Skip to content
Home » News » ซัดดัม ถูกศาลตัดสินแขวนคอ

ซัดดัม ถูกศาลตัดสินแขวนคอ

ซัดดัม ถูกศาลตัดสินแขวนคอ ซัดดัม ฮุสเซน ที่ตัวสั่นเทิ้มแต่ยังคงแสดงอาการท้าทาย ถูกศาลพิเศษอิรักซึ่งอุปถัมภ์โดยสหรัฐฯ พิพากษาวานนี้ ว่ามีความผิดจริงฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ท่ามกลางเสียงชมเชยยกย่องของวอชิงตัน และเสียงวิพากษ์ตำหนิของกลุ่มสิทธิมนุษยชน

รออูฟ อับดุล เราะห์มาน หัวหน้าคณะผู้พิพากษาในคดีที่ ซัดดัม ฮุสเซน อดีตประธานาธิบดีอิรัก และพวกพ้อง สั่งประหารชาวชีอะห์ 148 คน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองดูญาอิล เมื่อปี1982 ได้สั่งเรียกตัวซัดดัมและจำเลยคนอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 7 คน ลุกขึ้นยืน เพื่อฟังคำตัดสิน

ซัดดัม ถูกศาลตัดสินแขวนคอ
https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_5248

ซัดดัม ถูกศาลตัดสินแขวนคอ ตอนแรกอดีตผู้นำเผด็จการวัย 69 ปี ไม่ยอม แต่เมื่อถูกผู้พิพากษาสั่งเจ้าหน้าที่ให้มาจัดการกับเขา ซัดดัมก็ต้องยอมลุกขึ้นยืนในคอกจำเลย พร้อมกับตะโกนว่าเขาถูกบิดแขน ในขณะรอฟังคำตัดสินนั้น เขาตัวสั่นตั้งแต่หัวจดเท้า

“ศาลตัดสินประหารชีวิตซัดดัม ฮุสเซน อัลมายิด ด้วยการแขวนคอจนถึงแก่ความตาย เพื่อชดใช้ความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”หัวหน้าผู้พิพากษาประกาศ โดยไม่ฟังคำร้องของซัดดัมก่อนหน้านี้ ที่ขอให้ศาลตัดสินประหารชีวิตเขาด้วยการยิงเป้า เพื่อให้ตายเยี่ยงทหาร มิใช่สิ้นชีพเพราะถูกแขวนคอ

พร้อมกันนี้ ศาลพิเศษอิรักยังได้สั่งประหารชีวิตอะวาด ฮาเหม็ด อัลบันเดร์ อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาของระบอบซัดดัม และบาร์ซาน อิบรอฮิม อัลติกริตี น้องชายต่างบิดาของซัดดัม ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรอง โดยการแขวนคอเช่นกัน

ส่วน ตอฮา ยัสซิน รอมาดอน อดีตรองประธานาธิบดีอิรัก ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และสมาชิกพรรคบาธชั้นผู้น้อยอีก 3 คนที่ร่วมเป็นจำเลยในคดีนี้ ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี

ขณะที่หัวหน้าผู้พิพากษาประกาศ ซัดดัมซึ่งถูกจับมือไขว้ไว้ข้างหลัง ก็ยังตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง จนแทบกลบเสียงของหัวหน้าผู้พิพากษา ว่า “พระอัลเลาะห์ยิ่งใหญ่ที่สุด”และ”อิรักจงเจริญ” อีกทั้งยังเรียกร้องให้ชาวอิรักให้อภัยต่อชาวอเมริกันผู้รุกรานและพวกทรยศที่สำนึกผิด

เมื่อหัวหน้าผู้พิพากษาอ่านผลการตัดสินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้สั่งให้ปิดการพิจารณคดีทันที ตามกฎหมายของอิรักในเวลานี้ คดีที่จำเลยถูกตัดสินประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต จะเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์โดยอัตโนมัติ ราอิด อัลญูฮี โฆษกของศาลพิเศษอิรัก แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า การอุทธรณ์ในคดีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันนี้(6) โดยใช้เวลา 30 วัน แต่ยังไม่มีการกำหนดแน่นอนว่า จะอ่านคำพิพากษาขั้นอุทธรณ์เมื่อใด หากศาลยังยืนตามคำตัดสินเดิม ซัดดัมและจำเลยอีก 2 คน จะถูกแขวนคอภายใน 1 เดือน นับจากการประกาศคำตัดสินครั้งสุดท้าย

ระหว่างการพิจารณาคดีสังหารหมู่ที่ดูญาอิล โดยศาลพิเศษที่จัดตั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯนี้ ซัดดัมยอมรับว่าได้สั่งให้จัดการพิจารณาคดีอันนำไปสู่คำสั่งประหารชีวิตชาวชีอะห์ 148 คน หลังจากมีขบวนการชีอะห์พยายามลอบสังหารซัดดัมเมื่อปี1982 แต่ล้มเหลว

แต่ซัดดัมยืนยันว่า ในฐานะเป็นประธานาธิบดี ตนมีสิทธิต่อสู้กับ’พวกผู้ก่อการร้าย’ที่อิหร่านหนุนหลังอยู่ ขณะที่ช่วงนั้นอิรักกำลังทำสงครามกับอิหร่าน

