Skip to content
Home » News » ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2203234

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ โฆษก บช.น.เผย จับมือเผาป้อมตำรวจจราจรคืนเดียว 8 แห่งได้แล้ว เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี และเยาวชนชายอายุ 16 ปี รวบได้ที่แคมป์คนงานร้างใกล้สามเหลี่ยมดินแดง พร้อมรวบผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 10 กว่าคน

พร้อมจ่อออกหมายจับอีกหลายราย ด้านโฆษกรัฐบาลประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังยุยงเยาวชนให้ทำผิด ส่วนกลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมใหญ่บริเวณแยกยมราชเคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ เพื่อยื่นข้อเสนอให้นายกฯลาออก แต่ไปไม่ถึงฝั่งปะทะกับตำรวจก่อนถูกชุดเคลื่อนที่เร็วตลบหลังสลายการชุมนุมชนิดที่ตั้งตัวไม่ทันหนีแตกกระเจิงเพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็ต้องยุติ

กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆนัดชุมนุมขับไล่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก ผบช.น.กล่าวว่า ผู้ชุมนุม 2 กลุ่มนัดหมายชุมนุมในวันที่ 25 ก.ย. ผ่านทางช่องทางออนไลน์ 1.กลุ่มทะลุฟ้า เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป รวมตัวที่แยกยมราชเคลื่อนตัวไปทำเนียบรัฐบาล และ 2.กลุ่มทะลุแก๊ส

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ รวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง บช.น. ขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สในวันที่ 24 ก.ย. มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ

ทั้งหน้ากรมดุริยางค์ทหารและฝั่งถนนมิตรไมตรี เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือนแล้วไม่ยอมเชื่อฟัง เวลา 22.20-22.40 น. จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงความคืบหน้าคดีผู้ชุมนุมบุกเผาป้อมตำรวจจราจร 8 แห่งซ้อน ได้แก่ แยกสะพานควาย แยกประดิพัทธ์ ตรงข้ามทางขึ้นด่วนพระราม แยกประตูน้ำ แยกศรีอยุธยา แยกอุรุพงษ์ แยกเพชรพระราม และแยกราชประสงค์

ตอนดึกวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า วันที่ 24 ก.ย. เวลา 14.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลอาญาที่ 339/2564 ลงวันที่ 24 ก.ย.64 เข้าตรวจค้นแคมป์ที่พักคนงานร้าง ถนนดินแดง

ใกล้สามเหลี่ยมดินแดง ในแคมป์มีคนงานทั้งหมด 14 คน จากการตรวจค้นพบเศษระเบิดปิงปอง ลูกแก้ว ถังน้ำมัน เศษแก้ว โล่พลาสติก หมวกกันน็อก จับกุมเยาวชนชาย 1 คน พร้อมของกลางวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง และหนังสติ๊กจำนวนหนึ่ง แจ้งข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

นำส่ง สน.ดินแดง ดำเนินคดี และขยายผลพบว่ามีเยาวชนชาย 2 คน ด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และนายหน่อย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี

โฆษก บช.น. กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ไปร่วมเผาและทุบทำลายป้อมตำรวจหลายจุดในช่วงคืนวันที่ 22-23 ก.ย. แจ้งข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นำส่ง สน.บางซื่อ และ สน.พญาไท

ดำเนินคดี ในวันที่ 25 ก.ย. นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ส่วนผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยเช่นกัน ขณะนี้จับกุมผู้ที่ทำลายป้อมตำรวจทั้งหมดแล้ว 10 กว่าคน สัปดาห์หน้าจะขอหมายจับอีกหลายราย

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2203234

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าจะเคลื่อนขบวนจากแยกนางเลิ้งไปทำเนียบรัฐบาลว่า ตำรวจไม่ยอมให้เข้ามาบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด ส่วนกลุ่มทะลุแก๊สที่เข้ามาปะปน ตำรวจพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยและประสานกลุ่มผู้ชุมนุมให้ยุติการชุมนุม เพื่อจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า ขอให้ผู้เกี่ยวข้องสถานที่ต่างๆช่วยตรวจตราอย่าให้กลุ่มผู้ก่อเหตุวุ่นวายมาเก็บวัตถุอุปกรณ์ ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดี

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ห่วงใยและวิตกกังวลหลังรับทราบรายงานจากการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ไซด์ก่อสร้างบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง จับกุมผู้ต้องสงสัย 14 คน เป็นเยาวชน 12 คน ผู้ใหญ่ 2 คน

โดยมีเยาวชน 2 คน ให้การยอมรับเป็นผู้เผาป้อมตำรวจเสียหาย รวมทั้งหมด 8 ป้อม น่าสังเกตว่าช่วงหลังผู้ก่อเหตุรุนแรงมักเป็นเยาวชน ขอประณามผู้อยู่เบื้องหลังมีเจตนาร้ายใช้เยาวชนโดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มเปราะบาง

ฝากเตือนถึงเยาวชนอย่าตกเป็นเหยื่อคำยุยงของผู้ไม่หวังดีให้กระทำผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดจะถูกจับกุมดำเนินคดี มีประวัติการทำผิดกฎหมายจะเสียโอกาสในอนาคต ที่ผ่านมาไม่ได้มีการชุมนุมอย่างสงบตามที่แกนนำบางคนกล่าวอ้างโดยมีหลักฐานการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ชัดเจน

