Skip to content
Home » News » พัฒนาคลองปานามา

พัฒนาคลองปานามา

พัฒนาคลองปานามา ในภายหลัง ในปีค.ศ.1901 (พ.ศ.2444) “ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (Theodore Roosevelt)” ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเขามีส่วนคล้ายเดอ แลแซ็ปส์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจและเปี่ยมด้วยพลัง อีกทั้งเขายังโน้มน้าวผู้อื่นได้เก่งเช่นเดียวกับเดอ แลแซ็ปส์

พัฒนาคลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

รูสเวลต์เชื่อว่าคลองนั้นมีความสำคัญ และจะสร้างผลประโยชน์ให้สหรัฐอเมริกา หากแต่ควรต้องสร้างในนิการากัว ความล้มเหลวของฝรั่งเศสเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าการสร้างคลองในปานามา มันไม่เวิร์ค
ทางฝ่ายฝรั่งเศส ก็ดิ้นรนที่จะให้สหรัฐอเมริกามาซื้อบริษัทของตน จึงจำเป็นต้องหาทางโน้มน้าวให้สหรัฐอเมริกาสร้างคลองในปานามา
ฝรั่งเศสเสนอขายบริษัทในราคาไม่ถึงครึ่ง และในตอนนั้น การก่อสร้างก็ได้ดำเนินไปกว่า 17 กิโลเมตรแล้ว และได้มีการระเบิดภูเขาที่ตัดสู่คอคอดแล้วด้วย อีกทั้งตึกที่ทำการ อุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งเสบียงอาหารก็พร้อมอยู่ในที่ก่อสร้าง

นอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังใช้เล่ห์ กล่าวแก่สหรัฐอเมริกาว่าหากสหรัฐอเมริกาไม่สนใจก็ไม่เป็นไร บางทีประเทศอื่นอาจจะสนใจก็ได้ บางที เยอรมนีซึ่งกองทัพกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อาจจะสนใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สหรัฐอเมริกาก็ทนไม่ได้ ประธานาธิบดีรูสเวลต์จึงเปลี่ยนใจ และในปีค.ศ.1902 (พ.ศ.2445) สภาก็ได้อนุมัติให้สร้างคลองในปานามา

ปกติแล้ว มีแต่บริษัทเอกชนเท่านั้นที่สนใจจะสร้างคลองเป้าหมายหลักคือการให้เรือเข้ามาใช้เส้นทางในคลอง และเก็บเงิน หากแต่รูสเวลต์นั้นคิดต่างรูสเวลต์คิดจะใช้คลองปานามาในการทหาร และคลองนี้ต้องถูกควบคุมโดยรัฐบาลอเมริกันในเวลาปกติ ทุกคนสามารถใช้คลองนี้ แต่ในเวลาสงคราม ศัตรูจะเข้ามาใช้คลองนี้ไม่ได้แต่ก่อนจะสร้างคลอง รูสเวลต์ต้องทำสนธิสัญญากับโคลอมเบียซะก่อน และคงไม่ง่ายแน่รูสเวลต์เจรจากับโคลอมเบีย โดยกล่าวว่าโคลอมเบียต้องให้สิทธิสหรัฐอเมริกาในการควบคุมพื้นที่รอบๆ คลอง และสหรัฐอเมริกามีสิทธิสร้างฐานทัพทหารและควบคุมได้อย่างเสรีโคลอมเบียนั้นไม่ยอม และดูเหมือนทั้งสองประเทศจะไม่สามารถตกลงกันได้

ตามกฎหมายสากล ประเทศใดจะก่อการปฏิวัติในอีกประเทศไม่ได้ สหรัฐอเมริกาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ถึงแม้ว่ารัฐบาลอเมริกันจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง หากแต่ผู้สนับสนุนการก่อสร้างคลองปานามาก็ได้วางแผนการปฏิวัติ นำโดยชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ “ฟิลิปป์ บูโน วาริลยา (Philippe Bunau-Varilla)”

