Skip to content
Home » News » บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ

บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ

บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ
https://www.smethailandclub.com/trick-4636-id.html

บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ การทำธุรกิจต้องมีทั้งขาขึ้นและขาลง วันหนึ่งเราอาจเคยประสบความสำเร็จมากๆ แต่หากชะล่าใจผ่อนฝีเท้าลงเมื่อไหร่ คู่แข่งก็อาจโดดแซงหน้าไปได้

ซึ่งหากได้เกิดขึ้นแล้ว การกู้วิกฤตศรัทธาให้กลับคืนมาไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นสู้ยอมฮึดเสียตั้งแต่ทีแรก พัฒนาปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา ต่อให้คู่แข่งมาทางไหน เราก็นำไปก้าวหนึ่งเสมอ

“การได้รับชัยชนะเป็นนิสัยอย่างหนึ่ง แต่น่าเสียดายว่าการพ่ายแพ้ก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งเช่นกัน”
                                                                                   วินซ์ ลอมบาร์ดี

บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดของกางเกงยีนส์ลีวายส์ ลดลงจาก 7.2 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 5.3 เปอร์เซ็นต์ จนโดนม้ารองอย่างลีและแรงเลอร์ หายใจรดต้นคอ ความจริงแล้วส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการลดลงไปทีละน้อย พอมีเวลาให้ปรับตัวได้

มีนักวิเคราะห์และคนในวงการธุรกิจตั้งข้อสังเกตว่า ผู้บริหารและทีมออกแบบของลีวายส์อาจจะหลงติดกับดักความสำเร็จในอดีตของตนเอง เชื่อว่าแบรนด์ยังแข็งแกร่งอยู่ จึงไม่คิดจะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของกลุ่มลูกค้า จนในที่สุดยีนส์ต้นแบบที่เรียกว่าเป็นบิดาของบรรดายีนส์ทั้งมวลก็ถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยนตัวเองอย่างขนานใหญ่

ตำนานของ ลีวายส์ ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อจาคอบ เดวิส ซึ่งเป็นช่างตัดเสื้อต้องเจอกับปัญหากางเกงยีนส์ที่ลูกค้าสั่งตัดใส่ได้สักพักมุมกระเป๋ามักจะขาด ต้องเอากลับมาให้ซ่อมกันใหม่ เขาจึงเกิดไอเดียว่าถ้าเอากระดุมเหล็กคล้ายกับตาไก่ที่ฝรั่งเรียกว่า Rivet ไปตอกไว้ตามมุมกระเป๋ากางเกงจะช่วยลดแรงดึงระหว่างผ้าสองชิ้นที่เย็บติดกัน ช่วยให้ผ้าไม่ขาดง่าย พอเขาตอกหมุดลงบนกางเกงแล้วลองกระชากดูอยู่หลายทีก็ยังไม่ขาด เลยมั่นใจว่าวิธีการนี้น่าจะใช้ได้ 

พอจาคอบเห็นว่าได้ผลเลยอยากไปจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ใครลอกเลียนแบบ แต่การจดสิทธิบัตรจะต้องจ่ายเสียค่าธรรมเนียม 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเขามีเงินไม่พอ จาคอบจึงมองหาผู้ร่วมทุนเขานึกถึง ลีวาย สเตราส์ เจ้าของร้านของชำที่เขาสั่งซื้อสินค้าเป็นประจำ  ลีวายเห็นโอกาสทองทางธุรกิจก็ไม่รีรอ รีบตอบตกลงทันที หุ้นส่วนทางธุรกิจคู่นี้ได้รับสิทธิบัตรหมายเลข 139121 ในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2416

บิดาแห่งยีนส์ ลีวายส์ ประสบความสำเร็จ
https://www.smethailandclub.com/trick-4636-id.html

 ตามกฎหมายสมัยนั้น สิทธิบัตรที่จดไว้จะมีอายุประมาณ 27 ปี ในช่วงที่ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตรไม่มีใครสามารถผลิตกางเกงยีนส์แบบเดียวกันออกมาแข่งอย่างเป็นล่ำเป็นสันได้ เพราะเสี่ยงกับการถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล แม้จะมีการแอบผลิตบ้างแต่ก็ไม่ได้มีจำนวนมากจนกระทบกับยอดขายของลีวายส์ ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสทองในการสร้างแบรนด์ของ ลีวายส์ เพราะตัวสินค้ามีความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องของความทนทาน ยีนส์ตัวเดียวใส่ได้หลายปี ไม่ต้องซ่อมบ่อยเหมือนยี่ห้ออื่น 

     หมุดเหล็กที่ช่วยสร้างความทนทานไม่ได้เป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว จาคอบเป็นช่างตัดเสื้อ เขาจึงรู้ดีว่าผ้าแบบไหนดีไม่ดี ผ้าโรงงานไหนทนไม่ทน ทำให้ง่ายต่อการเลือกผ้ามาใช้ตัดเย็บกางเกง

