Skip to content
Home » News » จากคดีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ

จากคดีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ

จากคดีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ เข้าวันที่ 12 ของการประท้วง หลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันออกชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรงของตำรวจ

ที่กรุงวอชิงตันดีซี คนนับหมื่นออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยมีกองกำลังด้านความมั่นคงคอยป้องกันไม่ให้ผู้ประท้วงเข้าไปใกล้ทำเนียบขาวได้

ที่นิวยอร์ก ชิคาโก ลอสแอนเจลิส และซานฟรานซิสโก ก็มีการประท้วงเช่นกัน ส่วนที่นอร์ธแคโรไลนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายฟลอยด์ คนออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงความรำลึกถึงเขา

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายฟลอยด์ ชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน เสียชีวิตขณะถูกตำรวจเมืองมินนีแอโปลิสจับกุมรุนแรง โดยวิดีโอบันทึกเหตุการณ์แสดงภาพเขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดทับลำคอเขาลงกับพื้นถนน ซึ่งในเวลาต่อมา ตำรวจคนดังกล่าว นายเดเร็ค เชาวิน ถูกไล่ออกและตั้งข้อหาฆาตกรรมแล้ว

จากคดีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ เมื่อวานนี้ ที่อังกฤษก็มีผู้ออกมาร่วมการรณรงค์เคลื่อนไหว ‘Black Lives Matter’ เช่นกัน โดยที่จัตุรัสรัฐสภา ใจกลางกรุงลอนดอน มีผู้ประท้วงออกมาหลายพันคน แม้ว่าทางการจะเตือนว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยิ่งแย่เข้าไปอีก

จากคดีจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ
https://www.bbc.com/thai/international-52956696

ที่ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสเปน ก็มีการจัดชุมนุมประท้วงเช่นกัน รวมถึงที่ออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นที่ซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน โดยมีการยกประเด็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อชนพื้นเมืองออสเตรเลียมาร่วมด้วย

ดูเหมือนว่าการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นที่กรุงวอชิงตันดีซี โดยผู้คนมารวมตัวกันอย่างสันติ โดยมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ออกมาต้อนรับผู้ชุมนุมโดยบอกว่า พวกเขาได้ส่งสารไปถึงประธานาธิบดีแล้ว

เมื่อวันจันทร์ กองกำลังรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปที่โบสถ์แห่งหนึ่ง

ดูเหมือนว่าการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นที่กรุงวอชิงตันดีซี โดยผู้คนมารวมตัวกันอย่างสันติ โดยมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ออกมาต้อนรับผู้ชุมนุมโดยบอกว่า พวกเขาได้ส่งสารไปถึงประธานาธิบดีแล้ว

เมื่อวันจันทร์ กองกำลังรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปที่โบสถ์แห่งหนึ่ง

“หากเขา(ปธน.ทรัมป์)สามารถยึดกรุงวอชิงตันดีซีได้ เขาก็สามารถไปทุก ๆ รัฐได้ และจะไม่มีใครสักคนที่ปลอดภัย” นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน กล่าว “ทหารของเราไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ควรถูกขอให้จัดการกับพลเมืองอเมริกันด้วยกัน”

บาวเซอร์ ได้เรียกร้องให้ถอนกองกำลังรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางและกองกำลังพิทักษ์ชาติออกจากเมือง โดยบอกว่าไม่มีความจำเป็น

ในหลายเมือง มีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ซึ่งทำให้มีการจับกุมผู้ชุมนุมลดน้อยไปด้วย ที่นิวยอร์ก ผู้ชุมนุมเดินข้ามสะพานบรูกลิน ส่วนที่ซานฟรานซิสโก ผู้ประท้วงรวมตัวกันปิดกั้นสะพานโกล์เด็นเกตเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ส่วนที่ชิคาโก มีผู้ประท้วงราว 30,000 รวมตัวกันที่สวนยูเนียน

ที่เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย มีการโค่นรูปปั้นของนายพลฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกาซึ่งสนับสนุนการค้าทาสในยุคสงครามกลางเมือง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความขอบคุณตำรวจ หน่วยสืบราชการลับ และกองกำลังพิทักษ์ชาติ สำหรับ “การทำงานที่ยอดเยี่ยม” และบอกว่าการชุมนุมที่กรุงวอชิงตันดีซี “เล็กกว่าที่คาดไว้มาก”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาประกาศส่งกองกำลังทหารและตำรวจอาวุธครบมือ “หลายพันคน” เข้าระงับเหตุจลาจลที่เกิดจากความไม่พอใจต่อกรณีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ พร้อมกับขู่ว่าใครที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจะถูกจับกุม คุมขังและถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ในการแถลงซึ่งมีขึ้นที่โรสการ์เดน ทำเนียบขาว ช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงตำหนิผู้ที่ก่อเหตุจลาจล โดยบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “การก่อการร้ายในประเทศ” และประกาศว่าผู้ก่อเหตุจะถูกลงโทษหนักและจะต้องถูกจำคุกเป็นเวลาหลายปี

ทรัมป์เริ่มต้นการแถลงด้วยประโยคว่า “ภารกิจอันดับแรกและภารกิจอันสูงสุดของผมในฐานะประธานาธิบดีคือการปกป้องประเทศอันยิ่งใหญ่นี้และพิทักษ์ชาวอเมริกัน”

