Skip to content
Home » News » ปรีดี พนมยงค์

ปรีดี พนมยงค์

ปรีดี พนมยงค์
https://www.bbc.com/thai/thailand-52598950

ปรีดี พนมยงค์ หรือ ศาสตราจารย์ ปรีดี พนมยงค์ หรืออำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2443 – 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) เป็นนักกฎหมาย อาจารย์ นักกิจกรรม นักการเมือง และนักการทูตชาวไทยผู้ได้รับการยกย่องเกียรติคุณอย่างสูง เป็นรัฐบุรุษอาวุโส ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 7 และรัฐมนตรีหลายกระทรวง หัวหน้าสมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ประศาสน์การ (ผู้ก่อตั้ง) มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารชาติไทย (ปัจจุบันคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย)

เขาเกิดในครอบครัวชาวนาที่กรุงเก่า แต่ได้รับการส่งเสียให้ได้รับการศึกษาที่ดี สำเร็จการศึกษาจากเนติบัณฑิตยสภา และสอบไล่ได้เป็นเนติบัณฑิตตั้งแต่อายุ 19 ปี เป็นนักเรียนทุนศึกษาต่อด้านกฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศส จนสำเร็จการศึกษาขั้นดุษฎีบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยปารีส ในปี 2469

เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะราษฎรในประเทศฝรั่งเศสในปีเดียวกัน จากนั้นเดินทางกลับประเทศเพื่อประกอบอาชีพเป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยเลขานุการกรมร่างกฎหมาย และอาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายปกครอง ณ โรงเรียนกฎหมาย หลังการปฏิวัติสยามในปี 2475 เขามีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญสองฉบับแรกของประเทศ และวางแผนเศรษฐกิจ หลังเดินทางออกนอกประเทศช่วงสั้น ๆ

เนื่องจากปฏิกิริยาต่อแผนเศรษฐกิจของเขา เขาเดินทางกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลพระยาพหลพลพยหุเสนาและแปลก พิบูลสงคราม มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย การวางรากฐานการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะราชการส่วนท้องถิ่น การเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมกับต่างประเทศ ตลอดจนการปฏิรูปภาษี

ความเห็นของ ปรีดี พนมยงค์ แตกกับแปลก พิบูลสงคราม เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลระหว่างปี 2484 ถึง 2488 และเป็นผู้นำขบวนการเสรีไทยในประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาพยายามบ่อนทำลายความชอบธรรมของประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. จนฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ถือโทษเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม หลังสงครามยุติพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกย่องในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส

ความขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองอื่นทวีความรุนแรงขึ้น หลังกรณีสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เขาถูกใส่ร้ายจากกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นผู้บงการ ทำให้เขาลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสองครั้ง ต่อมาเกิดรัฐประหารปี 2490 เป็นเหตุให้เขาต้องลี้ภัยการเมืองนอกประเทศ ปี 2492 เขากับพันธมิตรทางการเมืองพยายามรัฐประหารรัฐบาลในขณะนั้นแต่ล้มเหลว ทำให้เขาและพันธมิตรหมดอำนาจทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

จากนั้นเขาลี้ภัยการเมืองในประเทศจีนและฝรั่งเศสโดยไม่ได้กลับสู่ประเทศไทยอีก เขายังแสดงความเห็นทางการเมืองในประเทศไทยและโลกอยู่เรื่อย ๆ จนถึงแก่อสัญกรรมในปี 2526 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีการนำอัฐิเขากลับประเทศในปี 2529 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานผ้าไตรในพิธีทักษิณานุประทาน

อนุสรณ์ของเขาประกอบด้วยวันปรีดี พนมยงค์, สถาบันปรีดี พนมยงค์ ตลอดจนอนุสาวรีย์ และสถานที่และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ตั้งตามชื่อเขา เขามีภาพลักษณ์ตั้งแต่เป็นนักประชาธิปไตยไม่นิยมเจ้าไปจนถึงผู้นิยมสาธารณรัฐ การถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการปลงพระชนม์พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเป็นจุดด่างพร้อยในชีวประวัติของเขา

และศัตรูเขานำมาใช้โจมตีแม้หลังสิ้นชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในคดีหมิ่นประมาทที่ปรีดีเป็นโจทก์ฟ้องนั้น ศาลยุติธรรมให้เขาชนะทุกคดี เขาเป็นสัญลักษณ์ของผู้ต่อต้านเผด็จการทหาร เสรีนิยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2542 ยูเนสโกยกให้เขาเป็นบุคคลสำคัญของโลก และร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล

11 พ.ค. เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ “บุคคลสำคัญของโลก” แกนนำผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทย ที่ทำให้ประเทศไทยไม่กลายเป็นชาติที่แพ้สงคราม

บีบีซีไทยขอนำเสนอประวัติย่อของ “รัฐบุรุษอาวุโส” ผ่านการค้นคว้าของ ดร. บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

(การนับปี พ.ศ. ในบทความนั้น หากเป็นก่อน 1 ม.ค. 2484 เป็นการนับระหว่าง 1 เม.ย.-31 มี.ค. จนกระทั่งมาถึง ธ.ค. 2483 รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศให้ 1 ม.ค. 2484 เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย และนับ พ.ศ. เป็น 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค.)

ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ หรือหลวงประดิษฐมนูธรรม เป็นแกนนำคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ได้รับการยกย่องว่าเป็นมันสมองของคณะราษฎรโดยเป็นผู้ร่างคำประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 และพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475

ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย ต่อมาได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นรัฐบุรุษอาวุโส นอกจากนี้ยังเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยในประเทศ และผู้ประศาสน์การ (ผู้ก่อตั้ง) มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ไทยเสียเปรียบกับต่างประเทศ

พ.ศ.2460 เมื่ออายุ 17 ปี เข้าศึกษาที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม จนสำเร็จการศึกษากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตได้ตั้งแต่อายุ 19 ปี ต่อมาได้ทำงานเป็นเสมียนกรมราชทัณฑ์ จากการสนับสนุนของพระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์ในสมัยนั้น

พ.ศ.2463 ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงยุติธรรม ได้ทุนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยกอง ประเทศฝรั่งเศส

พ.ศ.2467 ก่อตั้งสมาคมนักเรียนไทยในกรุงปารีส และได้เป็นประธานสมาคม มีความคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทย ร่วมกับนักเรียนไทยผู้คิดเห็นตรงกันอีก 5 คน ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของ “คณะราษฎร” ที่ประเทศฝรั่งเศส ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย ร้อยโท แปลก ขีตตะสังคะ, ร้อยตรี ทัศนัย มิตรภักดี, ตั้ว ลพานุกรม, หลวงสิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี), แนบ พหลโยธิน โดยมีปณิธานให้สยามบรรลุเป้าหมาย 6 ประการ ซึ่งต่อมาเรียกว่า “หลัก 6 ประการของคณะราษฎร”

พ.ศ.2469 สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์

พ.ศ.2470 กลับประเทศไทย ทำงานเป็นผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรม