Skip to content
Home » News » ตูนบอดี้สแลม วิ่งเบตง-แม่สาย

ตูนบอดี้สแลม วิ่งเบตง-แม่สาย

ตูนบอดี้สแลม วิ่งเบตง-แม่สาย จาก”บางสะพานโมเดล” สู่สูตรวิ่ง “เบตง-แม่สาย”

ตูนบอดี้สแลม วิ่งเบตง-แม่สาย วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 06.09 น. นับเป็นวันแรกในการออกสตาร์ทการวิ่งของ ตูนบอดี้สแลม

 “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงาน เริ่มที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งเป้ายอดบริจาคไว้ที่ 700 ล้านบาท ตลอดการวิ่งมีประชาชนมาต้อนรับอย่างอบอุ่นทั้งสองข้างทาง แม้จะต้องวิ่งผ่านพื้นที่สีแดง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของการวิ่งในครั้งนี้ แต่สภาพอากาศบางช่วง ทำให้การวิ่งต้องสะดุดลง จากสายฝนที่โหมกระหน่ำ จนทำให้ต้องหยุดพักการวิ่ง ทำให้บางวันเขาและทีมวิ่งได้ไม่ครบตามเป้าหมาย แต่ตลอดการวิ่งของเขามีประชาชนจำนวนมากมารอต้อนรับให้กำลังใจ ร่วมบริจาค และรอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก จนชาวยะลายกให้ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นบุคคลที่สร้างความสุขให้กับคนในพื้นที่

ตูนบอดี้สแลม วิ่งเบตง-แม่สาย
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/72454

 ที่ป้ายใต้สุดแดนสยาม ปากอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อ.เบตง จ.ยะลา “ตูน บอดี้แสลม”หรือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย พร้อม ศิลปินดารานักแสดงอีกหลายคน อาทิ ก้อย รัชวิน แฟนสาว แพนเค้ก เขมนิจ  ได้เริ่มออกสตาร์ทวิ่งตามโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ”  โดยมี พล.ท. ปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง และประชาชนจำนวนมาก ในพื้นที่อำเภอเบตง มาร่วมวิ่งและให้กำลังใจ พร้อมรับมอบเงินที่ได้รับบริจาคร่วมโครงการในพื้นที่อำเภอเบตงจากนายอำเภอเบตงเป็นเงินจำนวนกว่า 3 แสนบาท ซึ่งก่อนออกสตาร์ตวิ่ง ทีมงานก้าวคนละก้าวได้เปิดเผยว่าขณะนี้มียอดเงินบริจาคเข้าร่วมโครงการกว่า 40 ล้านบาทแล้ว

ขณะที่ ตูน วิ่งผ่านเขตเทศบาลเมืองเบตง ตามสองข้างทาง มีประชาชนมายืนคอยให้กำลังใจและมอบเงินบริจาคจำนวนมาก โดยวันแรก ตูน บอดี้สแลม เมื่อวิ่งออกจากจุดสตาร์ตไปแล้ว จะวิ่งไปตามเส้นทางถนนสาย 410 ยะลา-เบตง ผ่าน กม.13 แวะทำกิจกรรมบริจาคทุนให้แก่โรงเรียนบ้านด่านสันติราษฎร์ กม. 18 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จากนั้นจะวิ่งต่อไปผ่านวัดพุทธมงคล กม.29 ผ่านบ้าน กม.40 จนถึงสะพานโต๊ะกูแซ ต.แม่หวาด อ.ธารโต ซึ่งรวมระยะทางในการวิ่งวันแรก 50.9 กมซึ่งระยะทางในการวิ่งวันแรก 50.9 กม. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดเส้นทาง

สำหรับเงินทั้งหมดที่ได้จากการรับบริจาคในครั้งนี้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ 11 โรงพยาบาล ได้แก่ 1. โรงพยาบาลยะลา, 2. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี, 3. โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี, 4. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี, 5. โรงพยาบาลสระบุรี, 6. โรงพยาบาลขอนแก่น, 7. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี, 8. โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่, 9. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, 10. โรงพยาบาลน่าน ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง และ 11. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

https://www.thairath.co.th/news/local/south/1113472

ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (2 พ.ย.) เป็นการเริ่มวิ่งเป็นวันที่สองของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย พร้อมด้วยก้อย-รัชวิน แฟนสาว และทีมงาน โดยระหว่างทางวิ่งนั้นประชาชนชาวใต้ต่างออกมาให้กำลังใจ ต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมกับร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว”

ทั้งนี้ยอดเงินบริจาคของวันแรกนั้นอยู่ที่ประมาณ 46 ล้านบาท สำหรับเส้นทางการวิ่งวันที่ 2 มีดังนี้

  • set 1
    สะพานโต๊ะกูแช (ด่านตรวจทหาร) จ.ยะลา – หน่วยกู้ภัยอบต.บ้านแหร จ.ยะลา 10.1 กม.
  • Set2
    หน่วยกู้ภัย อบต บ้านแหร – หน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่ ยล 4 บันนงัสตา จ.ยะลา 12.1 กม.
  • Set3
    หน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่ ยล 4 บันนังสตา จ.ยะลา – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บันนังสตา จ.ยะลา 13.0 กม
  • Set4
    การไฟฟ้าสว่นภูมิภาค บันนังสตา จ.ยะลา – โรงเรียนบ้านตาเนาะปูเตะ จ.ยะลา 12.3 กม

จุดประสงค์ของโครงการ ก้าวคนละก้าว

ตูน บอดี้สแลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องชื่อดัง เตรียมวิ่งครั้งใหม่ หารายได้ช่วยโรงพยาบาลขนาดเล็กระดับอำเภอ และชุมชน ทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศ ชวนคนทุกภาค มาร่วมแสดงพลัง พร้อมจัดตั้ง มูลนิธิ ก้าวคนละก้าว เพื่อสามารถช่วยเหลือสังคมได้ยั่งยืนจากจุดเริ่มต้นวิ่ง เพื่อนำเงินช่วยเหลือไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ใน โครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน” ในปี พ.ศ. 2559 จนมาถึงประวัติศาสตร์แห่งการวิ่ง โครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” โดยออกวิ่งจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ด้วยระยะทาง 2,215 กิโลเมตร และได้เงินช่วยเหลือทั้งสิ้น กว่า 1,400 ล้านบาท หลังจบโครงการ ยังคงได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากองค์กร และหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ยังขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมาก