Skip to content
Home » News » ปาโบล เอสโกบาร์ เสียชีวิต

ปาโบล เอสโกบาร์ เสียชีวิต

ปาโบล เอสโกบาร์ เสียชีวิต วาระสุดท้ายของชายผู้โฉดยิ่งใหญ่ 

ปาโบลได้รับสัญญาณที่ไม่สู้ดีนัก เมื่อตำรวจโคลอมเบียต้องการเอาผิดเขาอย่างจริงจัง เริ่มต้นด้วยการกำจัดลูกสมุนจนแก๊งของเขาล่มสลาย ปาโบลใช้ช่วงชุลมุนหนีตายจากการไล่ล่า แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจหนีจากการคมกระสุนได้พ้น เมื่อตำรวจโคลอมเบียรัวกระสุนสังหารปลิดชีพเขาจนสิ้นลมหายใจหลังจากวันเกิดเขาผ่านไปเพียงวันเดียว

ภาพการตายของเขาสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพเป็นทีระลึกร่วมกับศพของปาโบล เอสโกบาร์ราวกับนายพรานที่กำจัดสัตว์ร้ายได้ เขาตายท่ามกลางความแคลงใจว่าเป็นการเสียชีวิตจากการยิงปะทะ หรือเป็นการจับกุมได้และเจ้าหน้าที่จัดการฆ่าเขา หรือเป้นการฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดกันแน่

แต่การตายของเขากลับสั่นสะเทือนชาวเมเดยินอย่างมาก ในงานศพมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 25,000 คน หลายคนกรีดร้องราวกับสูญเสียญาติผู้ใหญ่ แม้กระทั่งผู้นำทางศาสนายังร่วมอธิษฐานเพื่อให้เขาขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ปาโบล เอสโกบาร์ เสียชีวิต
https://postjung.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A5%20%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C

ปาโบล เอสโกบาร์ เสียชีวิต หลังจากเอสโคบาร์สั่งการจาก ‘ลา คาเทดราล’ ให้สังหารศัตรูนอกเรือนจำรายแล้วรายเล่า ประธานาธิบดีเซซาร์ กาบีเรียเริ่มรู้สึกได้ถึงชนักที่ติดหลัง ในเดือนกรกฎาคม 1992 จึงมีคำสั่งให้จับกุมตัวผู้ต้องโทษในเรือนจำหรู แต่เอสโคบาร์เผ่นหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว

วันตายของเอสโคบาร์-วันที่ 2 ธันวาคม 1993-หนึ่งวันหลังจากอายุครบ 44 ปี เขาอยู่ในสภาพมอมแมม หนวดเครารุงรัง เท้าเปลือย และอ้วนเผละ เขาอยู่กับฮวน ปาโบล (Juan Pablo) ลูกชาย ที่บ้านกระท่อมของเขาในเมเดญิน กำลังคุยโทรศัพท์ แต่เป็นการสนทนาเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกผู้ตามล่ายิงกระสุนใส่ เอสโคบาร์พยายามปีนออกจากหน้าต่างหนีขึ้นไปบนหลังคา แต่ก็หนีไม่พ้นห่ากระสุนที่กระหน่ำยิงตามหลังอีกหลายนัด จนเขาล้มฟุบ

ภาพแห่งชัยชนะของผู้ล่า เป็นภาพนายทหารใบหน้ายิ้ม จับกลุ่มยืนบนหลังคากระเบื้องสีแดง บนพื้นหลังคาใกล้เท้าของพวกเขามีศพของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียเหยียดนอนอยู่ ดูคล้ายภาพนายพรานหลังล้มสัตว์ที่ล่าได้สำเร็จ

ปาโบล เอมิลิโอ เอสโกบาร์ กาบิเรีย คือพ่อค้ายาเสพติดชื่อก้องโลกชาวโคลอมเบีย เขาได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชาแห่งโคเคน’ โดยมีการคาดการณ์ว่าเขาเป็นเจ้าของส่วนแบ่งตลาด 80% ของโคเคนที่ถูกลักลอบเข้าสู่สหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิต สร้างรายรับมหาศาลกว่า 2.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 720,000 ล้านบาทต่อปี กลายเป็นชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนหนึ่งในเวลานั้น

ปาโบลเริ่มต้นชีวิตอาชญากรด้วยการขายบุหรี่เถื่อน ลอตเตอรี่ปลอม และขโมยรถ ก่อนที่ในปี 1970 เขาจะเริ่มต้นอาชีพเรียกค่าไถ่ ลำเลียงโคเคนเข้าสู่สหรัฐฯ และสร้างอาณาจักรยาเสพติดที่กลายเป็นตำนานที่คนทั่วโลกจดจำได้ 

