Skip to content
Home » News » บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต โทษทางอาญามิอาจยับยั้งฟิชเชอร์ได้ แต่การแข่งขันที่เรียกว่า Revenge Match of the 20th Century จืดชืด ไม่ตื่นตาตื่นใจ เพราะคู่แข่งขันเลยวัยปราดเปรื่องและเรื้อเวที

ภายหลังการแข่งขันปี 2535 บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ หายตัวไปอีกครั้งหนึ่ง โดยที่เข้าใจกันว่า ฟิชเชอร์หลบซ่อนอยู่ในยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮังการี แล้วโฉบมาอยู่อาเซียบูรพา เดินทางเข้าออกระหว่างฟิลิปปินส์กับญี่ปุ่น ฟิชเชอร์มิได้กลับไปสหรัฐอเมริกาอีกเลย ไม่ได้แม้แต่ร่วมงานศพมารดาและพี่สาว

ฟิชเชอร์ถูกจับ ณ สนามบินนาริตะ ในนครโตเกียว ในขณะที่กำลังเดินทางไปฟิลิปปินส์ โดยมิได้เฉลียวใจว่า หนังสือเดินทางสิ้นอายุ ฟิชเชอร์ดิ้นรนจะขอลี้ภัยทางการเมือง แต่ญี่ปุ่นมีสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นคงต้องรักษาพันธสัญญา

ในสายตาของชนชั้นปกครองอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลบุช ฟิชเชอร์เป็นไอ้ตัวร้าย เพราะเมื่อ World Trade Center ถูกผู้ก่อการร้ายถล่มเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 ฟิชเชอร์ให้สัมภาษณ์ Radio Bombo ใน Baguio City ประเทศฟิลิปปินส์ว่า เป็นข่าวดีอันสมควรแก่การปรบมือ ฟิชเชอร์กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาก่อกรรมทำเข็ญแก่มนุษยโลกเป็นอันมาก รวมทั้งการเกื้อกูลให้อิสราเอลเข่นฆ่าชาวปาเลสไตน์นานนับปี

ฟิชเชอร์คงต้องเป็นผู้ร้ายข้ามแดน รัฐบาลอเมริกันมิอาจลงโทษฟิชเชอร์โดยอ้างบทสัมภาษณ์วิทยุดังกล่าวได้ แต่สามารถลงโทษโดยอ้าง “อาชญากรรม” ในยูโกสลาเวียได้

มีคนพบเห็นเขาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงประเทศฮังการีในช่วงปลายยุค 90s หลังจากนั้นในปี 2001 บ๊อบบี้ ได้ไปออกรายการวิทยุแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมแสดงทัศนคติที่ใครได้ฟังก็คงรู้สึกโกรธ … แต่ในอีกมุมหนึ่งก็น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันคือเครื่องยืนยันว่าสติและจิตใจของ บ๊อบบี้ ในตอนนี้แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีแล้ว

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต
https://www.mainstand.co.th/1800

“ผมว่ามันเป็นข่าวดีนะ” บ๊อบบี้ พูดถึงเหตุการณ์ 9/11 ที่เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001

“หลังจากนี้ประเทศจะถูกปกครองด้วยทหาร และพวกเขาจะจับชาวยิวทั้งหมดมาสังหารหมู่”

มีรายงานว่า บ๊อบบี้ ใช้ชีวิตอย่างเพลย์บอยเจ้าสำราญในขณะอาศัยอยู่ที่ฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าเขาได้ให้กำเนิดทายาทกับหญิงสาวที่ชื่อ มารีลีน ยัง แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีการยืนยันถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว

หลังจากอยู่ฟิลิปปินส์ได้ครู่หนึ่ง บ๊อบบี้ ก็ย้ายถิ่นฐานสู่แดนอาทิตย์อุทัย ประเทศญี่ปุ่น โดยที่นั่นเขาได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ มิยาโกะ วาตาอิ ประธานสมาคมหมากรุกญี่ปุ่น แต่ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือมีบุตรด้วยกัน จนกระทั่งในปี 2004 บ๊อบบี้ ก็ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาพยายามออกนอกประเทศด้วยหนังสือเดินทางปลอม