ทะลุฟ้าเจอสกัด ยึดทำเนียบ นัดหมายแนวร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ต่อมา เวลา 15.00 น. ก่อนเริ่มการชุมนุมของม็อบทะลุฟ้า 1 ชม. ตำรวจควบคุมฝูงชนปิดการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกนางเลิ้งฝั่งมุ่งหน้าไปยังสะพานชมัยมรุเชฐ และทำเนียบรัฐบาล นำรั้วลวดหนามหีบเพลงและแผงรั้วเหล็กมาตั้งแนวสกัดม็อบขวางถนนพิษณุโลกฝั่งขาเข้าและออกถึง 2 ชั้น

ทั้งหน้าอาคารบางกอกรอยัลเจมส์ และหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมทั้งนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือจีโน่ 2 คัน มาจอดเตรียมพร้อม โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมอุปกรณ์ยืนประจำการอยู่บนสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยฯ บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลมีการตั้งตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวสกัดหลายจุด อีกทั้งปิดเส้นทางจราจรทุกสายที่มุ่งหน้าไปทำเนียบฯ

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้านำโดยนายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรักษ์ นัดหมายแนวร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี เป้าหมายเคลื่อนมวลชนบุกทำเนียบฯ ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก 2.เขียน รธน.ใหม่โดยประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันให้ อยู่ภายใต้ รธน. และ 4.ปฏิรูปตุลาการ คืนสิทธิ์ในการประกันตัวผู้ที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินคดี นอกจากนี้กลุ่มทะลุฟ้ายังเชิญชวนมวลชนนำสีแดงชนิดล้างไม่ออกและให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตามาด้วย

ส่วนบรรยากาศบริเวณแยกยมราช มวลชนเสื้อแดงทยอยมารวมตัว มีการจัดแสดงดนตรีของกลุ่มศิลปินเพลง นำโดยนายโชคดี ร่มพฤกษ์ นอกจากนี้มีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย เดินทางมาร่วมด้วย ระหว่างรอมวลชนทยอยมาสมทบ ผู้ชุมนุมนำผ้าดิบผืนยาวที่เขียนข้อความเรียกร้องวางบนถนน และนำจรวดขวดน้ำในแบบที่ใช้ในการเรียนวิทยาศาสตร์มาเตรียมไว้

นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูนทะลุฟ้า กล่าวว่า สีแดงที่สื่อถึงเลือดของประชาชนที่เสียชีวิตเพราะความล้มเหลวในการบริหารและแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ของรัฐบาล และไม่หวั่นที่จะถูกสลายชุมนุม ต่อให้สลายอีกกี่ครั้งก็จะต้องเดินหน้าสู้ ฝากตำรวจต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนไม่ใช่มาสลายชุมนุม

หากประชาชนชนะระวังจะไม่มีที่ยืนในสังคม มวลชนเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อแกนนำม็อบทะลุฟ้า อาทิ นายนวพล ต้นงาม เริ่มสลับกันเปิดปราศรัยปลุกเร้ามวลชนชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาลตลอด 7 ปี ทั้งการเขียน รธน. สืบทอดอำนาจ และการใช้ ม.112

จนกระทั่งเวลา 17.00 น. กลุ่มทะลุฟ้าเริ่มเคลื่อนขบวนทั้งในแบบเดินเท้าและรถ จยย.มุ่งหน้าไปยังแยกนางเลิ้ง บีบแตรสลับการตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ไปตลอดทาง พอขบวนมวลชนไปถึงแยกนางเลิ้งไม่สามารถไปต่อได้เพราะติดแนวรั้วลวดหนาม กลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดฉากยิงจรวดขวดแรงดันน้ำข้ามแนวลวดหนามเข้าใส่เจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อน

จากนั้นระดมขว้างถุงบรรจุสีแดงที่เตรียมมานับร้อยถุงและขว้างพลุควัน ฝ่ายตำรวจประกาศเตือนให้ยุติโดยไม่ตอบโต้ สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงเมื่อผู้ชุมนุมวัยรุ่นส่วนหนึ่งเข้ารื้อรั้วลวดหนามสลับกับยิงหนังสติ๊กลูกแก้วและประทัดใส่แนวตำรวจ

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ประกาศต่อเนื่องให้ยุติแต่ผู้ชุมนุมไม่ถอย เวลา 17.25 น. ตำรวจเริ่มใช้รถฉีด น้ำเปล่าแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมตอบโต้ยิงด้วยพลุสีอีก ตำรวจจึงใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำสีฟ้าที่ผสมแก๊สน้ำตา และต้องยิงแก๊สน้ำตา ถึงเวลา 18.00 น. กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนชุดเคลื่อนที่เร็วประกอบด้วย รถ จยย.และรถกระบะนับสิบคันมีอาวุธปืนลูกซอง กระสุนยาง พุ่งเข้าตลบด้านหลังม็อบด้านแยกเทวกรรมและถนนนครสวรรค์

เข้าสลายมวลชนชนิดที่ไม่ให้ตั้งตัว ทำให้ทั้งหมดต้องถอยร่นหนีแตกกระเจิงไปทางแยกยมราช ตำรวจเข้ายึดแยกนางเลิ้งทันที การชุมนุมยุติภายในเวลา 1 ชม. ส่วนที่บริเวณแยก สามเหลี่ยมดินแดง ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตรึงกำลังไว้บริเวณใต้ทางด่วนดินแดงและพื้นที่ใกล้เคียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.00 น. ตำรวจเปิดการจราจรจากแยกเทวกรรมได้ตามปกติ สำหรับในวันที่ 26 ก.ย. เจ้าหน้าที่ได้จับตากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มีการนัดหมายแนวร่วมจัดชุมนุม “ครบรอบ 1 ปี ความจริงสู่ความหวัง” ในรูปแบบนิทรรศการและ Art Show ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ในเวลา 16.00 น.