Skip to content
Home » News » ช็อน ดู-ฮวัน

ช็อน ดู-ฮวัน

ช็อน ดู-ฮวัน
https://th.wikipedia.org/wiki/ช็อน_ดู-ฮวัน

ช็อน ดู-ฮวัน (อักษรโรมัน: Chun Doo-hwan; เกิด 18 มกราคม พ.ศ. 2474) เคยเป็นทหารของกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี และเป็นผู้นำของรัฐบาลเผด็จการของประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2531 ชอนได้ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2539 เนื่องจากการจัดการกับผู้ชุมนุมในขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในกวางจูอย่างเข้มงวด

และรุนแรงเกินเหตุ แต่ในเวลาต่อมาได้รับอภัยโทษจากประธานาธิบดีคิม ย็อง-ซัมด้วยคำแนะนำของประธานาธิบดีคนต่อมาคิม แด-จุง ซึ่งเคยถูกช็อน ดู-ฮวันตัดสินประหารชีวิตเมื่อ 20 ปีก่อน

ชีวิตในช่วงเริ่มแรก

ช็อน ดู-ฮวันเกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2474 ที่ยูลกอกมยอง ในหมู่บ้านเกษตรกรที่ยากจนในเมืองฮับชอน จังหวัดคยองซานใต้ ระหว่างการยึดครองเกาหลีของจักรวรรดิญี่ปุ่น ชอนเป็นบุตรชายคนที่สี่ของ ชอน ซางอูและคิม จองมุน ชอนมีพี่ชาย 2 คน คือ ยอลฮวาน และ คยูกอน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่ยังเป็นทารก ฉะนั้นเมื่อเติบโตขึ้นชอนจึงยังรู้จักและสนิทกับพี่ชายคือ กิฮวาน และ น้องชายคยองฮวาน

ประมาณปี พ.ศ. 2479 ครอบครัวของชอนย้ายไปยัง แดกู ที่ชอนได้เริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาโฮรัน พ่อของชอนเคยทะเลาะกับตำรวจของญี่ปุ่น (เก็มเปไต)

และพ่อของเขาได้ฆาตกรรมกัปตันของตำรวจญี่ปุ่นในฤดูหนาว พ.ศ. 2482 ทำให้ครอบครัวของเขาต้องหลบหนีไปยังมณฑลจี๋หลิน ประเทศจีน เป็นเวลา 2 ปีจึงได้กลับเกาหลี ซึ่งทำให้เขาได้หยุดเรียนหนังสือไป 2-3 ปี

ในปี พ.ศ. 2490 ช็อน ดู-ฮวันได้เข้าเรียนโรงเรียนมัธยมต้นอาชีวศึกษาแดกู ซึ่งห่างจากบ้านของเขาถึง 25 กิโลเมตร[1]และเขาได้ย้ายไปยังโรงเรียนมัธยมปลายอาชีวะศึกษาแดกู ได้รับยกเว้นผลการเรียนเมื่อสงครามเกาหลีปะทุขึ้น

ช็อน ดู-ฮวัน
https://th.wikipedia.org/wiki/ช็อน_ดู-ฮวัน

ประวัติการรับราชการทหาร

ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากชั้นมัธยมปลายในปี พ.ศ. 2494 ช็อน ดู-ฮวัน ได้เข้าไปในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงคือ โรงเรียนนายร้อยทหารบกเกาหลี (Korea Military Academy) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้ผูกมิตรไว้กับหลายคนระหว่างนักเรียนด้วยกัน ซึ่งต่อมาจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เขาทำการยึดอำนาจในอีกหลายปีต่อมา เขาสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2498 และได้รับการแต่งตั้งยศร้อยตรี โดยสำเสร็จการศึกษาในรุ่น 11