     ตอนที่สิทธิบัตรเหลืออายุอีก 4 ปี ทีมงานของลีวายส์ รู้ดีว่าอีกไม่นานพวกเขาต้องเจอกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งที่รอจะกระโจนลงมาแย่งส่วนแบ่งตลาด โจทย์ที่ต้องแก้ให้ได้ คือ ถ้าถึงตอนนั้นจริงจะทำยังไงให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ลีวายส์ได้

พวกเขาเลือกสร้างเอกลักษณ์ด้วยการแปะแผ่นหนังสี่เหลี่ยมที่ขอบกางเกงตรงที่ร้อยเข็มขัดด้านหลัง ในแผ่นหนังเป็นรูปม้าสองตัวกำลังกระชากกางเกงยีนส์ลีวายส์ เพื่อสื่อถึงความทนทานซึ่งเป็นจุดแข็งของสินค้าที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร 

     แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อสิทธิบัตรหมดอายุลง ผู้ผลิตรายอื่นก็แห่กันเลียนแบบการใช้หมุดที่เพิ่มความทนทานให้กับกางเกงยีนส์เหมือนกับของลีวายส์ จนในที่สุดกางเกงยีนส์แทบทุกตัวก็มีหมุดเหล็กที่มุมกระเป๋า นี่คือเหตุผลว่า ทำไมกางเกงยีนส์ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นและสมัยนี้ถึงมีหมุดเหล็กติดอยู่ที่มุมกระเป๋า

     แม้จำนวนคู่แข่งจะเพิ่มขึ้น มนต์ขลังของความเป็นของแท้ ยังช่วยให้ลีวายส์ยืนระยะอยู่ได้ไม่โดนคู่แข่งรายไหนโค่นลง แต่ลีวายส์ก็ไม่เคยประมาท ยังคงรักษาคุณภาพและทำตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ในปี พ.ศ.2458 ลีวายส์ ได้รับรางวัลชนะเลิศในงาน Panama-Pacific International Exposition ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโกในปี พ.ศ.2470 ลีวายส์เริ่มผลิตกางเกงยีนส์ริมแดง ปี พ.ศ.2473 มีการเอาป้ายแถบผ้าสีแดงสดอันเล็กที่เขียนว่าลีวายส์ แปะไว้ที่กระเป๋าหลังเพื่อสร้างจุดเด่นให้แตกต่างจากคนอื่น

ลีวายส์ผงาดขึ้นมาเป็นแบรนด์กางเกงยีนส์แถวหน้า แต่ดูเหมือนกว่าพักหลังมานี้  ลีวายส์จะแผ่วลงไป  ประกอบกับคู่แข่งเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อตีตื้นขึ้นมาให้ได้  ด้วยการจับตลาดคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับตำนานของลีวายส์  ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของลีวายส์ไม่เติบโตเท่าที่ควร

     เราก็ต้องไม่ลืมว่าธุรกิจมีทั้งขาขึ้นและขาลง บางครั้งขาลงเกิดขึ้นเพราะปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ  การเมือง  หรือการเปลี่ยนแปลงรสนิยมของลูกค้า แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ธุรกิจที่เชื่อกันว่าแข็งแกร่งมากในปฐพีส่วนใหญ่ถึงขาลงเป็นเพราะติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต คิดว่าคู่แข่งยังอยู่อีกไกลเลยผ่อนฝีเท้า พอรู้ตัวอีกที ก็โดนคนอื่นแซงหน้า  แย่งลูกค้าไปแล้ว สถานการณ์แบบนี้หากเกิดขึ้น การจะกู้วิกฤตศรัทธามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สู้ยอมฮึดไม่ผ่อนฝีเท้าเสียตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องมาปวดหัวโดยใช่เหตุเหมือนที่ลีวายส์เจออยู่ในตอนนี้

ลีวายส์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Buy Better. Wear Longer.” นำเสนอแรงบันดาลใจ ชวนริเริ่มและสานต่อด้วยการ สนับสนุนการเลือกซื้อเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของเสื้อผ้าที่ยาวนานยิ่งกว่า ซึ่งจะช่วยลดการซื้อ ลดปริมาณขยะ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นกับโลกใบนี้ ลีวายส์ ได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจของความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อมของการผลิตและการบริโภคเครื่องแต่งกายจากกลุ่มผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง (Changemakers) ได้แก่ Jaden Smith, Xiye Bastida, Melati Wijsen, Xiuhtezcatl, Emma Chamberlain และ Marcus Rashford ซึ่งแคมเปญนี้ได้ร่วมส่งเสริมโดยเผยแพร่พร้อมกกันทั่วโลก เพื่อหวังว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนและชักชวนให้คนรุ่นใหม่ผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อข้อความสำคัญสู่รุ่นถัดไป