ฉลองชัยท่ามกลางเหตุรุนแรง

หลังจากที่ประชาชนอิรักทราบคำตัดสินแขวนคอซัดดัมไม่นานนัก ชาวชีอะห์ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และตอนนี้ยังกลายเป็นผู้ครองอำนาจทั้งในสังคมและรัฐบาล ต่างออกมาตะโกนโห่ร้องตามท้องถนน แสดงอาการยินดีปรีดาที่อดีตประธานาธิบดีชาวสุหนี่ซึ่งเคยกดขี่ข่มเหงพวกตนมาราว 30 ปี มีที่ท่าว่าจะถูกประหารชีวิตในไม่ช้านี้

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลพากันเผยแพร่ภาพประชาชนเฉลิมฉลองตามท้องถนน ซ้อนด้วยภาพหลุมฝังศพขนาดใหญ่และการสังหารหมู่ประชาชนในยุคที่ซัดดัมปกครองอิรัก

ทว่า ช่องทีวีของพวกสุหนี่กลับไม่ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยยังคงออกอากาศละครน้ำเน่า

สำหรับสถานการณ์ในย่านซาดร์ซิตี ชานกรุงแบกแดด ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นของม็อกตาดา อัลซาดร์ นักการศาสนาหัวรุนแรงผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรีอัลมาลิกีนั้น ผู้คนราว 1,000 คน ออกมาโบกธง กระโดดโลดเต้น พร้อมกับตะโกนว่า “ส่งตัวซัดดัมมาให้เราซะ เราจะประหารเขาเอง”

ขณะเดียวกัน ในกรุงแบกแดด ก็มีการยิงปืนขึ้นท้องฟ้าเพื่อเฉลิมฉลอง ตามธรรมเนียมของชาวอาหรับที่ปฏิบัติกันมานาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า มีหญิงคนหนึ่งถูกกระสุนปืนลูกหลงเสียชีวิตและประชาชนอีก 10 คนได้รับบาดเจ็บ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดเหตุปะทะระหว่างกองทัพสหรัฐฯและกลุ่มติดอาวุธในย่านที่พักของชาวสุหนี่ในแบกแดด ขณะที่ผู้คนในเมืองดาวะร์ และในเมืองติกริต บ้านเกิดของซัดดัม ก็รวมตัวกันสนับสนุนเชิดชูซัดดัมในฐานะที่เป็นวีรบุรุษของชาวสุหนี่

ปฏิกิริยาฝ่ายต่างๆ

ด้านทีมทนายแก้ต่างของซัดดัมแถลงว่า การตัดสินคดีครั้งนี้ เป็นเพียงการเยาะเย้ยความยุติธรรม อีกทั้งคำตัดสินยังมาจากศาลที่ตั้งโดยกองทัพสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมาย

ขณะที่ ซัลไม คอลิซัด เอกอัครราชทูตสหรัฐฯกล่าวว่า นี่ถือเป็นการปิดหน้าหนังสือที่ว่าด้วยซัดดัมและระบอบเผด็จการของเขา สิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้ชาวอิรักหันมาปรองดอง สมานฉันท์กันได้

ส่วนโทนี สโนว์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า คำตัดสินประหารซัดดัมถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับชาวอิรัก และชี้ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างอิสระไร้การแทรกแซง

ขณะเดียวกัน อาลี อัลดอบบาก โฆษกของนูรี อัลมาลิกี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิรัก ผู้เป็นชาวมุสลิมชีอะห์ กล่าวว่า คำตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอถือเป็นสิ่งที่ซัดดัมสมควรได้รับ ขั้นต่ำที่สุดแล้ว ส่วนนายกรัฐมนตรีอัลมาลิกีก็แถลงต่อสถานีโทรทัศน์ว่า ซัดดัมกำลังเผชิญกับบทลงโทษที่ควรแก่เหตุแล้ว

อย่างไรก็ตาม องค์การนิรโทษกรรมสากลกลับออกคำแถลงว่า การพิจารณาคดีคราวนี้เป็น “เหตุการณ์โกโรโกโส ที่เสียโฉมด้วยความบกพร่องผิดพลาดอย่างร้ายแรง”

สำหรับ ริชาร์ด ดิกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยุติธรรมระหว่างประเทศ ของ ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ องค์การสิทธิมนุษยชนชื่อดังอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวว่า คดีนี้ควรพิจารณากันในศาลระหว่างประเทศ พร้อมกับเรียกคำตัดสินคราวนี้ว่า คือ “การสูญเสียโอกาสที่จะทำให้หลักนิติธรรมมีความหมายขึ้นมา”

ด้าน หลุยส์ อาร์เบอร์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เรียกร้องให้ระงับการประหารชีวิตเอาไว้ก่อน และบอกว่า สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาอุทธรณ์อย่างยุติธรรมของจำเลย จักต้อง “ได้รับความเคารพอย่างเต็มที่”

https://mgronline.com/daily/detail/9490000136926