Skip to content
Home » News » พรรคก้าวไกล เตรียมฟ้องกลับณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค

พรรคก้าวไกล เตรียมฟ้องกลับณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค

พรรคก้าวไกล เตรียมฟ้องกลับณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค ไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากเปิดตัวพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นที่รวมตัวของอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคหลังจาก อนค. ถูกยุบพรรคตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ก.พ. 2563 พวกเขาต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาและคำร้องให้ยุบพรรคอีกครั้ง

พรรคก้าวไกลระบุวันนี้ (3 ก.พ.) ว่า “จะต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องเสียงและเจตจำนงที่พวกเราได้รับมาจากประชาชน” พร้อมกับประกาศว่าจะดำเนินการฟ้องกลับนายณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค จากพฤติกรรม “กล่าวหาเท็จต่อพรรคการเมือง”

เมื่อวานนี้ นายณฐพร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาวินิจฉัยและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล ฐานกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากการกระทำ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พรรคก้าวไกล เตรียมฟ้องกลับณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค
https://www.bbc.com/thai/thailand-55914100

เปิดคำร้องยุบพรรคก้าวไกลของ “ณฐพร โตประยูร”

พรรคก้าวไกล เตรียมฟ้องกลับณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรค จดหมายเรื่อง “ขอให้พิจารณากรณี พรรคก้าวไกล กระทำผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 45 และมาตรา 92 (2) (3)” ที่นายณฐพรส่งถึงประธาน กกต. หยิบยกพฤติการณ์ของกรรมการบริหารและ ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่เขามองว่า “เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ดังนี้

  • พรรคก้าวไกลมีแนวคิดเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ที่มีแนวคิดเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และปัจจุบันยังมีความเชื่อมโยงกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช
  • ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 ที่มีการชุมนุมทางการเมือง หัวหน้าพรรคและ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นทางการเมือง เข้าร่วมกับผู้ชุมนุมและใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง สนับสนุนการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีการกระทำที่ผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ละเมิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ บุกรุกเขตหวงห้าม จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย
  • พรรคก้าวไกลแสดงจุดยืนในการสนับสนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ที่จะมีการแก้ในรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 รวมทั้งเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ทั้งนี้ นายณฐพรได้หยิบยกเหตุการณ์ที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลปรากฏตัวในที่ชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน เช่น การชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่สนามหลวง และการชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รวมถึงการที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ชุมนุมและนักศึกษาที่ตกเป็นผู้ต้องหาในหลายคดีจากการชุมนุม

เขาสรุปว่าการกระทำของพรรคก้าวไกล “ส่งผลให้ระบอบการเมืองการปกครองของประเทศไทยแปรเปลี่ยนและเสื่อมโทรม สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลให้หลักการพื้นฐานของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่มิได้ทรงปกครองต้องถูกเซาะกร่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย”

จดหมายของนายณฐพรระบุต่อไปว่าพระมหากษัตริย์ไทย “ทรงอยู่เหนือการเมือง จึงต้องทรงเป็นกลางทางการเมือง ทั้งยังต้องระมัดระวังมิให้สถาบันกษัตริย์ของไทยต้องถูกบั่นทอนทำลายให้เสื่อมโทรมไป เพราะอาจถูกกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้เกิดผลเป็นไปเช่นนั้น สภาวะต้องอยู่เหนือทางการเมืองของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยย่อมสูญเสียไป เมื่อเกิดความเสื่อมโทรมลงก็ย่อมไม่สามารถดำรงพระองค์และปกป้องสถาบันให้อยู่เหนือการเมืองได้ ซึ่งถ้าปล่อยให้การเป็นไปเช่นนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะไม่ทรงอยู่ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยอีกต่อไป”

วันนี้ (3 ก.พ.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรค ยกทีมส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงต่อสื่อมวลชนกรณีที่นายณฐพรยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้พิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัชกล่าวว่าข้อกล่าวหาของนายณฐพรต่อพรรคก้าวไกล “ล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น”

เขายืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข “แต่เราเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของระบอบรัฐประหาร” และพรรคก้าวไกลมิได้กระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน “แต่เราต้องการปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และคัดค้านนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนอนาคตของพวกเขา”

นายชัยธวัชตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายณฐพรรายประเด็น ดังนี้

ณฐพร: ส.ส.พรรคก้าวไกลปรากฏตัวในที่ชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน

ชัยธวัช: การไปสังเกตการณ์การชุมนุมของ ส.ส. เป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ดีในการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและช่วยระงับความรุนแรงหากเกิดการปะทะกัน

ณฐพร: ส.ส.พรรคก้าวไกลใช้ตำแหน่งประกันตัวนักศึกษาและประชาชนที่เป็นผู้ต้องหาจากการชุมนุม

ชัยธวัช: การช่วยประกันตัวนักเรียนนักศึกษาประชาชนนั้น ก็เป็นการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหาทุกคนต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ณฐพร: พรรคก้าวไกลสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์และเสนอร่างแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112

ชัยธวัช: การลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและการเสนอร่างกฎหมายต่าง ๆ เป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภาเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของผู้แทนราษฎร

เลขาธิการพรรคก้าวไกลอ้างถึงกรณีที่นายณฐพรเคยยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค อนค. ในข้อหา “ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า อนค. ไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา โดยระบุว่าพฤติกรรมของนายณฐพรเป็น “กล่าวหาเท็จซ้ำซาก” และมองว่าคำร้องยุบพรรคก้าวไกลของนายณฐพรเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่ต้องการบดขยี้พรรคอนาคตใหม่โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์และกลไกองค์กรอิสระในระบอบประยุทธ์เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง

“พรรคก้าวไกลจะต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องเสียงและเจตจำนงที่พวกเราได้รับมาจากประชาชน เพื่อผลักดันสังคมไทยให้มีอนาคต หลุดพ้นจากหลุมดำทางการเมืองของชนชั้นสูง กองทัพ และนายทุนผูกขาด” นายชัยธวัชกล่าวพร้อมกับเปิดเผยว่าพรรคก้าวไกลจะดำเนินการฟ้องคดีกลับต่อนายณฐพร ในมาตรา 101 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ในการกล่าวหาเท็จต่อพรรคการเมือง

https://www.bbc.com/thai/thailand-55914100