Skip to content
Home » News » ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์ ตกอยู่ในวงล้อมการต่อสู้

ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์ ตกอยู่ในวงล้อมการต่อสู้

ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์ ตกอยู่ในวงล้อมการต่อสู้ กลุ่มตาลีบัน ให้เดินทางเยือนแนวหน้าของการสู้รบในจังหวัดเฮลมานด์เป็นเวลา 4 วัน เพื่อดูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในดินแดนที่แทบไม่มีใครเคยเห็น 

ได้เยือนตลาดที่ดูผิวเผินไม่ต่างจากตลาดธรรมดาทั่วไปในเมืองซานกิน แต่ก็สามารถสังเกตได้ว่านี่คือถิ่นของตาลีบัน เพราะตลาดไม่มีผู้หญิงปรากฏตัวอยู่ มีแต่ผู้ชาย

ผู้สื่อข่าวบีบีซียังได้เยือนโรงเรียนสอนศาสนาที่มีแต่เด็กผู้ชายเท่านั้นที่เข้าเรียน ส่วนเด็กผู้หญิง คนจากกลุ่มตาลีบันบอกว่าสามารถเรียนได้แต่ไม่ใช่ที่โรงเรียนแห่งนี้ 

การเยือนดินแดนของตาลีบันครั้งนี้ใช้เวลาเตรียมการนานหลายเดือน เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผู้สื่อข่าวของสื่อต่างประเทศไม่สามารถเข้าไปเยือนพื้นที่นี้ได้

16 ปีหลังจากที่กลุ่มตาลีบันถูกขับไล่โดยกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ตาลีบันก็ยังคงพยายามที่จะหาทางกลับเข้าไปควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอัฟกานิสถานให้ได้ ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุโจมตีนองเลือดขึ้นหลายครั้ง 

ตลอดการเยือนพื้นที่ของกลุ่มตาลีบันครั้งนี้ คณะสื่อของตาลีบันได้เดินทางประกบผู้สื่อข่าวบีบีซีด้วย โดยบีบีซีไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพที่เกี่ยวกับฝิ่น ซึ่ง 90% ของฝิ่นทั้งโลกผลิตจากอัฟกานิสถาน และการค้าฝิ่นเป็นช่องทางการหาเงินของกลุ่มตาลีบัน ในการนำไปซื้ออาวุธเพื่อใช้ในการสู้รบ

ทหารอัฟกานิสถาน อังกฤษ และสหรัฐฯ หลายร้อยนายสูญเสียชีวิตในเมืองซานกิน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สู้รบอย่างดุเดือดเป็นเวลากว่า 10 ปี และสุดท้ายก็ตกอยู่ในการควบคุมของตาลีบันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ทีมข่าวบีบีซียังได้เยือนเมืองมูซา กาลา ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของกลุ่มตาลีบัน ก่อนที่จะเข้าเขตเมืองนี้ ทีมข่าวได้แวะชมตลาดเคลื่อนที่ที่ตั้งอยู่บนท้องแม่น้ำที่แห้งผาก

มูซา กาลา มีชื่อเสียงด้านการค้าฝิ่น แต่ก็เป็นย่านการค้าสำคัญในพื้นที่เช่นกัน พ่อค้าแม่ขายจากหลายพื้นที่แถบพรมแดนอัฟกานิสถานและปากีสถานพากันมาที่เมืองนี้ ที่ตลาดแห่งนี้ผู้คนสามารถหาซื้อสินค้าได้หลากหลายชนิดตั้งแต่จักรยานยนต์ วัว ไปจนถึงไอศกรีม รวมถึงสินค้าที่ไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายโดยทั่วไปอย่าง กระสุนปืนเอเค-47 ที่ยึดมาจากกองทัพแห่งชาติอัฟกานิสถาน ซึ่งมีคนนำมาขายในราคาลูกละ 9 บาท 

แม้ว่าเมืองมูซา กาลา จะถือเป็นเมืองหลวงของตาลีบัน แต่โรงเรียนและโรงพยาบาลยังคงได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางของอัฟกานิสถานในกรุงคาบูล

จากข้อมูลของ US Aid นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนทั่วประเทศเป็นผู้หญิง 40% แต่ไม่ใช่ที่เมืองมูซา กาลา เพราะที่นี่ไม่มีเด็กผู้หญิงที่อายุมากกว่า 12 ปีที่ได้เรียนหนังสือ แต่เด็กหญิงก็ไม่ได้เรียนหนังสือมาตั้งแต่ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะยึดเมืองแห่งนี้แล้ว เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีแนวคิดหัวเก่า เป็นอย่างยิ่ง

ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง แต่ดำเนินการโดยตาลีบัน โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องให้บริการคน 120,000 คน แต่ขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่าง ๆ ขาดแคลนเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่มีแพทย์ที่เป็นผู้หญิง ไม่มีกุมารแพทย์ ไม่สามารถฉายเอ็กซเรย์ได้ และในอีกไม่นานก็จะไม่มีหมอผ่าตัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว

นักรบตาลีบันรุกคืบใกล้คุมเมืองยุทธศาสตร์อัฟกานิสถาน

รายงานหลายกระแสจากอัฟกานิสถานระบุว่าขณะนี้นักรบตาลีบันยังกระจายตัวอยู่ในทุกหัวระแหงของเมืองกาซนี ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของอัฟกานิสถาน แม้ว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต จะอ้างว่ารัฐบาลสามารถคุมพื้นที่ไว้ได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นกองกำลังของรัฐบาลและตำรวจ กับมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 140 คน จากเหตุการณ์สู้รบยืดเยื้อมาเป็นวันที่สี่ในเมืองแห่งนี้ซึ่งถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางหลวงสายหลักที่เชื่อมระหว่างกรุงคาบูลกับเมืองกันดาฮาร์

โดยหากกลุ่มตาลีบันสามารถยึดเมืองนี้ไว้ได้ก็จะทำให้พื้นที่ทางใต้ของอัฟกานิสถานถูกตัดขาดจากกรุงคาบูลไปโดยปริยาย และยังจะส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อรัฐบาลนายอัชราฟ กานี ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานที่ล่าสุดได้สั่งระดมกำลังทหารลงไปในพื้นที่เพิ่มอีก 1,000 นาย

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่าชาวบ้านในเมืองกาซนีไม่สามารถนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบไปยังโรงพยาบาลได้ ในเวลาเดียวกันระบบสื่อสารโทรคมนาคมและกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด อาหารและน้ำดื่มร่อยหรอในเมืองที่มีประชากรราว 270,000 คนแห่งนี้

รัฐบาลอัฟกานิสถานแถลงว่าในการสู้รบกับกลุ่มตาลีบันกองทัพสังหารนักรบตาลีบันไปได้ 200 คน แต่สูญเสียทหารของกองกำลังความมั่นคงไปกว่า 100 นาย ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเปิดเผยว่าพลเรือนและเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงรวมกว่า 140 คนได้รับบาดเจ็บ 

ด้านนักเคลื่อนไหวของกลุ่มรณรงค์จากเมืองกาซนีบอกบีบีซีว่าเมืองแห่งนี้กำลังตกอยู่ในห้วงวิกฤต้านมนุษยธรรม ชาวเมืองกำลังหิวโหย หากกองทัพยังคุมสถานการณ์ไว้ไม่ได้ ก็อาจได้เห็นการล่มสลายของเมืองนี้ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าก็เป็นได้

ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์
https://www.bbc.com/thai/international-45173615

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่าชาวบ้านในเมืองกาซนีไม่สามารถนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบไปยังโรงพยาบาลได้ ในเวลาเดียวกันระบบสื่อสารโทรคมนาคมและกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด อาหารและน้ำดื่มร่อยหรอในเมืองที่มีประชากรราว 270,000 คนแห่งนี้

รัฐบาลอัฟกานิสถานแถลงว่าในการสู้รบกับกลุ่มตาลีบันกองทัพสังหารนักรบตาลีบันไปได้ 200 คน แต่สูญเสียทหารของกองกำลังความมั่นคงไปกว่า 100 นาย ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเปิดเผยว่าพลเรือนและเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงรวมกว่า 140 คนได้รับบาดเจ็บ 

ด้านนักเคลื่อนไหวของกลุ่มรณรงค์จากเมืองกาซนีบอกบีบีซีว่าเมืองแห่งนี้กำลังตกอยู่ในห้วงวิกฤต้านมนุษยธรรม ชาวเมืองกำลังหิวโหย หากกองทัพยังคุมสถานการณ์ไว้ไม่ได้ ก็อาจได้เห็นการล่มสลายของเมืองนี้ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าก็เป็นได้

ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์ ตกอยู่ในวงล้อม หลังตาลีบันบุก

“ตาลีบันจะไม่เมตตาเรา และรัฐบาลก็จะไม่หยุดทิ้งระเบิด” 

ชาวเมืองลัชเคอร์ กาห์ ทางใต้ของอัฟกานิสถาน เป็นหนึ่งในชาวเมืองหลายพันคนที่ติดอยู่ในพื้นที่ หรือต้องอพยพหนีออกไปเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่การสู้รบเพื่อแย่งชิงการควบคุมเมืองเข้มข้นขึ้น ระหว่างสมาชิกกลุ่มติดอาวุธและกองกำลังของรัฐบาล

บีบีซี ไม่ได้ระบุชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ในบทความนี้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย 

