Skip to content
Home » News » พรรคก้าวไกล ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่

พรรคก้าวไกล ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่

พรรคก้าวไกล ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สังกัดอดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลในสัปดาห์หน้า ประกาศเดินหน้าสานต่ออุดมการณ์ของ อนค.

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ วัย 40 ปี ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้นำพรรคคนใหม่ นำทีม ส.ส. อดีต อนค. แถลงเปิดตัวพรรคใหม่อย่างเป็นทางการ วันนี้ (8 มี.ค.)

ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ส.ส. ที่เหลืออยู่ 65 คน มีเวลา 60 วันนับจากวันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ อนค. ในการหาพรรคสังกัดใหม่เพื่อไม่ให้ขาดสมาชิกภาพ ส.ส. หรือภายใน 22 เม.ย. นี้

ถึงขณะนี้ชาว อนค. เดิมแตกตัวไปสังกัดอย่างน้อย 2 พรรคการเมืองซึ่งอยู่ในขั้วรัฐบาล ขณะที่ ส.ส. กลุ่มใหญ่เตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลในสัปดาห์หน้า โดยนายพิธาแสดงความมั่นใจว่าจะไปกันครบทั้ง 55 คน

“คนที่มายืนอยู่ข้างหลังผมนี้เป็นกำแพงชั้นแรกในการทำงาน ส่วนกำแพงชั้นที่สองคือประชาชน ผมเชื่อว่า ส.ส. ที่เหลืออยู่จะอยู่กับประชาชนที่เฝ้ามองเราอยู่ว่าเราควรจะสามัคคีกัน” นายพิธาระบุกลางวงแถลงข่าวที่มี ส.ส. อดีต อนค. ยืนอยู่เบื้องหลังเป็นแผงใหญ่

  • พรรคก้าวไกล 55 คน : (เตรียมสมัครสัปดาห์หน้า)
  • พรรคภูมิใจไทย 9 คน : นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น, นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่, นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา, นายมณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม., นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส.กทม. และนายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี
  • พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน : นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร
พรรคก้าวไกล  ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่
https://www.bbc.com/thai/51788851

พรรคก้าวไกล ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่

พรรคก้าวไกล ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่ นายพิธาเปิดเผยสาเหตุที่ยกพลมาสังกัดพรรคก้าวไกลว่าเป็นเพราะมีอุดมการณ์และนโยบายคล้าย ๆ กัน ทว่าเขาไม่ได้ตอบคำถามที่ว่ามีข้อตกลงกับ “เจ้าของพรรคเดิม” อันหมายถึงผู้ก่อตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก้าวไกลว่าต้องเข้ามามีที่นั่งในฐานะ กก.บห. พรรคชุดใหม่หรือไม่ โดยบอกเพียงว่าขณะนี้ยังเป็นช่วงการประสานงานทางธุรการ

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เจ้าของพรรคเดิมพยายามเจรจาต่อรองขอตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค โดยได้ออกหนังสือเรียกประชุมใหญ่วิสามัญพรรคในวันที่ 14 มี.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าและ กก.บห. ชุดใหม่ รับรองการเปลี่ยนชื่อพรรค และตราสัญลักษณ์พรรค (โลโก) โดย ส.ส. อดีต อนค. จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคในช่วงเช้า ก่อนเข้าร่วมประชุมพรรคทันทีในช่วงบ่าย

ก่อนจะถึงวันนั้น ที่ประชุม ส.ส. อดีต อนค. มีมติช่วงเช้าวันนี้ (8 มี.ค.) ให้นายพิธาปฏิบัติหน้าที่ประธาน ส.ส. ชั่วคราว และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นโฆษกกลุ่มชั่วคราว

ชื่อพรรคก้าวไกล เป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่ประชาชนส่งเข้าประกวดทางสื่อสังคมออนไลน์ ในแฮชแท็ก #ช่วยอนาคตใหม่ตั้งชื่อพรรค ทั้งนี้ ส.ส. อดีต อนค. ส่วนใหญ่เห็นว่าชื่อนี้สะท้อนอุดมการณ์ของพวกเขา ส่วนอีก 2 รายชื่อที่ตกไปคือพรรคไทยเท่าเทียม และพรรคอนาคตไทย

สำหรับชื่อพรรคก้าวไกลเพิ่งมีอายุเพียง 3 วัน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองการเปลี่ยนชื่อพรรคเมื่อ 6 มี.ค. โดยกลายร่างมาจากพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับที่ 30 ในสารบบของ กกต. จดทะเบียนจัดตั้งพรรคเมื่อ 1 พ.ค. 2557 ก่อนขอเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคผึ้งหลวงในช่วงเลือกตั้ง 2562 ซึ่งเป็นการลงสู่สนามเลือกตั้งหนแรกของพรรคการเมืองนี้ แล้วเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อพรรคร่วมพัฒนาชาติไทยอีกครั้ง ปัจจุบันมีนายธนพล พลเยี่ยม เป็นหัวหน้าพรรค และนายอังกูร ไผ่แก้ว เป็นเลขาธิการพรรค มีสมาชิกพรรค 2,690 คน

