Skip to content
Home » News » ผู้ชุมนุม ในนามกลุ่มราษฎร

ผู้ชุมนุม ในนามกลุ่มราษฎร

ผู้ชุมนุม
https://www.bbc.com/thai/thailand-54581331

ผู้ชุมนุม ในนาม “กลุ่มราษฎร” ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากคณะราษฎร ในวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ตำรวจประเมินว่ามีจำนวนประมาณ 23,000 คน ได้จัดการชุมนุมในรูปแบบไร้แกนนำในหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ทำให้รัฐบาลสั่งปิดระบบขนส่งมวลชน และมีผลกระทบต่อผู้โดยสารหลายแสนคน

ผ่านมา 4 วันนับจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “คณะราษฎร 2563” นัดหมายชุมนุมใหญ่เมื่อ 14 ต.ค. ปรากฏว่ามีแกนนำและแนวร่วมอย่างน้อย 63 คนถูกจับกุมคุมขัง โดยมีทั้งที่ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และข้อตามคดีค้างเก่า

แม้ขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ ตกอยู่ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 15 ต.ค. แต่ผู้ชุมนุมที่ไม่มีแกนนำแน่ชัด ก็ยังนัดหมายรวมตัวกันอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (17 ต.ค.) เพื่อเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา” และให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรงกับ ผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน

การนัดหมายดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านแฟนเพจของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “เยาวชนปลดแอก” และ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ทว่ายังไม่มีการเปิดเผยสถานที่นัดหมายแต่อย่างใด โดยบอกเพียงว่าเวลา 15.00 น. “ขอให้ทุกคนเตรียมตัวประจำการได้ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง”
นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเพิ่มว่าหากมีการหยุดการเดินรถก่อนนัดหมาย “สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีคือสถานที่ชุมนุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้เข้าสลายการชุมนุมเพื่อ “ยึดคืนพื้นที่” 2 ครั้ง
ครั้งแรก เป็นปฏิบัติการยึดคืนทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งจบลงภายในเวลา 2 ชม. และไม่มีความรุนแรงใด ๆ

อีกครั้ง เป็นปฏิบัติการสลายการชุมนุมและยึดคืนพื้นที่แยกปทุมวัน เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งจบลงภายในเวลา 4 ชม. โดยมีการใช้ทั้งรถฉีดน้ำแรงดันสูง และน้ำผสมสารเคมีสีน้ำเงินที่มีฤทธิ์ก่อให้เกิดอาการแสบตาและแสบผิวหนัง

นับจากวันที่ 13-16 ต.ค. มีแกนนำคณะราษฎร 2563 และแนวร่วมถูกจับกุมและตั้งข้อหาอย่างน้อย 63 คน ตามการเปิดเผยของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

  • 13 ต.ค. จับกุม 21 คน ในระหว่างที่ “คณะราษฎรอีสาน” เตรียมตั้งเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ก่อนถึงวันนัดหมายชุมนุมใหญ่
  • 14 ต.ค. จับกุม 23 คน จากทำเนียบฯ และโรงแรมที่พักของแกนนำ โดยแบ่งเป็นแกนนำ 5 คน และผู้ชุมนุม 18 คน
  • 15 ต.ค. จับกุม 7 คน ทั้งหมดเป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่แยกราชประสงค์
  • 16 ต.ค. จับกุมอย่างน้อย 12 คน โดยแบ่งเป็นแกนนำ 3 คน ผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่แยกปทุมวัน 11 คน และผู้สื่อข่าว 1 คน
  • อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้บอกกับ ส.ส. พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ในระหว่างพูดคุยกันที่แยกปทุมวันว่า มีผู้ถูกจับกุมไปแล้วกว่า 100 ราย

ผู้ชุมนุม สำหรับสถานะล่าสุดของ 6 แกนนำรายสำคัญ

ณ วันที่ 17 ต.ค. คือถูกแยกฝากขังอยู่ในเรือนจำหลายแห่ง เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า “ทำผิดหลายครั้ง”

  • นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ถูกตั้ง 12 ข้อหา จากการเตรียมจัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อ 13 ต.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
  • นายอานนท์ นำภา ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ กรณีจัดการชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่
  • นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ หรือเจมส์ ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ กรณีจัดการชุมนุมที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่
  • นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี
  • น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี
  • นายณัฐชนน ไพโรจน์ นักศึกษา มธ. ถูกตั้งข้อหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี กรณีจัดการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี จ.ปทุมธานี
  • ยกเว้นนายทัตเทพ เรืองประกิจไพศรี หรือฟอร์ด ซึ่่งถูกตั้งข้อหาผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีจัดการชุมนุมคณะราษฎร ที่ถูกนำตัวไปกองบังคับการตรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภาค 1) ก่อนนำตัวไปศาลแขวงปทุมวันในวันนี้ ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว ตีราคาคาประกัน 20,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีแนวร่วมอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 5 คนที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีต่าง ๆ ตามการรายงานของศูนย์ทนายฯ ดังนี้

  • นายเอกชัย หงส์กังวาน ถูกตั้งข้อหา ม. 110 จากการแสดงออกระหว่างมีขบวนเสด็จของพระราชินี
  • นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือฟรานซิส นักศึกษา ม.มหิดล ถูกตั้งข้อหา ม. 110 จากการแสดงออกระหว่างมีขบวนเสด็จของพระราชินี
  • นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีร่วมชุมนุมเมื่อ 19 ก.ย.
  • นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีจัดการชุมนุมที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อ 22 ส.ค.
  • นายฉัตรชัย ถูกตั้งข้อหา ม. 116 และอื่น ๆ จากกรณีจัดการชุมนุมที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อ 22 ส.ค.

การชุมนุมในวันที่ 18 ตุลาคม 2563 จัดที่แยกอโศกมนตรี แยกบางนา และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นหลัก เป็นการชุมนุมโดยสงบและไม่ยืดเยื้อ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้อำนวยการ กอร.ฉ. ใช้อำนาจสั่งปิดสถานีรถไฟฟ้าและสกายวอล์คในบริเวณดังกล่าว

ตำรวจระบุว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 6,000 คน ตามแยกต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวมการประท้วงในอีกหลายจังหวัด วันที่ 21 ตุลาคม กลุ่มราษฎร เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง

แต่ถูกตั้งเครื่องกีดขวางอย่างแน่นหนาและมีฝ่ายตรงข้ามพยายามขวาง เกิดเหตุการณ์กลุ่มชายชุดเหลืองที่ประกาศตนว่าสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อเหตุฝ่าแนวกั้นตำรวจเข้าทำร้ายกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้นักศึกษาต้องย้ายสถานที่ชุมนุม ซึ่งกลุ่มชายชุดเหลืองประกาศว่าเป็นชัยชนะ

มีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 1 คนและเข้าแจ้งความดำเนินคดี วันเดียวกัน ประยุทธ์ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ขอให้ทั้งสองฝ่ายลดความรุนแรงและแก้ไขสถานการณ์ผ่านกระบวนการรัฐสภา ขอให้ผู้ประท้วงลดคำพูดที่ “ก่อให้เกิดความแตกแยก” วันที่ 22 ตุลาคม ประยุทธ์ออกประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร

ผู้ชุมนุม
https://www.bbc.com/thai/live/thailand-54581672

ประยุทธ์จัดสมัยประชุมวิสามัญของรัฐสภาไทย 26–27 ตุลาคม 2563 แต่ผู้ประท้วงต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกก่อนเพื่อเป็นการแสดงความสุจริตใจก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสมัยประชุมนั้นไม่มีประเด็นใดตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง หลังการประชุม ประยุทธ์กล่าวว่ารัฐบาลจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตั้งคณะกรรมการหาทางออก แต่ตนจะไม่ลาออก

ชุมนุม 17 ตุลา : (คณะ)ราษฎรนัดชุมนุมที่สถานีรถไฟฟ้า ส่วน 6 แกนนำต้องแยกนอนเรือนจำ