Skip to content
Home » News » พรรคคอมมิวนิสต์จีนชูอุดมการณ์ใหม่ของ สี จิ้นผิง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชูอุดมการณ์ใหม่ของ สี จิ้นผิง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชูอุดมการณ์ใหม่ของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้กำหนดอุดมการณ์ทางการเมืองของตัวเองขึ้นมา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์ต่างพูดถึง “แนวคิด สี จิ้นผิง” ในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ และคาดว่าจะมีการบัญญัติลงในธรรมนูญของพรรคก่อนการประชุมใหญ่พรรคจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า ถือเป็นการยกระดับนายสีให้ขึ้นเทียบชั้นอดีตผู้นำอย่างเหมา เจ๋อตุง และเติ้ง เสี่ยวผิง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชูอุดมการณ์ใหม่ของ สี จิ้นผิง ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นการวางตัวผู้ปกครองและกำหนดทิศทางของประเทศใน 5 ปีข้างหน้า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายสีได้กล่าวสุนทรพจน์เป็นเวลานาน 3 ชั่วโมง ต่อมาในวันพฤหัสบดี บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์หลายคนต่างพากันเชิดชู “แนวคิดของ สี จิ้นผิง เกี่ยวกับสังคมนิยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบบจีนสำหรับศักราชใหม่” ซึ่งสื่อทางการจีนยกว่าเป็น “ความสำเร็จล่าสุดในการประยุกต์ใช้ลัทธิมาร์กซ์ให้เข้ากับบริบทของจีน”

พรรคคอมมิวนิสต์จีนชูอุดมการณ์ใหม่ของ สี จิ้นผิง
https://brandinside.asia/xi-jinping-send-message-to-china-international-big-data-industry-expo/

ยุคสี จิ้นผิง เริ่มต้นขึ้นหรือยัง?

แคร์รี เกรซี บรรณาธิการจีน บีบีซีนิวส์

การเมืองจีนเป็นเรื่องที่ไม่เปิดเผย และต้องถอดรหัส แต่เมื่อสมาชิกของคณะกรรมการประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทุกคนเริ่มพูดวลีเดียวกันในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ส่อเค้าชัดเจนว่ากำลังจะเกิดเรื่องสำคัญขึ้นแน่นอน

ในการอภิปรายถึงสุนทรพจน์ของนายสี บรรดาผู้นำระดับสูงของพรรคต่างระมัดระวังการพูดถึงข้อความ “แนวคิดของ สี จิ้นผิง เกี่ยวกับสังคมนิยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบบจีนสำหรับศักราชใหม่” และวลีนี้ก็กำลังถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อของทางการจีน

ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสัญญาณชี้ชัดว่านายสี จิ้นผิง จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนก่อนหน้าเขาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทำไม่สำเร็จ นั่นก็คือชื่อของนายสีจะถูกบันทึกลงในธรรมนูญของพรรคในช่วงปิดการประชุมสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกับชื่อของผู้นำที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่จีนคนอื่น ๆ ได้รับการบันทึกไว้

แคร์รีระบุว่า หากในช่วง 30 ปีแรกของการปฏิวัติพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นยุคของเหมา เจ๋อตุง และตามมาด้วยยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ตอนนี้จีนก็กำลังจะเข้าสู่ยุคสี จิ้นผิง

ผู้นำจีนก่อนหน้านี้หลายคนต่างกำหนดแนวคิดทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งถูกบัญญัติไว้ในธรรมนูญหรือแนวคิดของพรรค การตั้งชื่อเรียกแนวคิดเหล่านี้สะท้อนถึงความสำคัญของผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์ นอกเหนือจากเหมา เจ๋อตุง ผู้ก่อตั้งพรรคแล้ว ก็ไม่มีอุดมการณ์ของผู้นำคนไหนถูกยกให้เป็น “แนวคิด” ซึ่งถือเป็นลำดับชั้นสูงสุด และมีเพียงชื่อของเหมา เจ๋อตุง และเติ้ง เสี่ยวผิง เท่านั้นที่ถูกเรียกขานต่อจากอุดมการณ์ของพวกเขา

“แนวคิด สี จิ้นผิง” มีหลักการ 14 ข้อ ซึ่งเน้นย้ำถึงอุดมคติของพรรคคอมมิวนิสต์ และยังรวมถึง:

  • เรียกร้องให้มี “การปฏิรูปอย่างลึกซึ้งและสมบูรณ์” และ “แนวความคิดใหม่ ๆ เพื่อการพัฒนา”
  • ให้คำมั่นว่าจะทำให้ “มนุษย์และธรรมชาติดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน”
  • เน้นย้ำ “อำนาจที่แท้จริงของพรรคคอมมิวนิสต์ที่อยู่เหนือกองทัพประชาชน”
  • เน้นย้ำความสำคัญของ “‘หนึ่งประเทศสองระบบ’ และการรวมชาติกับแผ่นดินแม่”