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลจากประกาศ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 พบว่า พรรคผึ้งหลวงได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้ง 2 ระบบ ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 94 คน ใน 25 จังหวัด แต่ไม่มีผู้ใดชนะการเลือกตั้ง โดยได้คะแนนเสียงเลือกตั้งทั้งประเทศเพียง 12,589 คะแนน ถือเป็นพรรคที่มีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 44 จาก 74 พรรคการเมือง

แนวทางการยกพลจากพรรคขนาดใหญ่และพรรคขนาดกลางเข้าไปสวมในพรรคขนาดเล็กที่อยู่ในสารบบของ กกต. หรือที่ถูกเรียกว่า “เซ้งพรรค” เกิดขึ้นในแทบทุกยุค หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภา บีบีซีไทยรวบรวมไว้บางส่วน ดังนี้

อนาคตการเมืองภายใต้ต้นสังกัดใหม่ถูกฉายภาพโดยนายพิธาไว้ว่าสิ่งเดิมที่พวกเขาจะสานต่อจาก อนค. คืออุดมการณ์และหลักการทำงาน

“ขอให้ประชาชนมั่นใจแม้อยู่บ้านหลังใหม่ แต่หัวใจเหมือนเดิม เรายังยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน ยึดมั่นประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร ผลักดันนโยบายที่ก้าวหน้าต่อไป” นายพิธาระบุ

ส่วนสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น-เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือการบริหารจัดการภายใน และโครงสร้างของพรรคที่จะเล็กลง ซึ่งนายพิธายอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา การสื่อสารกันทั้งภายในและภายนอกอาจน้อยเกินไป หรือมีความฝัน แต่ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็ต้องมาวางแผนรายไตรมาส รายเดือน และรายวันต่อไป ส่วนงบประมาณที่ใช้ “ไม่มีการยืมนาฬิกาเพื่อนแน่ ๆ” แต่อาจระดมทุนจากบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคม ร่วมด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของพรรค

คำถามจากสื่อมวลชนรายหนึ่งที่เกิดขึ้นกลางวงแถลงข่าวคือกังวลหรือไม่ว่าจะถูก “ยัดคดี” แบบอดีตแกนนำ อนค. คำตอบของว่าที่ผู้นำพรรคก้าวไกลคือไม่กังวลตราบใดที่ยังมีเพื่อน ส.ส. ยืนอยู่ข้างหลัง และได้ถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมทำงานไปข้างหน้า คำถามที่ควรถามกลับไปคือในบรรยากาศการเมืองที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา มีประชาชนจำนวนมากจับตาดูอยู่โดยเฉพาะนักศึกษา พวกเขามีความตั้งใจดีเพียงเพื่อทำประเทศไทยให้ดีกว่ารุ่นที่พวกเขาเกิดมา แล้วส่งต่อให้ลูกหลาน

ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตรองเลขาธิการ อนค. ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามอยู่บ่อย ๆ ว่ากลัวว่าพรรคจะถูกยุบหรือไม่ ส.ส. ที่เป็นแกนนำรุ่นใหม่จะติดคุกหรือไม่ พร้อมรับมือหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าคำถามทำนองนี้สะท้อนสถานการณ์ การเมืองไทยที่ “ผิดปกติ” อย่างชัดเจน ยังไม่ทันย้ายพรรค สมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ ก็มีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว เป็นข้อยืนยันว่าคดีของ อนค. ที่ผานมา หรือหากจะมีอีกในอนาคต ล้วนเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองทั้งสิ้น จึงอยากให้ช่วยกันติดตามตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ย้ำ ธนาธร-ปิยบุตร ไม่มายุ่งเกี่ยว

อีกเรื่องหนึ่งคือยุทธศาสตร์การเมืองแบบ 2 ขา นั่นคือ ขาพรรคการเมืองในสภา กับขามวลชนบนท้องถนน แม้เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก ทว่าก็ได้เกิดฝันร้ายกับคนไทยไปพร้อมกัน ในกรณีพรรคเพื่อไทยกับ นปช. และพรรคประชาธิปัตย์กับ กปปส. ซึ่งจบลงด้วยความรุนแรงบนท้องถนน จึงน่าสนใจว่าการเมืองแบบ 2 ขาของชาว อนค. ระหว่างพรรคก้าวไกลกับคณะอนาคตใหม่จะออกมาในลักษณะใด

นายพิธาตอบคำถามนี้เพียงสั้น ๆ ว่า “พวกเราไม่ได้รับนโยบายมา แต่ทำนโยบายมาด้วยกัน และทุกคนทำงานเกี่ยวข้องกัน 1-2 ปี อยู่ในดีเอ็นเอของพวกเรา”

เขาย้ำด้วยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้า อนค. และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการ อนค. จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพรรคก้าวไกลแน่นอน ในการเดินทางรอบใหม่ของชาว อนค. การตัดสินใจจะเป็นตัวของตัวเอง ส่วนที่นายปิยบุตรอาจต้องเข้าสภา เพราะมีตำแหน่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร นั้น นายพิธาชี้ว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะสภาไม่ใช่ที่ของผู้แทนฯ อย่างเดียว แต่เป็นที่ของประชาชน และกฎหมายก็เปิดให้คนนอกเป็น กมธ.วิสามัญได้

https://www.bbc.com/thai/51788851