Skip to content
Home » News » พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ

พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ

พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ เมื่อเวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีนายนุรักษ์ มาประณีต เป็นประธาน ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบ อนค.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบ อนค. เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

และมีมติให้สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ณ วันที่มีการทำสัญญากู้เงินคือ วันที่ 2 ม.ค. 2562 และ 11 เม.ย. 2562 เป็นเวลา 10 ปี

ผลจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ กก.บห. ทั้งหมด 16 คนถูกตัดสิทธิทางการเมือง แม้มี 2 คนลาออกไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม โดยในจำนวนนี้เป็น ส.ส. จำนวน 11 คน ทำให้ อนค. เหลือเสียงในสภา 65 คน จากเดิม 76 คน

พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/867173

พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุตอนหนึ่งว่า การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองต้องอาศัยรายได้ของพรรค ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดแหล่งที่มาไว้ในมาตรา 62 ดังนั้นเงินส่วนใดที่พรรคนำมาใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองซึ่งไม่มีแหล่งที่มาจากกฎหมายระบุไว้ ย่อมถือว่าเป็น “เงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติตามมาตรา 62” แม้ พ.ร.ป. นี้ไม่ได้บัญญัติห้ามการกู้เงินไว้โดยชัดเจน แต่ก็ไม่ได้รับรองว่าให้กระทำได้ ประกอบกับพรรคการเมืองมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน

“เงินกู้ แม้ไม่ได้เป็นรายได้ แต่ก็เป็นรายรับและเงินทางการเมือง การได้มาและใช้จ่ายเงินเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง จึงกระทำได้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้เท่านั้น” นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยตอนหนึ่ง

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังบรรยายข้อเท็จจริงต่อไปว่า ในงบการเงินของ อนค. เมื่อปี 2561 ที่แจ้งต่อ กกต. ระบุว่าพรรคมีรายได้รวม 71.1 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 72.6 ล้านบาท ถือว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 1.4 ล้านบาท แต่ผู้ถูกร้องกลับทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร 2 ฉบับ รวมวงเงิน 191.2 ล้านบาท แต่การคิดอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า ถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง

นายปัญญากล่าวว่า แม้ผู้ถูกร้องจะได้ชำระหนี้บางส่วนให้ผู้กู้หลายครั้ง แต่การชำระหนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นภายหลังทำสัญญากู้เงินฉบับแรกเพียง 2 วัน ส่วนการทำสัญญากู้เงินฉบับที่สอง โดยที่ยังมีหนี้เงินกู้ค้างชำระอยู่ ก็ไม่เป็นไปตามปกติวิสัย เมื่อรวมประโยชน์อื่นใด กับเงินที่นายธนาธรบริจาคให้พรรค 8.5 ล้านบาทแล้ว ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นกรณีการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 66 วรรคสอง

จากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และหลักฐานดังกล่าวจึงเห็นว่า “การกู้ยืมเงินของผู้ถูกร้อง จึงมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น ตามมาตรา 66 เมื่อการรับบริจาคดังกล่าวต้องห้ามตามมาตรา 66 จึงเป็นการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น อันรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 72 จึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 อันเป็นเหตุให้สั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 92 วรรคสอง” ศาลรัฐธรรมนูญระบุ

ส่วนที่ อนค. โต้แย้งว่า กกต. ไม่มีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. สั่งยุติเรื่องไปแล้วนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า “ความเห็นผู้ร้อง (กกต.) เป็นอิสระ ไม่ได้ผูกพันตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ” และ “กระบวนการดำเนินคดีอาญากับคดียุบพรรคแยกเป็นอิสระต่อกัน” การยื่นคำร้องของผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

https://www.bbc.com/thai/thailand-51582581

สำหรับเรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องจากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ให้พรรคกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

นี่ถือเป็นคดียุบพรรคคดีที่ 2 ของพรรคสีส้มที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หลัง อนค. รอดจากคดียุบพรรคหนแรกไปเมื่อ 21 ม.ค. 2563 เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็น “เอกฉันท์” ว่าไม่ได้กระทำการเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่รู้จักในนาม “คดีอิลลูมินาติ”

อย่างไรก็ตาม อนค. ต้องปิดฉากลงในวันนี้ด้วยอายุทางการเมืองเพียง 1 ปี 4 เดือน นับจาก กกต. ประกาศรับรองสถานะความพรรคการเมืองเมื่อ 3 ต.ค. 2561

กก.บห. และ ส.ส.อนค. ไม่ได้เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยที่ศาลแต่อย่างใด โดยทั้งหมดได้ปักหลักลุ้นชะตากรรมตัวเองอยู่ ณ ที่ทำการพรรค ถ.เพชรบุรี โดยมีมวลชนผู้สนับสนุนพรรคมาร่วมกิจกรรม “ไม่ถอยไม่ทน รวมคนอนาคตใหม่” ซึ่งมีทั้งการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค แล้วได้รับบัตรรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน และการให้ประชาชนร่วมเขียนข้อความโพสต์-อิทให้กำลังใจพรรค

หลังรับทราบคำวินิจฉัย ผู้สนับสนุนบางส่วนหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ

นางหนูเน็ด มงคลศรี วัย 67 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ร้องไห้เมื่อทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบ อนค. เธอบอกว่าแม้จะรู้สึกไม่พอใจ แต่เคารพคำวินิจฉัยของศาล และได้ “เตรียมใจไว้แล้ว”

“เสียใจที่สุด ถึงจะเตรียมใจแล้ว แต่ลึก ๆ ก็หวังว่าจะไม่ยุบ (พรรค) ป้ารักเขาคิดว่าเขามาถูกทางแล้ว เรามีลูกหลานก็หวังให้เขามีอนาคตที่ดีขึ้น คงทำได้อย่างเดียวแล้ว รอสมัครสมาชิกพรรคใหม่”

น.ส. เจนจิรา มัดฉาฉ่ำ ชาวสุพรรณบุรี วัย 20 ปี บอกว่า จะตามไปสนับสนุนพรรคใหม่ที่ยังสามารถรักษาแนวคิดและอุดมการณ์เดิมของ อนค. เอาไว้ได้ โดยเธอ “ตั้งใจมาสมัครสมาชิกใหม่วันนี้ถึงพรรคจะโดนยุบ เพราะอยากให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ไม่อยากให้สะดุด”

เช่นเดียวกับนายบุญเลิศ บุตรสิงห์ เจ้าของธุรกิจ วัย 57 ปี ที่ยืนยันว่าจะตามไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ส่วนคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค จะเป็นใครก็ได้ เพราะ ส.ส.อนค. มีฝีมือทุกคน

ขณะที่นายจักรพงษ์ ยุติธรรม วัย 35 ปี ลุ้นให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป เพราะมีความเป็นผู้นำ และมีความรู้หลายด้าน