กลุ่มผู้สนับสนุนได้แอบตกลงกับนักการเมืองอเมริกันอย่างลับๆ และหลายคนก็เชื่อว่ารัฐบาลอเมริกันทราบเรื่องและให้การสนับสนุนการปฏิวัตินี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร ชาวปานามาได้ต่อสู้เพื่อที่จะปลดปล่อยปานามาจากโคลอมเบียมาเป็นเวลานานแล้ว บูโน วาริลยาจึงได้โน้มน้าวให้ชาวปานามาชาตินิยมที่ชื่อ “มานูเอล อมาดอร์ (Manuel Amador)” ให้ร่วมมือด้วย

พัฒนาคลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

บูโน วาริลยาได้กล่าวแก่อมาดอร์ ว่าถ้าหากเขายอมทำการปฏิวัติ สหรัฐอเมริกาจะให้การสนับสนุน ซึ่งอมาดอร์ก็ยอมตกลงวันที่กำหนดให้เป็นวันที่ทำการปฏิวัติ คือวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ.1903 (พ.ศ.2446) และเป็นไปอย่างง่ายดายผู้คนต่างเข้าร่วมกับอมาดอร์ ทหารโคลอมเบียที่ประจำอยู่ในปานามาก็มีเพียงน้อยนิด และต่างก็ยอมแปรพักตร์ มาเข้ากับอมาดอร์นอกจากนั้น สหรัฐอเมริกายังได้ส่งเรือ “USS Nashville” เข้ามาดูสถานการณ์ในปานามา ซึ่งก็ทำให้โคลอมเบียยอมแพ้ โดยการปฏิวัติครั้งนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และแทบไม่เสียเลือดเสียเนื้อเลย

วันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ.1903 (พ.ศ.2446) สหรัฐอเมริกาก็ได้ให้การรับรอง “สาธารณรัฐปานามา” และได้ส่งเรือรบเข้าไปช่วยเหลือปานามาสนธิสัญญาระหว่างสหรัฐอเมริกาและปานามา ได้ให้ทุกอย่างที่สหรัฐอเมริกาต้องการมีการแบ่งขอบเขตในการสร้างเขื่อนกว้างกว่า 16 กิโลเมตร โดยสหรัฐอเมริกาจะไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนนี้ แต่มีสิทธิกระทำการใดๆ ได้ทุกอย่าง และรัฐบาลปานามาจะไม่มีอำนาจในพื้นที่เขตนั้นที่สำคัญที่สุด สนธิสัญญาระบุว่าอำนาจของสหรัฐอเมริกาในพื้นที่นั้นจะไม่มีวันหมดอายุ จะมีอยู่ “ตลอดกาล”

ทั่วโลกต่างประนามการกระทำของรูสเวลต์ หากแต่รูสเวลต์ก็ไม่สนใจทุกอย่างต้องดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ไม่กี่เดือนต่อมา คนงานนับพันได้เดินทางมาถึงปานามา และเข้าไปยังจุดก่อสร้างที่พวกฝรั่งเศสได้ทำค้างไว้หากแต่แผนการต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจน อุปสรรคก็มีมากมาย และดูเหมือนสหรัฐอเมริกากำลังจะเดินตามฝรั่งเศสที่ได้ทำพลาดปัญหาแรกที่สหรัฐอเมริกาต้องรีบจัดการ นั่นคือเรื่องของ “โรคระบาด”ในเวลานี้ นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบว่าตัวปัญหา อาจจะเป็น “ยุง”

ในปีค.ศ.1897 (พ.ศ.2440) “โรนัลด์ รอสส์ (Ronald Ross)” แพทย์ชาวอังกฤษ ได้พิสูจน์ว่ามาลาเรียระบาดจากยุง และในปีค.ศ.1900 (พ.ศ.2443) ก็ได้มีงานวิจัยว่าไข้เหลืองก็เกิดจากยุงเช่นเดียวกันพวกฝรั่งเศสไม่รู้ว่ายุงเป็นพาหะของโรค จึงไม่ได้ป้องกันและทำให้โรคระบาดโดยที่ไม่รู้ตัวการก่อสร้างทำให้เกิดแอ่งน้ำขังจำนวนมหาศาล เหมาะแก่การเพาะพันธุ์ยุงนอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่สำหรับคนป่วย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แมลงขึ้นมาไต่ รบกวนคนไข้ จึงมีการนำขาเตียงไปจุ่มไว้ในถ้วยที่ใส่น้ำ โดยไม่รู้เลยว่านั่นยิ่งทำให้ยุงเพาะพันธุ์ได้ดีขึ้น

น่าเศร้าที่ในเวลานั้น คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าโรคร้ายเกิดจากยุง และเมื่อ “วิลเลียม ซี กอร์กัส (William C. Gorgas)” นายแพทย์ทหารประจำกองทัพอเมริกัน ได้รับตำแหน่งหัวหน้าแพทย์ประจำปานามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปที่ผ่านมา กอร์กัสได้ช่วยให้ไข้เหลืองในฮาวานาและคิวบาหมดไป ซึ่งที่ทำได้ ก็เนื่องจากเขาสั่งให้กำจัดยุงให้หมด และกอร์กัสก็คิดจะทำอย่างเดียวกันที่ปานามาแต่การจะทำได้จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก และอาจจะมากกว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ (ประมาณ 30 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แต่กอร์กัสก็วิตกกังวลถ้าหากไม่มีใครยอมฟังเขาล่ะ? ถ้าหากทุกคนคิดว่าเป็นการสิ้นเปลืองกับแค่การกำจัดยุงล่ะ?รูสเวลต์นั้นก็เป็นคนที่ทำงานไว รวดเร็ว และไม่ต้องการเสียเงินและเวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นรูสเวลต์ได้ลองขอคำปรึกษาจากเพื่อนที่เป็นแพทย์ ซึ่งเพื่อนของรูสเวลต์ก็เห็นด้วยกับกอร์กัส ทำให้รูสเวลต์สนับสนุนกอร์กัสเต็มที่เมื่อรูสเวลต์สนับสนุน จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย มีการบังคับให้ประชาชนปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะ มีการกำจัดแหล่งน้ำขังจำนวนมาก มีการติดตั้งระบบประปาและกำจัดน้ำเสียถึงแม้ว่าจะเป็นงานหนัก แต่ก็ได้ผล มาลาเรียกลายเป็นโรคหายาก ทั้งปีมีคนตายแค่คนเดียว เทียบกับปีก่อนที่มีคนตายหลักพัน

แต่ถึงอย่างนั้น การก่อสร้างคลองปานามาของสหรัฐอเมริกาในปีแรก ก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปอย่างที่หวังหากแต่ในปีค.ศ.1905 (พ.ศ.2448) หัวหน้าวิศวกรคนเก่า ก็ได้ถูกแทนที่ด้วยชายที่ชื่อ “จอห์น สตีเวนส์ (John Stevens)”สตีเวนส์เข้าใจดีว่าการก่อสร้างใหญ่ๆ ต้องทำอย่างไร เขาเคยช่วยในการก่อสร้างทางรถไฟมาแล้ว และเมื่อเขาเข้ามารับหน้าที่ คำสั่งแรกของเขาคือ “หยุดขุด”ที่เป็นอย่างนี้ เพราะสตีเวนส์คิดว่าขุดไปก็เท่านั้น หากยังไม่มีแผนที่ชัดเจนและแก้ปัญหาทุกอย่างจนเสร็จสมบูรณ์

พัฒนาคลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

สตีเวนส์จัดการปรับปรุงที่พักและสร้างร้านค้าให้กับคนงาน ดึงดูดให้คนงานอยากทำงานด้วย สร้างเมืองย่อมๆ ให้เหล่าคนงานเลยทีเดียวเมื่อปรับปรุงเรื่องคุณภาพชีวิตของคนงานแล้ว การก่อสร้างก็ดำเนินต่อ และเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วแต่แล้วสตีเวนส์ก็ลาออกในปีค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงได้มีการแต่งตั้งนายทหารที่ชื่อ “จอร์จ วอชิงตัน โกธัลส์ (George Washington Goethals)” เป็นหัวหน้าวิศวกรแทนสตีเวนส์