ในขณะที่ชอน มียศร้อยเอก เขาได้เป็นผู้นำการชุมนุมที่โรงเรียนกองทัพบกเกาหลีระหว่างการรัฐประหารวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 เพื่อสนับสนุนพัก จองฮี ในการขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ต่อมาเขาถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสภาสูงสุดเพื่อการฟื้นฟูบูรณะประเทศชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ขึ้นโดยตรงกับประธานาธิบดีพัก

และชอนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพันตรีอย่างรวดเร็วในปี พ.ศ. 2505 ซึ่งเขายังได้สร้างฐานอำนาจให้กับเพื่อนและคนรู้จักอย่างต่อเนื่อง และชอนยังได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการ

และต่อมาก็ได้กลับมาดำรงตำแหน่งที่สภาสูงสุดเพื่อการฟื้นฟูบูรณะประเทศชาติในตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายกิจการพลเรือน ในปี พ.ศ. 2506 ชอนได้รับตำแหน่งในองค์การประมวลข่าวกรองเกาหลีใต้ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ในปี พ.ศ. 2512 เขาก็ได้เป็นที่ปรึกษาเสนาธิการทหาร

ในปี พ.ศ. 2513 ชอนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นพันเอก เขาได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการประจำกรมทหารที่ 29 กองทหารราบที่ 9 และมีส่วนร่วมในสงครามเวียดนาม ภายหลังได้กลับมายังเกาหลีใต้ในปี พ.ศ. 2514 เขาได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษกองพลน้อยที่ 1 (กองขนส่งทางอากาศ)

และต่อมาได้เลื่อนขั้นเป็นนายพลระดับ 1 (1성 장군) และในปี พ.ศ. 2519 ได้รับตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยงานความมั่นคงสำนักประธานาธิบดี และได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นนายพลระดับ 2 (2성 장군) ใช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และในปี พ.ศ. 2521 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทหารราบที่ 1

และในปี พ.ศ. 2522 ชอนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการในกองบัญชาการรักษาความมั่นคง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดของเขาในขณะนั้น

ลำดับเหตุการณ์ ‘ชอนดูฮวาน’ ขึ้นสู่อำนาจ

26 ต.ค. 1979 – นายพลพักชองฮี ผู้นำเผด็จการเกาหลีใต้ ถูกลอบสังหาร 

12 ธ.ค. 1979 – นายพลชอนดูฮวานก่อรัฐประหารยึดอำนาจในการปกครองประเทศ 

17 พ.ค. 1980 – นายพลชอนดูฮวานประกาศขยายเวลาบังคับใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ

18 พ.ค. 1980 – นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในเมืองกวางจู ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปประมาณ 330 กิโลเมตร รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย และการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลา 9 วัน โดยมีการยิงสังหารหมู่ผู้ชุมนุมในช่วงสายวันที่ 22 พ.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 164 ราย

ก.ย. 1980 – นายพลชอนดูฮวานได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แต่เป็นการเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกและมีการปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐบาลอย่างเข้มงวดจริงจัง ทำให้การไต่สวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เมืองกวางจูไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งยังมีคำสั่งปิดกั้นสื่อไม่ให้รายงานข่าว

ชอนดูฮวานอยู่ในอำนาจกว่า 7 ปี ก่อนก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้ ‘โนแทอู’ ทายาททางการเมืองของตนเองลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยต่อมา ซึ่งผลปรากฏว่าโนแทอูก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

จนกระทั่งปี 1995-1996 อดีต ปธน.ชอนดูฮวานและโนแทอู ถูกตั้งข้อหาหลายกระทง และถูกตัดสินความผิด พร้อมบทลงโทษประหารชีวิต แต่ก็ได้รับอภัยโทษในปีต่อมา 

เมื่อ ‘มุนแจอิน‘ อดีตนักเคลื่อนไหวทางสังคมได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อปี 2017 เขาได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และรื้อฟื้นคดีสังหารหมู่ประชาชนที่กวางจูขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความกระจ่างและนำตัวผู้เกี่ยวข้องมารับโทษ