โดยลีวายส์ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวกิจกรรม Jeans Go Green รีไซเคิล ยีนส์ยั่งยืน ภายใต้แคมเปญดังกล่าวเพื่อชวนเหล่าแฟนๆ มาต่อชีวิตกางเกงยีนส์ตัวเก่า สร้างคุณค่าให้กับยีนส์ตัวโปรดให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยสามารถร่วมกิจกรรมที่ ร้านลีวายส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ลีวายส์ ผู้ริเริ่มแคมเปญเพื่อสังคมมานานหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นด้านความเท่าเทียมกันในสังคม การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมถึงแคมเปญที่ทำขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยแคมเปญล่าสุด “Buy Better. Wear Longer.” นั้น ลีวายส์ ต้องการสื่อสารไปยังเหล่าเจเนอเรชั่นใหม่ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมส่งต่อหัวใจสำคัญไปสู่รุ่นถัดไป เพื่อรณรงค์การสวมใส่แฟชั่นยั่งยืนอย่างแท้จริง เลือกสิ่งที่ดีกว่า เพื่อการสวมใส่เสื้อผ้าตัวโปรดได้นานยิ่งขึ้น และนำไปสู่การลดขยะ ลดภาวะโลกร้อนในที่สุด

แคมเปญ “Buy Better. Wear Longer.” ถือเป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ในปี 2021 ที่ต่อยอดจากความตั้งใจ และทำอย่างต่อเนื่องของลีวายส์ ในการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่ แฟชั่นที่ยั่งยืนมากขึ้น กระบวนการผลิต การฟอก การทำสี รวมถึงขยะจากฟาสแฟชั่นที่มาไวไปไว ก่อให้เกิดเป็นขยะในอนาคตจำนวนมหาศาล

ฉะนั้นลีวายส์ จึงได้รังสรรค์นวัตกรรมแฟชั่นรักษ์โลก โดยครอบคลุมทั้งสายการผลิต ตั้งแต่การเฟ้นหาวัตถุดิบ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น Cottonized Hemp (ผ้าใยกัญชงผสมฝ้าย), Organic Cotton รวมไปถึงได้ริเริ่มชวนยืดอายุให้กับยีนส์ตัวโปรด เพื่อให้ได้มาซึ่งแฟชั่นที่ยั่งยืน ทั้งนี้ลีวายส์

ยังกำหนดเป้าหมายในการลดการสร้างมลพิษและลดภาวะโลกร้อน ในปี 2025 อย่างชัดเจน ตั้งแต่การเฟ้นหาวัตถุดิบจวบจนพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ Water>LessTM ซึ่งเป็นนวัตกรรมผลิตยีนส์น้ำน้อยที่ลีวายส์ คิดค้นและทำขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2011 จนปัจจุบัน เพื่อให้ประหยัดน้ำจาก 3.5 เป็น 4.2 พันล้านลิตร

และการนำน้ำที่เสียจากการผลิตยีนส์ผ่านกระบวนการบำบัดกลับมารีไซเคิลจาก 5 เป็น 9.6 พันล้านลิตร อีกทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบเพื่อความยั่งยืนกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ มาเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการผลิต และ 65 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ต้องถูกผลิตขึ้นจากคนงานที่อยู่ในระบบ Worker Well-being

ซึ่งได้รับการคุ้มครองที่ดี มีสิทธิขั้นพื้นฐานและความเท่าเทียมในการทำงาน รวมถึงโครงการนี้ยังดูแลครอบคลุมถึงการดูแลสภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมนวัตกรรมอีกด้วย

“เราตระหนักดีว่าการผลิตและการบริโภคแฟชั่นอยู่ในระดับที่ไม่ยั่งยืน โดยจะเห็นจากสถิติระหว่างปี 2548 ถึง 2563 การบริโภคเสื้อผ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เสื้อผ้าล้นตู้ สวมใส่แต่ละชิ้นไม่กี่ครั้ง และทิ้งมันไปในที่สุด ทำอย่างไรให้เราสามารถเก็บเสื้อผ้าเกินครึ่งของตู้เสื้อผ้าได้นานเหมือนที่เราเคยทำได้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เรารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ “Buy Better. Wear Longer.” เริ่มต้นจากตัวคุณ”

“เสื้อผ้าของลีวายส์ คุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ที่มอบทั้งความทนทานสวมใส่ได้หลายชั่วอายุคนและมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะมันคือยีนส์ตัวโปรดที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับคุณ มันเก็บเรื่องราวและความทรงจำดีๆไว้มากมาย เราจึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอแฟชั่น ที่เน้นเรื่องคุณภาพและการออกแบบเพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” – Paul Dillinger รองประธานฝ่ายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 

ทั้งนี้ เนื้อหาของแคมเปญ “Buy Better. Wear Longer.” ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสั้นที่ได้รวบรวมผลงานของ 6 นักเคลื่อนไหว (Changemakers) ผู้มีอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับโลกใบนี้ ซึ่งสามารถสะท้อนความมุ่งมั่นของลีวายส์ที่ต้องการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของวงการแฟชั่นได้อย่างตรงจุด

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1915 วันที่ประมาณการ