Skip to content
Home » News » นักบินกรีก ประสบการณ์ติดในโรงแรมที่ตาลีบันบุกโจมตี

นักบินกรีก ประสบการณ์ติดในโรงแรมที่ตาลีบันบุกโจมตี

นักบินกรีก ประสบการณ์ติดในโรงแรมที่ตาลีบันบุกโจมตี ในอัฟกานิสถาน เมื่อกว่า 1 ปีก่อน วาซิเลโอส วาซิเลโอ นักบินชาวกรีก เข้าพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ซึ่งเป็นที่พักหรูบนเนินเขาในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน และเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้สมาชิกกลุ่มตาลีบันก่อเหตุบุกโจมตีโรงแรมแห่งนี้เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2018 และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน วาซิเลโอส เล่าถึงการเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิดจากเหตุการณ์นั้น

ผมตัดสินใจไปรับประทานอาหารเย็นเร็วขึ้นตอนประมาณ 18.00 น. พร้อมกับเพื่อน นักบินกรีก อีกคนคือ ไมเคิล โพลิกาโกส นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 3-4 เดือนที่ผมได้กลับมาพักที่อินเตอร์คอนติเนนตัลอีกครั้ง ปกติเมื่อมาพักที่นี่ผมจะรับประทานอาหารเย็นประมาณ 20.30 น.

นักบินกรีก
https://www.bbc.com/thai/international-46947979

ผมรับประทานอาหารเย็นเสร็จเวลาประมาณ 19.30 น. จากนั้นก็กลับขึ้นห้องพักของผม ห้องหมายเลข 522 อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม เพื่อไปโทรศัพท์ ตอนเวลา 20.47 น. ขณะที่ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับคนที่กรุงเอเธนส์ ผมก็ได้ยินเสียงระเบิดดังมากบริเวณห้องโถงของโรงแรม 

ผมออกไปที่ระเบียงห้องพัก ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นจมกองเลือด และผมก็ได้ยินเสียงปืนมาจากทั้งด้านในและด้านนอกของโรงแรม ผมรู้แล้วว่า ผมโชคดีมากที่ไม่ได้อยู่ที่ภัตตาคารในตอนนั้น และพูดกับตัวเองว่า “เอาล่ะ วาซิเลโอส นายต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด”

ผมเปิดประตูที่ระเบียงทิ้งไว้ และล็อกประตูห้อง ในห้องสวีตของผมมี 2 เตียง ผมเอาฟูกนอนออกมา 1 หลัง และนำไปวางพิงประตูไว้ เพื่อป้องกันตัวเองจากระเบิด จากนั้น ผมก็เอาผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู และเศษผ้าต่าง ๆ มาทำเป็นเชือก เพื่อให้ผมใช้หนีลงไปที่ชั้น 4 ได้ ถ้าจำเป็นต้องลง

ผมเป็นนักบินและครูฝึก ผมจึงได้เรียนการตัดสินใจและการจัดการช่วงวิกฤตมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว แม้แต่เวลาออกไปร้านอาหาร หรือโรงละคร ผมก็คิดว่า ควรนั่งใกล้กับประตูหรือทางออกฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ เกือบจะเป็นการทำไปตามธรรมชาติ 

ผมเริ่มคิดว่า ผมจะต้องทำอะไรต่อไป ผมไม่รู้ว่า มีคนร้ายกี่คนที่นั่น หรือพวกเขาอยู่ที่จุดไหนบ้างในโรงแรม และการกระโดดจากชั้น 5 ก็ไม่ใช่วิธีการที่ฉลาด ผมบอกกับตัวเองว่า “วาซิเลโอส อยู่ข้างในนี้แหละ และพยายามปกป้องตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ผมก็อธิบายไม่ได้ ผมไม่มีอาการตื่นตระหนกเลย

ผมทำให้เตียงที่ยังมีฟูกนอนวางอยู่ดูรกหน่อย ส่วนเตียงที่ผมเอาฟูกนอนออกทำให้มันดูเป็นระเบียบ ผมปิดไฟและตัดสินใจซ่อนตัวอยู่หลังม่านขนาดใหญ่และเฟอร์นิเจอร์ภายใต้ความมืด

ราว 1 ชั่วโมงครึ่งผ่านไป ผมไม่รู้ว่าตอนนั้น คนร้ายได้สังหารคนที่อยู่บริเวณห้องโถงของโรงแรม, ภัตตาคาร, ชั้น 1 และชั้น 2 ของโรงแรมไปแล้วเกือบหมด พวกเขาขึันมาที่ชั้น 3 ชั้น 4 และชั้น 5 ผมได้ยินเสียงพวกเขากำลังวิ่งไปทั่วบนดาดฟ้าเหนือศีรษะของผม เพราะพวกเขากำลังพยายามไล่เฮลิคอปเตอร์ของกำลังกำลังนานาชาติออกไป 

ผมได้ยินเสียงปืนบริเวณโถงทางเดินใกล้ ๆ และทันใดนั้น ไฟฟ้าทั้งโรงแรมก็ดับลง

นักบินกรีก

ห้องแรกบนชั้น 5 ที่คนร้ายบุกเข้าไปคือห้อง 521 ซึ่งอยู่ติดกับห้องของผม และกลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการของพวกเขาในช่วงการล้อมโจมตีตลอดค่ำคืนนั้น 

ผมได้ยินเสียงปืนยิงใส่ประตูห้องผม และคิดในใจว่า “นี่ไม่ใช่จุดที่ควรจะอยู่” 

ผมมุดเข้าไปอยู่ใต้เตียงซึ่งมีฟูกนอนอยู่ด้านบน เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย ผมใช้กำปั้นและปลายเท้า เพื่อรับน้ำหนักของเตียง 

ผมพอจะมองเห็นนิดหน่อย เพราะเตียงถูกยกขึ้นประมาณ 10 เซ็นติเมตร พวกเขายิงผ่านที่ล็อกประตูเข้ามา ใช้ค้อนขนาดใหญ่ทุบที่ประตู จากนั้นก็มีชาย 4 คน เข้ามาภายในห้องของผม มีคนหนึ่งวิ่งไปที่ระเบียงทันที เพราะคงเห็นว่าประตูถูกเปิดทิ้งไว้

นักบินกรีก ได้ยินเสียงปืนที่มาจากปืนพก

ผมได้ยินเสียงปืนที่มาจากปืนพกนัดหนึ่ง และคิดว่า ในอีกไม่กี่วินาทีนี้ ผมคงจะต้องตายแน่นอน ผมคิดถึงครอบครัว ใบหน้าของลูก ๆ ความสุขความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ และมือปืนก็เดินเข้าออกตลอดเวลา พวกเขาเริ่มเปิดประตูห้องบนชั้น 5 ห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องผม เป็นห้องพักของพนักงานบริการบนเครื่องบิน และนักบินคนอื่น ๆ ที่ผมร่วมงานด้วย บางครั้งผมก็ได้ยินเสียงพวกเขาร้องไห้ ก่อนที่พวกเขาจะถูกสังหาร บางครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย 

ผมคิดว่า พวกเขาเปิดประตูทุกห้องบนชั้น 5 และฆ่าทุกคนที่พบ ผมได้ยินเสียงร้องไห้ ได้ยินเสียงกระสุนปืน แค่นัดเดียว จากนั้นพวกเขาก็คงไปทุบประตูห้องถัดไป แต่ละครั้งพวกเขาจะหัวเราะตามมา เหมือนกับกำลังเล่นอะไรกันอยู่ หรือเหมือนกับเป็นงานเลี้ยงใหญ่ของพวกเขา ทำนองนั้น 