โกธัลส์พยายามที่จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก หากแต่ก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นพื้นดินที่ไม่คงที่ ปัญหาจากระเบิดไดนาไมต์ที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง ทำให้คนงานบาดเจ็บล้มตายในที่สุด 10 ตุลาคม ค.ศ.1913 (พ.ศ.2456) ทางน้ำที่เชื่อมจากมหาสมุทรแห่งหนึ่งสู่อีกแห่งก็เสร็จสมบูรณ์7 มกราคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) เรือ “Alexandre La Valley” ก็กลายเป็นเรือลำแรกที่ได้เข้ามาใช้ทางผ่านในคลองนี้ในที่สุด ภายหลังจากใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 10 ปี และงบประมาณถึง 400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) คลองปานามาก็เสร็จสมบูรณ์

ได้มีการวางแผนสำหรับงานฉลอง หากแต่สงครามก็เข้ามาสร้างปัญหาต้นเดือนสิงหาคม ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) เยอรมนีประกาศสงครามต่อรัสเซีย ฝรั่งเศส และเบลเยี่ยมสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้นแล้ว และทำให้งานฉลองต้องยกเลิก

พัฒนาคลองปานามา
https://www.blockdit.com/posts/6067562027c00d3a767d37f0?id=6067562027c00d3a767d37f0&series=5fecc1fb186a470b2629256c

พัฒนาคลองปานามา ในภายหลัง

พัฒนาคลองปานามา ในภายหลัง ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เกิดขึ้น กระตุ้นให้เกิดการสร้างเขื่อนแมดเดนกั้นแม่น้ำชาเกรส เหนือทะเลสาบกาตูน ซึ่งเขื่อนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1935 และได้สร้างทะเลสาบอาลาฮูเอลาที่เป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำให้กับตัวคลอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 การก่อสร้างได้เริ่มขึ้น และมีการปรับปรุง การขยายประตูน้ำเซตใหม่ของคลองซึ่งกว้างพอที่จะรับน้ำหนักเรือรบอเมริกัน การทำงานส่วนนี้ใช้เวลาหลายปี และการขุดเจาะช่องทางใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ แต่โครงการนี้ก็ถูกยกเลิกไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากสงครามยุติ สหรัฐอเมริกาเข้ามาควบคุมคลองและพื้นที่บริเวณรอบคลอง รัฐบาลปานามาก็เริ่มแสดงความไม่พอใจว่า สนธิสัญญาที่ทำกับสหรัฐอเมริกาโดยมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและการบริหารงานบริเวณคลองให้สหรัฐอเมริกาเป็นสัญญาที่อยุติธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและปานามาได้เพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น ชาวปานามาหลายคนเห็นว่าเขตบริเวณคลองปานามาเป็นของประเทศปานามา

กลุ่มนักศึกษาได้เข้ามาประท้วงบริเวณรั้วของเขตบริเวณคลอง และทางสหรัฐอเมริกาก็เสริมกำลังทหารในบริเวณนั้น ชาวปานามาได้ก่อการจลาจลขึ้นในปี ค.ศ. 1964 มีชาวปานามาเสียชีวิต 20 คน และชาวอเมริกัน 4 คน จนกระทั่งการเจรจาได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1974 และได้ลงนามในสนธิสัญญาตอร์รีโฮส-คาร์เตอร์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1977 ลงนามโดยประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี โอมาร์ ตอร์รีโฮส แห่งปานามา เป็นสัญญาที่ว่าด้วยขั้นตอนการครอบครองคลองให้ชาวปานามาได้เข้ามาควบคุมโดยอิสระยาวนานตราบเท่าที่ปานามารับประกันว่าจะรักษาความเป็นกลาง และยอมให้สหรัฐอเมริกากลับเข้ามาได้ทุกเมื่อ

สหรัฐอเมริกาได้ยอมคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณคลอง ในปี ค.ศ. 1979 ถึงแม้ว่าจะเกิดการโต้แย้งภายในสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด สนธิสัญญานี้ก็ได้มีผลให้ปานามาเข้ามาครอบครอง สหรัฐอเมริกาก็ยอมมอบสิทธิในการบริหารคลองปานามาให้กับรัฐบาลปานามาเมื่อเที่ยงวันของวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ภายใต้การควบคุมขององค์การบริหารคลองปานามา (Panama Canal Authority หรือ ACP)

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1930 วันที่ประมาณการ