Skip to content
Home » News » ตาลีบัน คือใคร ทำไมพวกเขากำลังจะครองดินแดน

ตาลีบัน คือใคร ทำไมพวกเขากำลังจะครองดินแดน

ตาลีบัน
https://www.bbc.com/thai/international-58050247?fbclid=IwAR3zLKynL8iNCREmwBj-xWWWntJvlcCrdYCfloh2NTEb4giK7SxKbEriPYY

ตาลีบัน คือใคร ทำไมพวกเขากำลังจะครองดินแดน เมื่อปี 2001 กองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐอเมริกาบุกเข้าไปในอัฟกานิสถาน ทำให้กลุ่มตาลีบันหมดอำนาจไป 

คุณอาจเคยได้ยินชื่อกลุ่ม ‘ ตาลีบัน ’ มาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ที่มีข่าวว่า สหรัฐฯ ได้เตรียมถอนกำลังทางทหารของพวกเขาทั้งหมด ออกจากอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มตาลีบัน สร้างคำถามต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ.2021 โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แถลงถึงการถอนกองกำลังของสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากที่ทำสงครามยืดเยื้อยาวนาน มาตั้งแต่ช่วง ค.ศ.2001 จนกระทั่งมีการลงนาม ในข้อตกลงสันติภาพ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ค.ศ.2020 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ไบเดนย้ำว่า กองกำลังทั้งหมดของสหรัฐฯ จะถูกถอนออกจากอัฟกานิสถาน ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศถอนกำลังไปตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ในขณะที่ ตาลีบัน มีการเจรจากับสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ก็กำลังเตรียมถอนกองกำลังของพวกเขาออกจากประเทศแห่งนี้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ.2021 กองกำลังตาลีบันได้ประกาศว่า พวกเขาได้เข้ายึดครองพื้นที่ของอัฟกานิสถานแล้วกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ โดยทางการอัฟกานิสถาน ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว คำถามที่ตามมาคือ รัฐบาลของอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ จะสามารถถือครองอำนาจของพวกเขาต่อไปได้หรือไม่ เมื่อวันที่สหรัฐฯ ค่อยๆ ปล่อยมือพวกเขาไป

แต่ 2 ทศวรรษผ่านไป และใกล้ถึงกำหนดสหรัฐฯ ถอนทัพทั้งหมดในวันที่ 11 ก.ย. กลุ่มตาลีบันกลับมายึดครองฐานที่ตั้งกองทัพหลายแห่ง รวมถึงหมู่บ้าน และเมืองใหญ่ ๆ มากมาย ทำให้กังวลกันว่าพวกเขาจะโค่นล้มรัฐบาลอัฟกานิสถานอีกครั้ง 

ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับตาลีบัน ที่ลงนามกันที่กรุงโดฮาของกาตาร์เมื่อเดือน ก.พ. 2020 กำหนดให้สหรัฐฯ ถอนทัพ ส่วนตาลีบันต้องป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีไปยังกองกำลังสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตาลีบันต้องไม่ให้กลุ่มอัลเคดา (al-Qaeda) หรืออัลกออิดะห์ และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ที่พวกเขาควบคุม รวมถึงเข้าร่วมในการเจรจาสันติภาพในระดับชาติต่อ 

แต่ในช่วงปีหลังจากนั้น กลุ่มตาลีบันยังมุ่งโจมตีกองกำลังและพลเรือนของอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง

ตาลีบัน ขึ้นสู่อำนาจ 

กลุ่ม ” ตาลีบัน ” หรือแปลว่า “นักเรียน” ในภาษาพัชโต (Pashto) เริ่มปรากฏตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ทางตอนเหนือของปากีสถานหลังจากกองทัพโซเวียตถอนตัวออกไปจากอัฟกานิสถาน เชื่อกันว่าการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นชาวปาทานโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นในโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งได้รับทุนจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชื่อในคำสอนศาสนาอิสลามนิกายซุนนีแบบสุดโต่ง 

กลุ่มตาลีบันให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำสันติภาพและความมั่นคงกลับคืนมาในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายปาทาน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในทั้งปากีสถานและอัฟกานิสถาน และบังคับใช้กฎหมายอิสลาม หรือกฎหมายชารีอะห์ เมื่อพวกเขาขึ้นสู่อำนาจ 

หลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ มาในเดือน ก.ย. ปี 1995 ตาลีบันยึดจังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน และ 1 ปีหลังจากนั้น ก็เข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน สำเร็จ หลังโค่นประธานาธิบดี บูร์ฮานุดดีน รับบานี หนึ่งในผู้ต่อตั้งกลุ่มติดอาวุธมุญาฮิดีน ซึ่งขับไล่กองกำลังโซเวียตออกไปสำเร็จ

ถึงปี 1998 กลุ่มตาลีบันยึดครองอัฟกานิสถานได้เกือบ 90%

ชาวอัฟกานิสถานอ้าแขนต้อนรับกลุ่มตาลีบันเพราะเบื่อหน่ายความขัดแย้งภายในของกลุ่มมุญาฮิดีน หลังขับไล่พวกโซเวียตออกไปสำเร็จ

กลุ่มตาลีบัน สามารถยึดอำนาจจากประธานาธิบดีของอัฟกานิสถานอย่าง บูร์ฮานุดดิน รับบานี อดีตผู้นำของกลุ่มมุจญาฮิดีนในอัฟกานิสถาน ใน ค.ศ.1998 ตาลีบันอ้างว่า พวกเขาครอบครองพื้นที่ทั้ง 90 เปอร์เซ็นต์ของอัฟกานิสถานได้สำเร็จ ตาลีบันปกครองอัฟกานิสถานมาอย่างยาวนาน ก่อนจะถูกโค่นลงจากอำนาจ เมื่อ ค.ศ.2001 โดยสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตร NATO และกลายเป็นกองกำลังก่อความไม่สงบ ต่อสู้กับรัฐอัฟกานิสถานและกองกำลังสหรัฐฯ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

รัฐบาลของตาลีบัน ในช่วง ค.ศ.1996 – 2001 ขึ้นชื่อเรื่องการบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์แบบ ตาต่อตาฟันต่อฟัน พวกเขาอนุญาตให้มีการลงโทษประหารกลางที่แจ้ง หากมีพฤติกรรมชู้สาวหรือเป็นฆาตกร การตัดอวัยวะหากเป็นขโมย ผู้ชายในอัฟกานิสถานทุกคน ถูกบังคับให้ไว้หนวดเครา ส่วนผู้หญิงทั้งหมดถูกบังคับให้สวมผ้าคลุมเบอร์กา ปิดร่างกายมิดชิดทั้งเส้นผม และใบหน้า 

ตาลีบันยังได้ห้ามการเรียนหนังสือของเด็กผู้หญิง มีการแบนภาพยนตร์ เพลง และโรงภาพยนตร์ต่างๆ ประเด็นฉาวโฉ่ของตาลีบัน ที่ถูกวิจารณ์ไปทั่วโลก คงหนีไม่พ้นการระเบิดพระพุทธรูปบามียัน ที่มีอายุนับพันปี ใน ค.ศ.2001 โดยอ้างความเชื่อทางศาสนา หรือแม้แต่กระทั่งความพยายามในการลอบสังหาร มะลาละห์ ยูซาฟไซ นักรณรงค์สิทธิทางการศึกษาของเด็กหญิงในปากีสถาน โดยยูซาฟไซรอดชีวิตมาได้ ก่อนจะได้ที่พำนักในอังกฤษ และสัญชาติแคนาดา

ในช่วงแรก พวกเขาได้รับความนิยมเพราะว่าช่วยกำจัดการทุจริต ควบคุมสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงทำให้ถนนและพื้นที่ต่าง ๆ ปลอดภัยสำหรับการค้าขายทำธุรกิจ 

อย่างไรก็ดี พวกเขาก็เริ่มบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์โดยตีความการลงโทษด้วยกฎหมายอิสลามนี้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการประหารผู้มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและผู้ที่นอกใจคู่ครอง และตัดแขนขาผู้มีความผิดฐานลักขโมย นอกจากนี้ ยังมีการบังคับให้ผู้ชายไว้หนวด และผู้หญิงต้องใส่ชุดแบบปกปิดทั้งตัวแบบอิสลาม หรือ บูร์กา (Burka) อีกด้วย 