ราว 03.00 น. พวกเขาจุดไฟเผาบริเวณชั้น 5 จากนั้นก็จากไป เพราะว่ามีควันหนามาก เสียงปืนเงียบไปประมาณ 20-25 นาที ผมจึงตัดสินใจออกมาจากใต้เตียง 

ตอนผมออกมา ผมถึงได้รู้ว่า ตอนที่ผมซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงนั้น พวกเขายิงปืนใส่เตียงอีกเตียงหนึ่ง และรื้อฐานเตียงที่เป็นไม้ออกมาเพื่อหาว่ามีคนหลบซ่อนอยู่หรือไม่

ผมคิดในใจว่า “นี่เป็นครั้งที่ 2 ของวันนี้ ที่ผมรอดชีวิตมาได้”

ก่อนที่ควันจะเริ่มลอยเข้ามาภายในห้องผม ผมต้องทำอะไรบางอย่าง ผมจึงออกไปที่ระเบียง แล้วก็เห็นไฟไหม้ทางซ้ายมือ เปลวเพลิงลุกโหมจนผมคิดว่า ถ้ามันลุกลามมาถึงห้องผม ผมคงไม่รอดแน่ 

ผมเห็นสายทีวีห้อยลงมาจากหลังคา ตกลงไปถึงพื้นข้างล่าง ผมเอื้อมไปคว้ามันมาได้ เพื่อดูว่าจะรับน้ำหนักตัวผมไหวหรือเปล่า และผมจะรูดลงไปตามสายนี้ถึงข้างล่างได้หรือไม่ แต่ขณะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงกระสุนปืนเฉียดผ่านตัวผมไป กระสุนลูกหนึ่งผ่านไปในระยะห่าง 20 เซ็นติเมตร จากหัวไหล่ซ้ายผม และอีกลูกหนึ่งห่างจากผมไปราวครึ่งเมตร พวกมันทิ้งรูกระสุนไว้บนบานกระจกหน้าต่างด้านหลังผม 

นั่นอาจจะเป็นพลซุ่มยิงของกองกำลังนานาชาติ ซึ่งคงจะเห็นผมกำลังออกมาจากห้อง 522 จากการส่องกล้องสำหรับมองในที่มืด และคงนึกว่า ผมเป็นหนึ่งในคนร้าย พลซุ่มยิงไม่มีทางพลาดในระยะประมาณนั้น แต่ในเศษเสี้ยววินาทีที่พวกเขายิง ผมได้ขยับตัวเพื่อไปคว้าสายโทรทัศน์พอดี กระสุน 2 นัดนั้นจึงเฉี่ยวตัวผมไป 

ผมตัดสินใจกลับเข้าไปอยู่ข้างใน ผมเดินไปที่ห้องน้ำอย่างช้า ๆ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเสียงดัง ผมเข้าไปเอากรรไกรตัดเล็บของตัวเอง และกลับเข้าไปอยู่ใต้เตียงอีกครั้ง ผมใช้กรรไกรตัดเล็บอันเล็ก ๆ นั้น ตัดพลาสติกซึ่งหุ้มอยู่ด้านล่างของฐานที่ทำจากไม้ของเตียงให้เป็นรูเปิด ข้างในมีที่ว่างพอที่จะให้ผมคลานเข้าไปอยู่ 

ผมใช้ขวดน้ำ 2 ขวด และนมจากตู้เย็นในห้อง เสื้อยืด 1 ตัว ผมตัดเสื้อยืดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำบางส่วนยัดใส่จมูกเพื่อใช้กรองควัน และใช้เศษเสื้อที่เหลือพันรอบปาก เทน้ำและนมใส่ผ้า เพื่อใช้เป็นตัวกรองสองชั้น เรื่องนี้ผมเรียนมาจากการฝึกอบรมกับแผนกดับเพลิงของสนามบินนานาชาติเอเธนส์