นับตั้งแต่ขึ้นมามีอำนาจในปี 2012 นายสีได้ใช้หลายแนวทางในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตำแหน่งของตัวเองในพรรคและในสังคมจีน นำไปสู่ข้อกล่าวหาที่ว่าเขากำลังสร้างลัทธิบูชาบุคคลคล้ายกับเหมา เจ๋อตุง

วิธีการต่าง ๆ ที่เขาทำรวมถึง การปราบปรามการทุจริตอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการถูกจับกุมหรือจำคุก บางคนเชื่อว่านี่เป็นการกำจัดศัตรูทางการเมือง แต่นายสี ได้ปฏิเสธก่อนหน้านี้ว่า ไม่มี “การแก่งแย่งอำนาจ” ในพรรค

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพฤหัสบดี นายหลิว ซื่ออวี๋ เจ้าหน้าที่ทางการอาวุโส ระบุว่า มีผู้ที่ถูกจับกุมในการปราบปรามการทุจริตจำนวนหนึ่ง ถูกจับเพราะพวกเขาพยายามโค่นล้มนายสี

เขาได้ระบุชื่อนายโป๋ ซีไหล นายโจว หย่งคัง และนายซุน เจิ้งไส ว่าอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงที่ “กระทำการทุจริตร้ายแรง” ซึ่ง “วางแผนจะช่วงชิงการเป็นผู้นำพรรคและยึดอำนาจรัฐ”

การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี จะสิ้นสุดลงในวันอังคารนี้

เจ้าหน้าที่มากกว่า 2,000 คนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

ผู้นำจีนเริ่มกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม โดยระบุถึงผลงานความสำเร็จต่าง ๆ ในสมัยที่ผ่านมา และชี้ว่าสังคมนิยมแบบจีนได้เข้าสู่ “ยุคใหม่” ที่จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจชาติหนึ่งของโลกแล้ว จึงไม่ควรนำระบอบการเมืองของต่างประเทศมาเป็นแบบอย่าง อย่างไรก็ตามนายสีชี้ว่าจีนจะไม่ปิดตัวจากโลกภายนอก และยังกล่าวสั้น ๆ ถึงแผนการ “มุ่งสู่ความเป็นสมัยใหม่แบบสังคมนิยม” ซึ่งเป็นแผนการสองขั้นตอนที่ตั้งใจให้บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ในปี 2020 และ 2035

นายสียังเน้นย้ำถึงความสำเร็จเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันภายในพรรค ซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าของพรรคถูกลงโทษไปแล้วกว่า 1 ล้านคน โดยเขาให้คำมั่นว่าจะเดินหน้ากำจัด “เชื้อไวรัสภายในพรรค” ต่อไปให้ถึงที่สุด เขายังขอให้สมาชิกพรรคทุกคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน และคำนึงถึงชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนชาวจีนเอาไว้เสมอ

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีขึ้นทุก 5 ปี เพื่อกำหนดตัวผู้นำและบรรดาผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์ชุดใหม่ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งในวาระต่อไป ซึ่งคาดกันว่านายสีจะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีกสมัย และจะมีการยึดกุมอำนาจเข้ามาไว้ในมือของเขามากขึ้น ด้วยการแต่งตั้งให้คนใกล้ชิดเข้ารับตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ในพรรค

การประชุมครั้งนี้ยังกำหนดทิศทางของแนวนโยบายที่จะใช้ในการบริหารประเทศต่อไปอีก 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าเมื่อสิ้นสุดการประชุมในสัปดาห์หน้า จะมีการเผยชื่อคณะกรรมการประจำกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดเรื่องการบริหารประเทศ

สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจจะเขียนธรรมนูญของพรรคเสียใหม่ เพื่อนำเอาแนวคิดทางการเมือง และรายงานการทำงานของประธานาธิบดีสีเข้ามาบรรจุไว้ด้วย ซึ่งจะเป็นการยกระดับเขาให้เทียบชั้นกับผู้นำคนสำคัญอย่าง “ประธานเหมา” และนายเติ้ง เสี่ยวผิงเลยทีเดียว

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี นายสีได้ควบคุมพรรค รวมทั้งภาคสังคมของจีนอย่างเข้มข้น ด้วยการเพิ่มการเซ็นเซอร์ต่าง ๆ จับกุมนักกฎหมายและบรรดานักเคลื่อนไหว ภายใต้การนำของเขา จีนได้เร่งปฏิรูปและพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้ทันสมัย และก็เริ่มแผ่ขยายอิทธิพลไปในประชาคมระหว่างประเทศ

เท่าที่ผ่านมาเขาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวจีนอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

https://www.bbc.com/thai/international-41693986