Skip to content
Home » News » ปิดเมืองล่า ก่อการร้าย 5 ปี บอสตัน มาราธอน

ปิดเมืองล่า ก่อการร้าย 5 ปี บอสตัน มาราธอน

ปิดเมืองล่า ก่อการร้าย 5 ปี บอสตัน มาราธอน “เรายังไม่รู้เลยว่ามันคือลูกระเบิด … เสียงดังเหมือนหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดมากกว่า หลังจากนั้นเปลวควันก็พวยพุ่งบริเวณจุด Finish ได้ยินเสียงต่างชาติตะโกนบอกว่ามันคือระเบิด ก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นผู้คนก็วิ่งหนีชุลมุน หลบเข้าไปในตึก ห้างสรรพสินค้า 2 ข้างทาง ส่วนตัวเราเองต้องนอนหมอบอยู่ในร้านกาแฟ บนถนนบอยล์สตัน ใกล้จัตุรัสโคพลีย์ ไม่ได้เดินย้อนกลับไปดูเพื่อนที่จุดนั้นอีกเลย 

ปิดเมืองล่า ก่อการร้าย 5 ปี บอสตัน มาราธอน 1 ใน นักเรียนไทยในรัฐ Massachusetts USA ย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ช่วงบ่ายของวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นวันที่เธอพร้อมกับเพื่อต่างชาติ พากันเดินไปซื้อของย่าน Newbury Street ไม่ห่างไกลจากถนนบอยล์สตัน ใกล้จัตุรัสโคพลีย์ ที่ๆจัดให้มีการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. เธอพร้อมด้วยเพื่อนนักเรียน ตัดสินใจเดินไปดูการแข่งขันวิ่ง บนถนนดังกล่าวด้วย 

ปิดเมืองล่า ก่อการร้าย 5 ปี บอสตัน มาราธอน
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1252661


“พอไปถึงเพื่อนๆ ไปยืนออกันอยู่ตรงจุดเส้นชัยค่ะ แต่เป็นฝั่งที่มันไม่ระเบิด ส่วนเรารู้สึกว่าแออัดและร้อนมาก จึงแยกตัวเดินออกมาเพื่อไปนั่งร้านกาแฟที่ห่างไปประมาณ 500 เมตร ระหว่างจะเปิดประตูเข้าร้านได้ยินเสียงบึมดังสนั่นถนน หันกลับไปดูเห็นฝูงคนวิ่งหนีกระจาย ส่วนตัวเราเองหลบอยู่ในร้านกาแฟ มองออกไปด้านนอกเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เต็มพื้นที่ไปหมด ไม่นานนัก มีประกาศออกมาจากตำรวจว่าให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านด่วน เค้ากำหนดเวลาด้วยว่ากี่โมงต้องถึงบ้าน เพราะเขาจะปิดการเดินรถไฟ หยุดรถบัส “คือทุกคนต้องอยู่แต่ในบ้านจนกว่าจะจับคนร้ายได้” 

ปิดสนามบิน หยุดรถบัส ห้ามรถไฟวิ่ง ตั้งด่านตรวจสกัดจุดสำคัญ

หลังจากนั้นเราพยายามจะขึ้นรถไฟกับบ้าน แต่สรุปว่า รถไฟปิดทำการไปแล้ว รถบัสก็หยุดวิ่งสิ่งสำคัญ ติดต่อเพื่อนที่มาด้วยกันไม่ได้แม้สักคนเดียวเพราะเค้าตัดสัญญาณมือถือที่เกิดเหตุ ขณะนั้นตำรวจ FBI เดินกันทั่วเมือง FBI รายหนึ่งบอกกับเราว่า ให้รีบกลับบ้านอย่ามาเดินตรงนี้ เพราะอาจปะปนกับผู้ก่อเหตุได้ ณ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกตกใจมาก แค่พยายามหาทางกลับบ้าน เราเดินย้อนกลับไปทางที่คิดว่าน่าจะปลอดภัย หาจุดมีสัญญาณโทรศัพท์ก่อนจะโทรให้เพื่อนสนิทขับรถมารับกลับไปส่งที่บ้านย่าน Watertown 