พอผมคลานเข้าไปในเตียงเสร็จ พวกเขาก็กลับมาทันที มีคนหนึ่งเข้ามานั่งบนเตียงที่ผมซ่อนตัวอยู่ข้างใน ผมเห็นเท้าของเขา และเขาก็ถ่มน้ำลายลงพื้นอยู่เรื่อย ๆ เขากำลังออกคำสั่งคนอื่น บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง และผมยังจำเสียงของเขาได้อยู่เลย จากนั้นเขาก็เดินทางไปห้องน้ำ แล้วก็ไปที่ระเบียงและกราดยิงเอเค-47 จนกระสุนหมดซองไป 2-3 รอบ ผมพยายามอยู่อย่างเงียบให้มากที่สุด เพราะตอนที่เสียงปืนหยุดลง ก็แทบจะไม่มีเสียงอะไรเลย 

ตอนนั้น บางอย่างในหัวบอกผมว่า วันนี้ผมจะไม่ตาย ผมรอดมาแล้วตอนที่ผมไม่ไปรับประทานอาหารเย็นตามเวลาปกติที่เคยไป ผมรอดอีกครั้งตอนที่คนพวกนั้นเข้ามาในห้องของผม และยิงใส่เตียงอีกเตียงหนึ่ง ไม่ใช่เตียงที่ผมหลบอยู่ข้างใต้ ผมรอดจากกระสุนของพลซุ่มยิง และตอนนี้ผมก็กำลังซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด

ผมคิดว่า กองกำลังนานาชาติจะหาทางเข้ามายึดโรงแรมคืนได้ในที่สุด ผมจึงตัดสินใจว่า ถ้าผมแค่อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องทำอะไร ก็คงจะไม่เป็นไร 

แต่ในช่วงเช้าตรู่ กองกำลังนานาชาติก็เริ่มใช้รถถังยิงกระสุนเข้ามาในห้องพักของโรงแรม พวกเขาพุ่งเป้าไปที่ห้อง 521 ซึ่งอยู่ถัดจากห้องผม แต่ก็ยิงห้องอื่น ๆ ด้วย เพราะพวกคนร้ายก็กำลังหนีและยิงตอบโต้พวกเขาอยู่เช่นกัน 

แต่ละครั้งที่รถถังยิงปืนเข้ามา ทั้งโรงแรมสั่นสะเทือน ผมได้เห็นสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นทีหลัง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นกลายเป็นผุยผง และมีรูเปิดอยู่บนเพดานเต็มไปหมด ผมรู้สึกโชคดีมากที่รอดชีวิต

ผมเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาจากโรงแรม พวกเขาพาผู้รอดชีวิตทั้งหมดไปยังฐานทัพอังกฤษในกรุงคาบูล ทันทีที่ผมเห็นไมเคิล เพื่อนร่วมงานของผม ผมดีใจมาก ผมไม่อยากเชื่อเลย ผมไม่รู้ว่าจะหัวเหราะหรือร้องไห้ดี มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด เราเสียเพื่อนไปหลายคน คนจำนวนมากที่เคยทำงานร่วมกัน ทั้งนักบิน, เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ, วิศวกร 

กระทรวงต่างประเทศบอกกับครอบครัวผมว่า พวกเขาได้อพยพผู้รอดชีวิตทั้งหมดออกจากโรงแรมแล้ว แต่ไม่พบตัวผม ครอบครัวผมคิดว่าผมคงไม่รอดแล้ว คุณคงนึกไม่ออกว่า พวกเขามีความสุขมากแค่ไหน ที่ได้รับโทรศัพท์จากผมในอีก 3-4 ชั่วโมงหลังจากนั้น และผมบอกพวกเขาว่า ผมปลอดภัย

หลังจากเหตุการณ์ในคาบูล ผมตระหนักจริง ๆ ว่า ชีวิตคือสิ่งสวยงามอย่างแท้จริง และเชื่อผมเถอะ ผมมีความสุขกับชีวิตทุกขณะ

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน สืบเนื่องจากการโจมตีโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล