Skip to content
Home » News » ประท้วงระยะสอง ม็อบนักศึกษา

ประท้วงระยะสอง ม็อบนักศึกษา

ประท้วงระยะสอง
https://www.bbc.com/thai/thailand-54741254

ประท้วงระยะสอง ม็อบนักศึกษา วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ประเทศไทยมีการเดินขบวนตามถนนครั้งใหญ่สุดนับแต่รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในกรุงเทพมหานคร ผู้ประท้วงซึ่งรวมตัวกันในชื่อกลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” (อังกฤษ: Free Youth) ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ การยุบสภาผู้แทนราษฎร, การหยุดคุกคามประชาชน และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยกำหนดระยะเวลาให้รัฐบาลตอบสนองภายใน 2 สัปดาห์ มิฉะนั้นผู้ประท้วงจะทำการยกระดับการชุมนุมต่อไป สาเหตุการประท้วงเกิดจากเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยการชุมนุมเริ่มต้นในเวลา 17:00 น. มีผู้เข้าร่วมประมาณ 2,500 คน

จากนั้น ประท้วงระยะสอง ม็อบนักศึกษา ได้ลามไปทั่วประเทศ มีการจัดระเบียบการเดินขบวนในกว่า 20 จังหวัดในวันที่ 23 กรกฎาคม บางมหาวิทยาลัยและโรงเรียนสั่งห้ามบุคลากรและนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมการชุมนุมและห้ามจัดการชุมนุมในพื้นที่โดยอ้างเหตุความกังวลเรื่องโควิด-19 พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกและกลุ่มนิยมรัฐบาลชี้ว่าการกระทำบางอย่างของนักศึกษาอาจเข้าข่ายความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย 19-26 ก.ค. 2563

การชุมนุมเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ควบคู่ไปกับการรณรงค์ทางโลกออนไลน์ด้วยการใช้แฮชแท็ก วันที่ 23 ก.ค. มีการจัดการชุมนุมอย่างน้อยใน 20 จังหวัด วันที่ 24 กรกฎาคม ที่จัตุรัสท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดการนั่งยึดพื้นที่โดยกลุ่มอาจารย์และนักศึกษาจาก 4 มหาวิทยาลัยในจังหวัด นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่ง

วันที่ 26 ก.ค. 2563 กลุ่มนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม #วิ่งกันนะแฮมทาโร่ พากันวิ่งวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับร้องเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงประกอบการ์ตูนญี่ปุ่น  “แฮมทาโร่” เพื่อล้อเลียนรัฐบาลและ ส.ส. เนื้อเพลงท่อนหนึ่งร้องว่า “วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่…ของอร่อยที่สุดก็คือ ภาษีประชาชน” วันที่ 27 และ 29 กรกฎาคม คนไทยที่กรุงลอนดอน ในสหราชอาณาจักร และนครนิวยอร์กในสหรัฐ ร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลด้วย วันที่ 30 ก.ค. 2563 กลุ่ม “อาชีวะช่วยชาติ” นัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่ออ่านแถลงการณ์โจมตีการชุมนุมของกลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” ว่าเป็นไปเพื่อ “ท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์…”

ประท้วงระยะสอง
https://www.bbc.com/thai/thailand-54741254

นอกจากการประท้วงโดยมีจุดมุ่งหมายทางการเมืองแล้ว กลุ่มหลากหลายทางเพศ ชื่อ เสรีเทย ยังจัดการเดินขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องกฎหมายสมรสเพศเดียวกันนอกเหนือจากข้อเรียกร้องสามข้อของเยาวชนปลดแอก

รายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ระบุว่า จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม มีการจัดกิจกรรมแล้ว 75 ครั้งใน 44 จังหวัด ในจำนวนนี้ 5 กิจกรรมไม่สามารถจัดได้เพราะมีการคุกคามและปิดกั้นของทางการ

วันที่ 3 ส.ค. 2563 กลุ่ม “มหานครเพื่อประชาธิปไตย” และ “มอกะเสด” จัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในธีม “แฮร์รี พอตเตอร์ ไม้เท้าเสกคาถา ปกป้องประชาธิปไตย” นายอานนท์ นำภา ขึ้นปราศรัยในประเด็นการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์และการปฏิรูปสถาบันฯ เป็นครั้งแรก

วันที่ 7 ส.ค. 2563 เปิดตัว “คณะประชาชนปลดแอก” เป็นการขยายแนวร่วมจาก “เยาวชนปลดแอก” เพื่อเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

วันที่ 14 ส.ค. 2563 บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลการชุมนุมของสองกลุ่มความคิดทางการเมืองที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. พบว่า มีการชุมนุมย่อย ๆ เพื่อประท้วงรัฐบาล หรือ “แฟลชม็อบ” อย่างน้อย 49 จังหวัด และมีกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในอย่างน้อย 11 จังหวัด

วันที่ 16 ส.ค. 2563 กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะประชาชนปลดแอก” จัดการชุมนุมครั้งใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีผู้ร่วมชุมนุมหลายหมื่นคน ถือว่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร คสช. โดยแกนนำย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง 2 หลักการ และ 1 ความฝัน

วันที่ 17-18 ส.ค. 2563 เกิดปรากฏการณ์นักเรียนมัธยม “ชูสามนิ้ว” และติดโบว์ขาวต้านเผด็จการในอย่างน้อย 16 จังหวัด

วันที่ 19 ส.ค. 2563 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เปิดตัวกลุ่ม “ไทยภักดี” เป็นองค์กรกลางในการประสานงานผู้ปกป้องสถาบันฯ ก่อนจัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อเหลืองครั้งแรก 30 ส.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น กทม. ด้านกลุ่ม “นักเรียนเลว” เดินทางไป “ผูกโบว์ขาว ชูสามนิ้ว เป่านกหวีดไล่ รัฐมนตรี” ที่กระทรวงศึกษาธิการ