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นอาชญากรตัวเอ้ แต่ปาโบลก็เป็นที่นิยมไม่น้อยในโคลอมเบีย เพราะในอีกด้านเขาก็ตอบแทนสังคมด้วยการสร้างบ้านและสนามฟุตบอลจำนวนมากในแถบตะวันตกของโคลอมเบีย ก่อนที่เขาจะจบชีวิตลงในปี 1993 ด้วยการถูกตำรวจโคลอมเบียวิสามัญในวันที่ 2 ธันวาคม 1993 หลังวันเกิดปีที่ 44 ของเขาเพียง 1 วัน 

หลังจากอยู่ในวงการยาเสพติดมานานจึงเริ่มเข้าสู่วงการการเมืองในปี พ.ศ. 2529 เอสโกบาร์เสียชีวิตขณะพยายามหลบหนีการไล่ล่าของตำรวจโคลอมเบีย ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2536 การตายของเขาทำให้ตลาดค้าโคเคนถูกแย่งไปจากกลุ่มของเอสโกบาร์โดยกลุ่มของกาลิ การ์เตล (Cali Cartel) ผู้ซึ่งเป็นคู่แข่งของเอสโกบาร์นั้นเอง จนกระทั่งกลางคริสต์ทศวรรษ 1990 ผู้นำของกลุ่มดังกล่าวก็โดนจับกุมหรือถูกฆ่าโดยรัฐบาลโคลอมเบียเช่นเดียวกัน

จากลูกชาวนาฐานะยากจนในประเทศโคลอมเบีย ชายวัย 35 ปีคนหนึ่งได้ไต่เต้าจนกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยการค้าขายสารเสพติดจนกระทั่งได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งโคเคน”
Pablo Escobar (ปาโบล เอสโกบาร์) พ่อค้ายาเสพติดและนักลักลอบขนโคเคนชื่อดัง หนึ่งในอาชญากรที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มสหพันธ์ธุรกิจ “Medellín” ผู้ครอบครองตลาดโคเคน 80% จากทั่วโลก
ปาโบลหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “El Patron” ทำรายได้ให้ตนเองอย่างเป็นกอบเป็นกำจากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท จนก้าวเข้าสู่สถานะพ่อค้ายาที่ร่ำรวยที่สุดตลอดกาล
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของวงการธุรกิจประเภทนี้ ปาโบลมีทรัพย์สินสิริรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 1.08 ล้านล้านบาท
ช่วงกลางทศวรรษ 1980 สหพันธ์ธุรกิจของเอสโกบาร์สร้างรายได้ราวสัปดาห์ละ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 797,000 ล้านบาทต่อปี

จากข้อมูลของ Ioan Grillo ผู้เขียนหนังสือ “El Narco: Inside Mexico’s Criminal Insurgency” สหพันธ์ธุรกิจ Medellín ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐฯ ผ่านทางชายฝั่งฟลอริดา ซึ่งเดินทางมาจากโคลอมเบียเป็นระยะทาง 900 ไมล์ โดยมีทั้งการขนขึ้นเครื่องบินแล้วหย่อนลงบนเรือสปีดโบ๊ท หรือขนมาสู่ชายฝังฟลอริดาทางอากาศโดยตรง
ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯจำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล

https://board.postjung.com/1167151

เรื่องราวของเขาถูกเล่าอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะในรูปแบบซีรีส์อย่าง Narcos (2015-2017) หรือในรูปแบบภาพยนตร์ที่ทั้งเล่าเรื่องของเขาแบบตรง ๆ อาทิ Killing Pablo (2011) หรือจะเล่าอย่างอ้อมๆ อย่าง American Made (2017) ที่เล่าเรื่องของนักบินที่นักแสดงโดย ทอม ครูซ ที่ชีวิตพลิกผันจากกัปตันสายการบินมาเป็นคนส่งยาให้กับปาโบล คุกของเขากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสชีวิตที่เคยหรูหราของเขา ขณะเดียวกันหลายบ้านก็ประดับรูปของเขาราวกับเป็นหนึ่งในทวยเทพที่เคารพบูชา

จากตำนานของอาชญากรที่ช่วยเหลือคนจน คนที่กอบกู้บ้านเมืองด้วยสิ่งผิดกฏหมาย และกลายเป็นนักบุญคนบาปที่เป็นตำนานตราบจนสิ้นลมหายใจ แม้ชื่อจะสิ้นไป แต่เรื่องราวของเขา รวมไปถึงยาเสพติดก็หาได้หมดสิ้นไปจากโลกไม่ ยังคงก่อเกิด ปาโบล เอสโกบาร์ ในอีกหลายพื้นที่บนโลกใบนี้ เพราะมันสร้างทั้งรายได้มหาศาลและอำนาจบารมีจนบางคนกฎหมายก็ไม่อาจเอาผิดได้ไปชั่วกาลนาน