับมอบเรือขุดจากอเมริกันชื่อ “แมนฮัตตัน” แต่ถูกทหารเรือจับเป็นตัวประกันและพาตัวไปกักขังไว้ที่เรือรบหลวงศรีอยุธยา ซึ่งฝ่ายทหารเรือคาดว่า การจับจอมพล ป. เป็นตัวประกันจะช่วยให้พวกตนสามารถยึดอำนาจไว้ได้โดยง่าย แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นดังหวัง

“จอมพล ป. จำต้องหนีออกมาจากเรือที่กำลังจะจม และว่ายน้ำเอาตัวรอดในลักษณะที่หมดสง่าผ่าเผย เมื่อเรือรบหลวงถูกทำลายลงแล้ว ฝ่ายกองทัพเรือจึงสิ้นหวัง และความเป็นศัตรูกันก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว” ทักษ์ เฉลิมเตียรณ ระบุใน “การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ”

จับทหารกบฏ หลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน” กองกำลังฝ่ายรัฐบาลนำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เลือกที่จะตอบโต้ฝ่ายกบฏอย่างรุนแรง เครื่องบินจากกองทัพอากาศยังได้เข้าโจมตีถังเก็บน้ำมันและยิงกราดที่ตั้งของฝ่ายกองทัพเรือ และยังทิ้งระเบิดใส่เรือรบหลวงศรีอยุธยา ที่จอมพล ป. ถูกจับเป็นตัวประกัน

จับทหารกบฏ หลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน”
https://www.silpa-mag.com/old-photos-tell-the-historical-story/article_909

“กบฏแมนฮัตตัน” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2494 ขณะที่ จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางไปร่วมพิธีรับมอบเรือขุดจากอเมริกันชื่อ “แมนฮัตตัน” แต่ถูกทหารเรือจับเป็นตัวประกันและพาตัวไปกักขังไว้ที่เรือหลวงศรีอยุธยา

แต่ฝ่ายรัฐบาลนำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เลือกที่จะตอบโต้ฝ่ายกบฏอย่างรุนแรง กองทัพอากาศยังใช้เครื่องบินโจมตีฐานทัพเรือ และทิ้งระเบิดใส่เรือหลวงศรีอยุธยาที่ให้กักตัวจอมพล ป. จนจมลง ซึ่งภายหลังเหตุการณ์ น.ต. พร่างเพชร์ บุญยพันธ์ ผู้จมเรือหลวงศรีอยุธยาได้ออกมากล่าวว่า

“ผมเสียใจไม่หายเลยที่ทำลายเรือศรีอยุธยา ครั้งนั้น มันเป็นคราวเคราะห์ร้ายของเรือศรีอยุธยาแท้ๆ ตามปกติแล้ว ลูกระเบิดขนาด 50 กก. ที่ใช้จะไม่จมเรือรบขนาดสองพันกว่าตันลงได้แน่ๆ แต่ระเบิดที่เอาไปใช้มันเสื่อม ถ้าเป็นระเบิดใหม่กระทบดาดฟ้าก็ระเบิด ถึงไฟไหม้ก็ไหม้เพียงบนดาดฟ้าพอดับได้ไม่ถึงกับจม แต่นี่มันเป็นระเบิดเก่าทะลวงดาดฟ้าลงไประเบิดข้างล่าง แถมเจอกองกระสุนในเรือเข้าอีก เลยระเบิดกันใหญ่ทำให้เรือทะลุจมลงอย่างน่าเศร้า”

ทหารเรือกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่า ‘คณะกู้ชาติ’ จับตัวนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นตัวประกัน ในขณะที่จอมพล ป. ขึ้นไปเยี่ยมเรือขุดแมนฮัตตัน ณ ท่าราชวรดิฐ โดยนายทหารเรือกลุ่มดังกล่าวนำโดย นาวาตรี มนัส จารุภา ได้ใช้ปืนกลจี้บังคับให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไปลงเรือเปิดหัวที่เตรียมไว้ แล้วนำไปยังเรือหลวงศรีอยุธยา เพื่อคุมขังนายกรัฐมนตรี