นอกจากนี้ กลุ่มตาลีบันยังห้ามไม่ให้มีการดูทีวี ฟังเพลง หรือดูหนัง ด้วย และต่อต้านการให้เด็กผู้หญิงที่อายุ 10 ขวบ และมากกว่านั้น ไปโรงเรียน พวกเขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมในหลายกรณี รวมถึงเมื่อปี 2001 พวกเขาทำลายพระพุทธรูปบามิยันอันโด่งดังแม้จะมีเสียงประณามจากนานาชาติ

ปากีสถานปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายของตาลีบัน แต่แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่าชาวอัฟกานิสถานหลายคนที่เข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธในช่วงแรก ๆ ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนสอนศาสนาในปากีสถาน 

นอกจากนี้ ปากีสถานยังเป็นหนึ่งในสามประเทศ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ ซึ่งยอมรับตาลีบันอย่างเป็นทางการขณะพวกเขาครองประเทศ นอกจากนี้ ปากีสถานยังเป็นประเทศสุดท้ายที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับตาลีบันด้วย 

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กลุ่มตาลีบันขู่ว่าจะโจมตีปากีสถานจากฐานที่ตั้งที่พวกเขาควบคุมอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ กรณีการโจมตีปากีสถานที่เป็นที่รู้จักกันและประณามมากที่สุดกรณีหนึ่งคือเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2012 ตอนที่ มาลาลา ยูซาฟไซ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนขณะนั้น ถูกยิงขณะเดินทางกลับบ้านในเมืองมินโกรา

ปฏิบัติการทางการทหาร 2 ปีหลังจากเหตุสังหารหมู่ที่โรงเรียนในเมืองเปชวาร์ของปากีสถาน ทำให้อิทธิพลของตาลีบันในปากีสถานลดน้อยลงไปมาก การโจมตีทางโดรนโดยสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ทำให้สมาชิก 3 คนสำคัญของกลุ่มตาลีบันในปากีสถานเสียชีวิต โดยมี ฮาคิมูละห์ เมซูด หัวหน้ากลุ่มตาลีบันในปากีสถานในจำนวนนั้นด้วย 

บิน ลาเดน

โลกหันมาสนใจกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานหลังการก่อการร้ายที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ปี 2001 โดยตาลีบันถูกกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงกับผู้ต้องสงสัยหลักอย่างนายโอซามา บิน ลาเดน

วันที่ 7 ต.ค. 2001 กองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐฯ บุกโจมตีตาลีบันในอัฟกานิสถาน และถึงสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค. เครือข่ายของตาลีบันก็พังครืนลง แต่ผู้นำของตาลีบันในขณะนั้น มุลเลาะห์ โมฮัมเหม็ด โอมาร์ และบิน ลาเดน หลบหนีการจับกุมได้สำเร็จ

แต่แม้จะมีกองกำลังต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มตาลีบันก็สามารถกลับมามีอิทธิพลในอัฟกานิสถาน และทำให้เกิดความรุนแรงและความไม่มั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศมากกว่าตอนปี 2001 

ปี 2013 มีความหวังว่าจะสามารถเจรจาข้อตกลงสันติภาพได้เมื่อตาลีบันประกาศว่าจะจัดตั้งฐานที่ตั้งในกาตาร์ อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน และก็ยังเกิดความรุนแรงต่อไป 

ถึงเดือน ส.ค. ปี 2015 กลุ่มตาลีบันออกมายอมรับว่าได้ปกปิดเรื่องการเสียชีวิตของ โมฮัมเหม็ด โอมาร์ มากว่า 2 ปี โดย มุลเลาะห์ มันซูร์ ผู้ช่วยของโอมาร์ ขึ้นเป็นผู้นำแทน 

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ตาลีบันกลับมายึดเมืองคุนดุซ ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ ถือเป็นการยึดเมืองสำเร็จครั้งแรกตั้งแต่ปี 2001 

ต่อมาในเดือน พ.ค. การโจมตีทางโดรนโดยสหรัฐฯ ทำให้มันซูร์ เสียชีวิต โดยผู้ช่วยของเขา ไฮบาตุลเลาะห์ อัคฮุนซาดา ได้ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มแทน