“เราต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ก่อนกลับบ้านไม่ลืมที่จะแวะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้บะหมี่มาเพียงแค่ 3 ห่อ เพราะถูกคนกวาดซื้อไปตุนไว้ที่บ้านกันหมด เนื่องจากมีคำสั่งให้เราเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ยาวขนาดไหน เมื่อถึงบ้าน จากนั้นก็รับฟังข่าวสารทางทีวี มาทราบอีกทีวีว่า หลังเหตุการณ์ระเบิดมีคนตาย 3 ศพ เจ็บอีกร่วม 200 คน ทีวีต่างชาติรายงานข่าวอัพเดต 24 ชม. สนามบินปิดทำการชั่วคราว ถนนหนทางทุกเมืองใน Massachusetts เงียบสงัด ส่วนเพื่อนต่างชาติที่ไปด้วยกันทุกคนถึงที่พักปลอดภัยดี”

ไล่ล่า 2 พี่น้อง ‘ชาวเชชเนีย’ 

การแถลงข่าวผ่านรายการทีวี วันที่ 18 เมษายน 2556 สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ปล่อยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยสองคน สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่า หนึ่งในผู้ต้องสงสัยทั้งสองมีภาพปรากฏ เห็นว่าทำการวางกระเป๋าสะพายลงไม่กี่นาทีก่อนการระเบิดลูกที่สอง ซึ่งชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคือเป็นพี่น้องกันคือ Tamerlan Tsarnaev นายทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ วัย 26 ปี  (รัสเซีย: Тамерлан Царнаев) และ นายโชการ์ ซาร์นาเยฟ วัย 19  ปี  Dzhokhar Tsarnaev (รัสเซีย: Джохар Царнаев) ชาวเชเชนบริเวณเทือกเขาคอเคซัสที่อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริการาวปี 2543 หรือ 2544

“ข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง เรารับทราบจากทางทีวีเท่านั้น กระทั่งกลางดึกของคืนวันที่ 18 เมษายน การข่าวให้ข้อมูลว่า เกิดเหตุยิงกันที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ หรือเอ็มไอที ในเมืองแคมบริดจ์ ทำให้ ตำรวจประจำสถาบันเอ็มไอทีถูกยิงเสียชีวิต 1 นาย ก่อนจะชิงเอารถเพื่อขับหลบหนีไปด้วย คราวนี้ วงจรปิดจับภาพชัดว่า ผู้ลงมือก่อเหตุคือ 2 ผู้ต้องสงสัยที่ทางการแถลงไป “

จนมุมยิงปะทะเจ้าหน้าที่ ตาย 1 อีกรายหลบหนี ที่แท้ฝักใฝ่มุสลิมหัวรุนแรง

กระทั่งคืนวันที่ 18 เข้าสู่วันที่ 19 เวลา 00.30 น. ชุดไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบรถยนต์คันเดียวกับที่ผู้ก่อเหตุ วิ่งอยู่บริเวณ ย่านวอเตอร์ทาวน์ (Watertown) ทางตอนเหนือของสถาบันเอ็มไอที จึงได้เรียกให้หยุด กระทั่งเกิดการปะทะกัน ทำให้ “นายทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ” คนร้ายผู้พี่ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนอีกรายหลบหนีไปได้ 

“พ่อของคนร้ายออกมาให้ข้อมูลผ่านทางเจ้าหน้าที่รัฐฯว่า ลูกชายคนที่ยังหลบหนีคือ โชการ์นั้น เป็นเด็กหนุ่มที่ฉลาดประสบความสำเร็จในชีวิตและจิตใจดี และยังเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 2 อยู่ในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันสังคมออนไลน์ในสหรัฐเมริกาช่วงนั้น ได้เผยแพร่ข้อมูลที่เขาพัวพันกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง มีความสนใจเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองซีเรียกับเว็บไซต์อิสลามต่างๆ ไปจนถึงเว็บไซต์เรียกร้องเอกราชให้แก่สาธารณรัฐเชเชน ” 

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1252661