Skip to content
Home » News » พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง นักหนังสือพิมพ์และนักวิจารณ์การเมืองหลายคนเชื่อว่าประยุทธ์ตั้งใจครองอำนาจต่อโดยใช้การเปลี่ยนแปลงในรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภามาจากการคัดเลือกของ คสช. และมีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี 5 ปี พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อผู้ที่มิใช่ สส. และมิใช่สมาชิกพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 มีการตั้งรัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายน พรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรคและสมาชิกวุฒิสภาทุกคนเลือกประยุทธ์เป็นานยกรัฐมนตรีต่อ

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 มีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ในการรับมือกับการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย เดือนเมษายน 2564 เขาออกกฎหมายรวบอำนาจของรัฐมนตรีมาอยู่ที่เขาคนเดียว

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/146683

เวลา 13.33 น. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนอ่านพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่ทั้งหมดมีอยู่ทั้งสองสภา จึงแต่งตั้งให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ จัดขึ้นที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นางนราพร จันทร์โอชา ภริยาของนายกรัฐมนตรี นักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ได้กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแถลงเปิดใจกับประชาชน โดยระบุตอนหนึ่งว่า จะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ จะเพียรพยายาม มุ่งมั่นทำงาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย

ทุกสาขาอาชีพทุกช่วงวัยในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศในทุกด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเงินการคลัง และเอกชนมีส่วนร่วม ตลอดจน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี

พล.อ. ประยุทธ์บอกด้วยว่า จะสร้างสรรค์สังคมให้มีความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาส เพื่อความกินดี อยู่ดี และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน พร้อมจะปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบันชาติ ศาสนา ตลอดจนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย

เขายังขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ที่ผ่านมา และขอบคุณพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่สนับสนุน และให้โอกาสได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง และกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเป็นพลังที่คอยเกื้อหนุน และร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไทยของเราให้มีความสงบร่มเย็นมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตลอดไป

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ จะคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงความเหมาะสมและหาจุดที่ลงตัวให้ได้ โดยจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมระบุว่านโยบายของทุกพรรคที่เสนอมาล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสิ้น แต่ในเมื่อเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และ ส.ส.พรรคต่าง ๆ ที่มาร่วมเป็นรัฐบาล ก็ต้องเป็น “รัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ” ที่ต้องนำนโยบายของทุกพรรคมาปรับเพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย

การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ

วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 พลเอกประยุทธ์นำคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 62 เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ แต่หลังจากนั้น ในวันที่ 25 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้หารือกับชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่าพลเอกประยุทธ์ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงเป็นประเด็นสงสัยถึงความสมบูรณ์ของความเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยภายหลังออกจากสภา ปิยบุตรก็ได้โพสต์คลิปการถวายสัตย์ปฏิญาณของพลเอกประยุทธ์จากข่าวในพระราชสำนักลงในทวิตเตอร์ไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย ทำให้มีผู้ยื่นคำร้องในเรื่องนี้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินถึง 2 ราย โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ 1 กรณีแต่ศาลมีมติไม่รับคำร้องดังกล่าวนอกจากนี้ประเด็นนี้ยังนำไปสู่การเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณของพลเอกประยุทธ์เมื่อวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาอีกด้วย

https://www.bbc.com/thai/thailand-48592231