บ๊อบบี้ ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังลูกกรงประมาณ 9 เดือน และหลังจากที่เขาได้รับอิสรภาพจุดหมายปลายทางต่อไปซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายในชีวิตคือ กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลานประลองที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล เนื่องจากรัฐบาลประเทศไอซ์แลนด์ยินดีที่จะมอบสถานะพลเมืองให้ 

เมื่อเดินทางถึงไอซ์แลนด์ บ๊อบบี้ก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ไม่ปรากฏข่าวคราวใดๆ ให้สาธารณชนได้รับทราบอีก จนกระทั่งในปี 2008 เขาก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการไตวาย 

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ สิ้นใจอย่างสงบในวัย 64 ปี เท่ากับจำนวนตารางบนกระดานหมากรุกพอดิบพอดี 

และแล้วเรื่องราวของนักหมากรุกอัจฉริยะก็เดินทางมาถึงตอนจบ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่านี่คือโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับคนธรรมดาคนหนึ่ง คนธรรมดาที่แค่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่กลับโดนทุกอย่างรอบข้างทำร้าย ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้เสร็จก็ทิ้ง ไม่ต่างอะไรจากพลเบี้ยบนกระดานหมากรุก และต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต 

ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปดูวิดิโอเทปเก่าๆ ที่ บ๊อบบี้ เคยไปออกรายการทีวี I Got A Secret เมื่อครั้งอายุ 15 ปี ที่เขาดูไม่ต่างจากเด็กทั่วไปเลยแม้แต่น้อย มีทั้งความสดใส ร่าเริง ช่างพูดช่างคุย ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น 

“รู้สึกเป็นยังไงบ้างกับการเป็นแชมป์หมากรุกที่อายุน้อยที่สุด” พิธีกรยิงคำถาม

“มันทำให้ผมมีความสุขมากๆ เลยล่ะครับ” เด็กชายบ๊อบบี้ตอบ พร้อมฉีกยิ้มแก้มปริ

ในขณะเดียวกันทนายของอดีตแชมป์แนะนำให้สมัครเป็นพลเมืองในไอซ์แลนด์ที่ซึ่งเขาจัดการแข่งขันที่น่าจดจำและมีชัย ในฤดูใบไม้ผลิของปี 2548 มีการตัดสินใจ โรเบิร์ตฟิชเชอร์อย่างเป็นทางการกลายเป็นพลเมืองของประเทศนี้ได้รับหนังสือเดินทางและออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศบ้านเกิดใหม่ของเขา

ในเรคยาวิกและเป็นปีสุดท้ายของผู้ยิ่งใหญ่แกรนด์มาสเตอร์ ในปี 2550 ฟิชเชอร์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยการวินิจฉัยโรคตับวาย การรักษาไม่ได้ช่วยและในเดือนมกราคม 2008 ไม่มีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและพิเศษตลอดกาล เขาแนะนำนวัตกรรมจำนวนมากเข้ามาในเกมและนำมันมาสู่ระดับใหม่

เมื่อหลายปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต Bobby Fisher อาศัยอยู่คนเดียวและได้รับค่าลิขสิทธิ์สำหรับหนังสือของเขาซึ่งเขาอธิบายการแข่งขันและสอนศิลปะการเล่นหมากรุก เพื่อนสองสามคนมาเยี่ยมเขาเป็นระยะและสนับสนุนเขา

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต แต่ถึงจะมีชีวิตที่โหดร้ายแค่ไหน บ๊อบบี้ ก็ยังคงมอบมรดกอันล้ำค่าแก่คนรุ่นหลัง สิ่งนั้นคือบันทึกการเดินหมากของเขารวมถึง Bobby Fischer Teaches Chess หนังสือหมากรุกที่ขายดีที่สุดตลอดกาล และเป็นแม่บทให้กับนักหมากรุกกว่า 600 ล้านคนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ เสียชีวิต
https://www.mainstand.co.th/1800

ก่อนจะหมดลมหายใจ บ๊อบบี้ ได้กล่าวคำสั้นๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ เป็นภาพสะท้อนเรื่องราวชีวิตของเขาทั้งหมดแก่หมอที่ทำการรักษาเขาไว้ว่า 

“ไม่มีอะไรที่จะเยียวยาได้ดีไปกว่าสัมผัสที่มนุษย์มอบให้แก่กัน”