คณะผู้ก่อการกบฏได้ประกาศยืนยันถึงความจำเป็นที่ต้องทำการครั้งนี้ เพราะการบริหารงานที่เหลวแหลกของรัฐบาล ซึ่งใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์และกดขี่ข่มเหงราษฎร แต่ก็ยืนยันว่า จะไม่ปฏิบัติการใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากจะถูกโจมตีก่อน ต่อมาเมื่อถึงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน การเจรจาตามมติคณะรัฐมนตรีไม่เป็นผลสำเร็จ จึงเกิดการสู้รบกันขึ้นเมื่อเวลา 04.30 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2494 เริ่มจากฝ่ายรัฐบาล โดยกองทัพบกภายใต้การนำของ พล.ท. สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กองทัพอากาศภายใต้การบัญชาของ พล.อ.อ. ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี และกำลังตำรวจโดย พล.ต.ท. เผ่า ศรียานนท์ การสู้รบแพร่ขยายไปอย่างกว้างขวาง ทหารบกเริ่มโจมตีจากด้านพระนคร กองทัพอากาศเริ่มทิ้งระเบิดที่กรมอู่ทหารเรือ และตำแหน่งคลังเชื้อเพลิง ระหว่างการสู้รบกันนั้น การเจรจาต่อรองก็ยังคงดำเนินอยู่ 

กระทั่งเวลา 15.00 น. เครื่องบินของกองทัพอากาศได้ทิ้งระเบิดเรือหลวงศรีอยุธยา ขณะที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ยังอยู่บนเรือ 

แต่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับการช่วยเหลือจากทหารเรือให้ว่ายน้ำขึ้นฝั่ง ณ ที่ทำการกองทัพเรือฝั่งธนบุรีได้อย่างปลอดภัย

ภายหลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันยุติลง รัฐบาลได้ดำเนินการให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งทางด้านความสงบเรียบร้อยของประชาชน การทหาร และตำรวจ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการสู้รบครั้งนี้ รวมทั้งมีการปรับปรุงตัดกำลังกองทัพเรือเสียใหม่ อาทิ

  • ยุบกรมนาวิกโยธินที่กรุงเทพฯ และสัตหีบทั้งหมด คงเหลือไว้เพียง 1 กองพัน และให้ปลดนายทหารที่เกินอัตราออกให้หมด เพื่อมิให้กองทัพเรือมีทหารนาวิกโยธินต่อไปอีก เนื่องจากเป็นกองกำลังที่เข้มแข็ง ไม่น่าไว้วางใจ
  • ย้ายกองบัญชาการกองทัพเรือ จากพระราชวังเดิมไปอยู่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อไม่ให้ทหารเรืออยู่ในเขตพระนครและธนบุรี เมื่อกองทัพเรือได้ย้ายออกไปแล้ว ได้ใช้เป็นสถานศึกษาหรือหน่วยงานฝ่ายพลเรือน
  • ย้ายกองเรือรบ ตลอดจนเรือรบในสังกัดทุกลำไปอยู่สัตหีบ และให้เปลี่ยนชื่อกองเรือรบเป็น ‘กองเรือยุทธการ’ 
  • ให้กองสัญญาณทหารเรือย้ายออกจากศาลาแดงไปอยู่ที่อื่น 
  • ให้โอนกองบินทหารเรือที่จุดเสม็ด สัตหีบ ไปเป็นของกองทัพอากาศ เพราะเห็นว่ากองบินไม่จำเป็นสำหรับกิจการของทหารเรือ หากมีความจำเป็น กองทัพอากาศก็สามารถปฏิบัติการแทนได้ หรือใช้ร่วมกันได้ 
  • ที่ทำการกองเรือรบเดิมที่ท่าราชวรดิฐ ไม่ให้ทหารเรือหรือทหารเหล่าอื่นเข้าอยู่
  • โอนสถานที่ทำการหมวดเรือพระราชพิธีแจวบางส่วนให้ทหารบก 
https://www.silpa-mag.com/old-photos-tell-the-historical-story/article_909