“มีศพกลาดเกลื่อนถนน เราไม่รู้ว่า เป็นศพของประชาชนหรือของตาลีบัน” ชายคนหนึ่งกล่าวกับ บีบีซี ภาคภาษาอัฟกัน ในการให้สัมภาษณ์ผ่านทางวอตส์แอปป์ (WhatsApp) “ผู้คนหลายสิบครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และไปอาศัยอยู่ใกล้กับแม่น้ำเฮลมานด์” 

ชาวเมืองที่หวาดกลัวอีกหลายคน กล่าวกับบีบีซีว่า พวกเขาพบเห็นศพจำนวนมากนอนอยู่เกลื่อนถนน

การยึดเมืองหลักของจังหวัดเฮลมานด์ที่ถูกปิดล้อมนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญสำหรับสมาชิกกลุ่มติดอาวุธว่าพวกเขามีความคืบหน้าในการบุก หลังจากที่ต่างชาติถอนกำลังทหารออกไป เฮลมานด์เป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอังกฤษและสหรัฐฯ 

องค์การสหประชาชาติและหน่วยงานอื่น ๆ กำลังเตือนว่าวิกฤตมนุษยธรรมจะเลวร้ายลง สหประชาติระบุเมื่อวัน 3 ส.ค. ว่า มีประชาชนในเมืองลัชเคอร์ กาห์ เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 40 คน ในรอบวันที่ผ่านมา

กองทัพอัฟกานิสถานเรียกร้องให้ประชาชนออกไปจากเมืองลัชเคอร์ กาห์ ก่อนหน้าที่จะมีการบุกโจมตีกลุ่มตาลีบัน ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามสุดโต่งที่ถูกกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ขับไล่ออกไปเมื่อ 20 ปีก่อน 

ส่วนในอีกพื้นที่หนึ่งทางใต้ ตาลีบันกำลังพยายามยึดเมืองกันดาฮาร์ ฐานที่มั่นเก่าในอดีต และได้มีการปะทะกันเพิ่มมากขึ้นในเมืองเฮรัตทางตะวันตกของประเทศ

การสู้รบในเมืองลัชเคอร์ กาห์ ดำเนินต่อเนื่องมานานหลายวันแล้ว โดยมีรายงานว่าสมาชิกกลุ่มติดอาวุธได้ควบคุมเขตส่วนใหญ่ภายในเมืองไว้ได้แล้ว 

“เรากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก” นักศึกษาคนหนึ่งในเมืองกล่าวกับบีบีซี “ตาลีบันจุดไฟบนพื้นดินส่วนกองกำลังทางอากาศของรัฐบาลก็เต็มท้องฟ้าไปหมด” 

ชายอีกคนหนึ่งกล่าวเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า “อาจพบเห็นตาลีบันได้ตามถนนต่าง ๆ ภายในเมือง การปรากฏตัวของตาลีบันทำให้ผู้คนที่นี่หวาดกลัว” 

“ร้านรวงต่างปิด พาหนะของรัฐบาลถูกจอดทิ้งในสภาพพังเสียหายบนถนน สงครามเกิดขึ้นห่างจากทำเนียบผู้ว่าการและหน่วยบัญชาการความมั่นคงแห่งชาติเพียงไม่กี่เมตร”

“เมื่อไม่นานนี้ รัฐบาลกลางบอกว่า พวกเขาได้ส่งคอมมานโดชุดใหม่มาที่เมืองลัชเคอร์ กาห์ แต่เรายังไม่เห็นพวกเขาเลย” 

มีรายงานว่า รัฐบาลอัฟกานิสถานได้ส่งกำลังเสริมหลายร้อยนายมาที่เมืองนี้แล้ว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตตอเลาะห์ อัฟกัน ประธานสภาจังหวัดเฮลมานด์ ยอมรับว่า ดูเหมือนว่า “เราจะควบคุมการสู้รบไม่อยู่” 

ตาลีบันได้รุกเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ทั้งที่ถูกโจมตีโดยเครื่องบินรบของสหรัฐฯ และรัฐบาลอัฟกานิสถาน 

รายงานจากหลายแหล่งระบุว่า นักรบตาลีบันได้เข้าไปตามบ้านเรือน ร้านค้า และตลาด ผู้คนติดอยู่ในบ้านของตัวเอง ขณะที่เกิดการสู้รบบนท้องถนน 

โดยทั่วไป สมาชิกกลุ่มติดอาวุธจะเตือนประชาชนผ่านเครื่องขยายเสียงให้ออกจากบ้านเรือนของตัวเอง แต่บางครั้งพวกเขาก็บุกเข้าไปในบ้าน ชาวบ้านมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอพยพ หรือไม่ก็ต้องเสี่ยงที่จะติดอยู่ในพื้นที่ยิงปะทะ เพราะบ้านของพวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิรบ 