“ผมกล่าวสาบานตนว่าจะยึดมั่นในกฎหมายของสหรัฐฯ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมจะปฏิบัติตาม”

เขาบอกว่าจะระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานทั้งในสังกัดพลเรือนและทหารเพื่อระงับเหตุจลาจล การปล้นร้านค้า การทำลายทรัพย์สิน การทำร้ายร่างกายและการสร้างความเสียหายต่อสถานที่ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของอเมริกันชนผู้เคารพกฎหมาย

“ชาวอเมริกันทุกคนมีสิทธิที่จะไม่พอใจและประท้วงต่อการเสียชีวิตอย่างทารุณของจอร์จ ฟลอยด์” ทรัมป์กล่าว “เขาจะไม่ตายเปล่า”

แต่ทรัมป์กล่าวว่าความทรงจำที่ทุกคนมีต่อฟลอยด์ไม่ควรถูกบดบังด้วยภาพของฝูงชนผู้เกรี้ยวกราด

“ประธานาธิบดีของพวกคุณเป็นผู้รักษากฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นผู้สนับสนุนการประท้วงอย่างสันติ”

“แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประเทศของเราถูกยึดครองโดยพวกอนาธิปไตย ผู้ชุมนุมที่นิยมความรุนแรง นักวางเพลิง โจร อาชญากร นักก่อการจลาจล ขบวนการซ้ายสุดโต่งแอนติฟาและอีกหลายพวก”

“รัฐบาลท้องถิ่นในหลายรัฐก็ล้มเหลวในการปกป้องประชาชน” เขากล่าว

ก่อนการแถลงไม่นานนัก ทรัมป์ประชุมทางโทรศัพท์กับผู้ว่าการรัฐหลายแห่งและตำหนิพวกเขาที่ “อ่อนปวกเปียก” ในการรับมือกับเหตุประท้วง จนทำให้ถูกนานาชาติหัวเราะเยาะ

“การประท้วงที่เกิดขึ้นไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติ” ทรัมป์กล่าว “แต่เป็นการก่อเหตุร้ายในประเทศ”

“การทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ การทำให้เลือดผู้บริสุทธิ์นองแผ่นดินเป็นปฏิปักษ์ต่อมนุษยชาติและเป็นอาชญากรรมต่อพระเจ้า”

ส่งกองกำลังทหารตำรวจติดอาวุธเข้าประจำการ

ทรัมป์พูดถึงการประกาศเคอร์ฟิวในกรุงวอชิงตันดีซีว่าเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผู้ใดที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวจะต้องถูกจับกุม คุมขังและถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ผู้ก่อเหตุร้ายจะต้องโทษอาญาและถูกจำคุกนานหลายปี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโดยหมายถึงกลุ่มแอนติฟา

“ขณะที่กำลังแถลงข่าวอยู่นี้ ผมได้ส่งทหารพร้อมอาวุธครบมือและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายหลายพันคนออกไประงับเหตุจลาจล การปล้นร้านค้า การทำลายข้าวของและการสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน”

“ประเทศเราต้องชนะ”

“เยียวยาไม่ใช่เกลียดชัง ความยุติธรรมไม่ใช่ความวุ่นวาย นี่คือภารกิจของเราและภารกิจนี้จะต้องประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจะชนะ ประเทศเราเป็นฝ่ายชนะเสมอ” ทรัมป์กล่าว

“หากการทำร้ายกันและความรุนแรงเป็นฝ่ายชนะ จะไม่มีใครอยู่อย่างเป็นสุขได้” เขากล่าวและทิ้งท้ายว่า “วันที่ดีที่สุดของอเมริกากำลังจะมาถึงในไม่ช้า”

ไม่ไกลนักจากโรสการ์เดนที่ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงต่อประชาชน ตำรวจกำลังผลักดันผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งออกจากพื้นที่

หลังจากที่แถลงเสร็จสิ้น ทรัมป์บอกว่าเขาจะไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็เดินจากทำเนียบขาวไปที่โบสถ์เซนต์จอห์นที่ได้รับความเสียหาย และยืนถือคัมภีร์ไบเบิลให้สื่อมวลชนถ่ายภาพด้านหน้าโบสถ์ เพียงไม่นานหลังจากตำรวจใช้แก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงในบริเวณใกล้เคียงออกไป

ผู้ประท้วงต้องการอะไร

บนโซเชียลมีเดีย และบนท้องถนน ผู้ประท้วงต้องการให้ทางการจัดการกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน การปฏิบัติรุนแรงของตำรวจ และความไม่เท่าเทียมต่าง ๆ

ข้อมูลโดยสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสีแห่งชาติ (National Association for the Advancement of Colored People) ระบุว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันโดนจำคุกมากกว่าชาวอเมริกันผิวขาวถึง 5 เท่า แม้ว่าอัตราการใช้ยาเสพติดจะเท่า ๆ กัน

นอกจากนี้ แม่ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันยังมีอัตราการเสียชีวิตขณะคลอดสูงกว่าแม่ชาวอเมริกันผิวขาวสองเท่าด้วย และระบบการแบ่งแยกสีผิวในอดีตยังส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมในระบบการศึกษา ที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะอื่น ๆ อีก

https://www.bbc.com/thai/international-52956696