นักศึกษาที่บีบีซีภาคภาษาอัฟกันได้พูดคุยด้วยเล่าว่า “ตาลีบันบอกเราว่า ถ้าเราไม่ออกไปจากบ้านภายในเวลาครึ่งชั่วโมง เขาจะนับเราเป็นส่วนกองกำลังของรัฐบาลอัฟกานิสถานหรือตำรวจ”

ในช่วงที่ปกครองอัฟกานิสถานช่วงปลายทศวรรษ 1990 ตาลีบันเข่นฆ่าผู้คนและจำกัดการเข้าถึงการศึกษาและการจ้างงานของผู้หญิง

ตาลีบันบอกว่า พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และจะไม่ใช้ความรุนแรงแบบนั้นอีกต่อไป แต่ชาวอัฟกันจำนวนมากยังคงไม่เชื่อมั่น

ฮิวแมนไรท์วอทช์ มีหลักฐานกรณีที่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธนี้ได้โจมตีพลเรือนที่เห็นว่าสนับสนุนรัฐบาลหลายกรณี 

สหประชาชาติระบุว่า พลเรือนกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความขัดแย้งนี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องประชาชนเพิ่มมากขึ้น ไม่เช่นนั้น ผลกระทบจากกลายเป็นหายนะภัย 

ประชาชนหลายพันคนที่หนีภัยการสู้รบออกมาได้แล้ว กำลังเผชิญกับการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค

หน่วยงานความช่วยเหลือหลายแห่งไม่สามารถเข้าถึงประชาชนที่พลัดถิ่นฐานส่วนใหญ่ได้ และศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่มีขีดความสามารถในการรับมือกับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สถานพยาบาลบางแห่งถูกทำลาย ขณะที่อีกหลายแห่งไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว 

แพทย์คนหนึ่งในเมืองลัชเคอร์ กาห์ กล่าวว่า คนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ามารักษาตัวเพิ่มมากขึ้นที่โรงพยาบาลของเขา และเขาเกรงว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บคนอื่น ๆ อาจจะเดินทางมาไม่ถึง เขาระบุด้วยว่า ยาและเวชภัณฑ์กำลังลดน้อยลง

นพ.ข่าน ผู้เชี่ยวชาญที่หน่วยดูแลผู้ป่วยหนักที่โรงพยาบาลที่องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลดูแลอยู่ กล่าวกับบีบีซีเมื่อ 2 ส.ค. ว่า “เรากำลังรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากสงครามจำนวนมาก…มีการสู้รบรอบตัวเต็มไปหมด”

มีการส่งต่อวิดีโอที่รายงานถึงความโหดร้ายของตาลีบันทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้คนยิ่งหวาดกลัวการกลับมาของพวกเขามากขึ้น

สหรัฐฯ และอังกฤษ ระบุว่า กลุ่มตาลีบันได้ก่ออาชญากรรมสงคราม และกล่าวหาพวกเขาว่า ได้สังหารหมู่ประชาชนหลายสิบคนเป็นการแก้แค้นในเมืองสปีน บอลดัก ที่อยู่ติดกับพรมแดนปากีสถาน 

มีรายงานหลายแห่งด้วยว่า ชาวฮาซาราอย่างน้อย 40 คน ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ตกเป็นเป้าโจมตีและถูกสังหารในเมืองมาลิซถานในจังหวัดกาซนีทางตะวันออกของประเทศ 

ตาลีบันระบุว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ เหล่านี้เลื่อนลอย และได้โพสต์ภาพที่น่าสยดสยองของพลเรือนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และรัฐบาลอัฟกานิสถาน

ส่วนประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีการต่อสู้กัน แทบไม่มีทางเลือก 

“เราไม่มีทั้งขนมปังและน้ำในบ้านเลย และไฟฟ้าก็ถูกตัดหมด” นักธุรกิจในพื้นที่คนหนึ่งในเมืองลัชเคอร์ กาห์ กล่าวกับบีบีซี 

“ผมไม่รู้ว่า จะไปอยู่ที่ไหน มีการปะทะกันอยู่ทุกแห่งในเมือง”

ล่ามชาวอัฟกันคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองลัชเคอร์ กาห์ กล่าวว่า ภรรยาของเราเผชิญการคุกคามจากกลุ่มตาลีบัน เพราะเขาทำงานให้กับกองกำลังของอังกฤษ

“ผมเปลี่ยนที่อยู่แล้ว 3 ครั้ง ตาลีบันยึดบ้านของผมไปแล้ว และพวกเขาก็กำลังอาศัยอยู่ที่นั่น และพวกเขาก็ขอผม” เขากล่าว

“เราไม่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่พวกเขากำลังเข้าออกบ้านหลายหลังเพื่อตามหาตัวคนที่ทำงานให้กับนาโต”