Skip to content
Home » News » พิพากษาหมออธิป

พิพากษาหมออธิป

พิพากษาหมออธิป วันที่ 12 ธันวาคม 2503 ณ ศาลอาญา บังลังก์ที่สอง คือวันพิพากษาหมออธิปและพรรคพวก.

 ผู้พิพากษาทั้งสี่ประกอบด้วย นายเฉลิม กรพุกกะณะ นายพินิจ เพชรชาติ  นายสว่าง เวทย์ และนายวุฒิกรรม วงษ์ศิริ ออกมานั่งบัลลังก์ตัดสินคดีประวัติศาสตร์อาชญากรรมท่ามกลางประชาชนนับหมื่นที่แห่มาฟังคำพิพากษาอย่างมืดฟ้ามัวดิน จนถึงขนาดต่อลำโพงโดยรอบสนามหญ้าบริเวณศาลทหารอาญา เก้าอี้หลายตัวในศาลหักเพราะทานแรงคลื่นมนุษย์ไม่ไหว

โดยนางนวลฉวีได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน จากการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่พบพิรุธบางอย่างในคำให้การของนาบแพทย์อธิป สามีของนวลฉวี นอกจากนั้นยังตรวจพบบาดแผลเป็นรอยข่วนหลายแห่งบนร่างกายของนายแพทย์อธิป ซึ่งให้การอ้างว่าเป็นบาดแผลที่เกิดจากการทำคลอดคนไข้ จากรอยบาดแผลที่เป็นพิรุธและพฤติกรรมที่น่าสงสัย ทำให้นายแพทย์อธิปตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนวลฉวี ภรรยาของตนเอง

พิพากษาหมออธิป
https://www.google.com/

ลำดับเหตุการณ์ที่นำมาสู่คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ จุดเริ่มต้นมาจากในช่วงปี 2501 นายแพทย์อธิปได้พบรักกับนวลฉวีที่จังหวัดลำปาง จนกระทั่งตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502 แต่หลังจากนั้นเพียง 6 วัน นายแพทย์อธิปได้จดทะเบียนสมรสซ้อนกับนางสาวสมบูรณ์ สืบสมานอีกคน ปมปัญหาจึงเริ่มก่อตัวขึ้น 13 กรกฏาคม 2502 นวลฉวีได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้ดำเนินคดีกับหมออธิปในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยขณะเข้าแจ้งความนวลฉวีมีบาดแผลที่ตาซ้ายและจมูกมีรอยช้ำบวม จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 10 กันยายน มีพยานพบเห็นนายแพทย์อธิป ขับรถพานวลฉวีเดินทางออกไปจากโรงพยาบาลยาสูบ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นนวลฉวีในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่เธอจะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม

จนมุมด้วย ‘ไดอารี่’ หลักฐานสำคัญ

ตำรวจสอบปากคำพยานแวดล้อมต่าง ๆ รวมทั้งพบไดอารี่ของนวลฉวี ที่บันทึกเรื่องราวระหว่างเธอกับหมออธิป และหญิงสาวอีกคนไว้อย่างละเอียด โดยมีพยานและหลักฐานต่าง ๆ เชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่การเขียนขึ้นลอย ๆ หรือต้องการใส่ร้ายแต่อย่างใด (ปัจจุบันไดอารี่และเสื้อผ้าชุดสุดท้ายของนวลฉวี เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลศิริราช)

จากคำให้การของเพื่อน ๆ และคนใกล้ชิด รวมทั้งข้อความในไดอารี่พบว่า ช่วงปีพ.ศ.2500 นวลฉวีพบรักกับหมออธิป ระหว่างเดินทางไปเที่ยวจ.ลำปาง ช่วงนั้นนวลฉวีเป็นพยาบาลประจำโรงพยาบาลยาสูบ ส่วนหมออธิป เป็นหมอโรงพยาบาลรถไฟ ประจำ จ.ลำปาง จากนั้นทั้งคู่ติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งหมออธิปย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน โดยนวลฉวีเริ่มเรียกร้องความรักจากหมออธิปมากขึ้น และตามติดแทบไม่ให้คลาดสายตา ยิ่งเมื่อมีหญิงสาวอีกคนเข้ามาในชีวิต โดยเป็นนักศึกษาสาว ที่รู้จักกับหมออธิปมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะตกลงคบหากัน ทั้ง ๆ ที่หมออธิปมีนวลฉวีอยู่แล้ว

พิพากษาหมออธิป จนกระทั้ง นาทีระทึกขวัญมาถึง ทุกคนพากันสงบนิ่ง รอฟังผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินช่วงสุดท้าย

 “นายอธิปจำเลยที่ 1 มีความผิดตามที่กล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 อนุมาตรา 4) 83 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และฐานก่อให้คนอื่นกระทำความผิดให้ต้องโทษประหารชีวิตนายอธิปจำเลยที่ 1  ส่วนนายมงคล จำเลยที่ 5 มีความผิดฆ่าคนโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และ 83 ให้ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และริบมีดสั้นปลายแหลมที่ใช้กระทำผิดเสีย(ใครจะไปเอา) ส่วนนายชูยศ และนางสุขสม จำเลยที่ 2 และ 3 และนายชุเกียรติ จำเลยที่ 4 ศาลไม่มีหลักฐานเอาผิดเลยให้ปล่อยตัวพ้นผิดไป”

http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=929788

แต่กระนั้น ภายหลังต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสร็จกลับจากประเทศนิวัตพระนคร ถือว่าเป็นวันมงคล หมออธิปได้รับอนิสงค์ได้รับการอภัยโทษ ประกอบกับพ่อแม่วิ่งเต้นทำให้หมออธิปถูกจำคุกเพียง 1 ปีเศษเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม หลังหมออธิปพ้นโทษ ชีวิตที่เหลือก็เข้าๆ ออกโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะโรคติดตัวตอนอยู่ในคุก และจนถึงวาระสุดท้าย….หมออธิปนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ท่ามกลางญาติสนิท หมออธิปเอยปากก่อนตายเรื่องนวลฉวี “นวลฉวี พี่ขอโทษ พี่เป็นคนฆ่าเธอเองแหละ…” พูดจบหมออธิปก็สิ้นลมตายคาเตียงไปเลย

ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนที่เกิดเหตุฆาตกรรมโดยฝีมือของหมอ หนึ่งในคดีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเทียบเคียง หรือเอ่ยอ้างถึงบ่อยครั้งที่สุดคือคดี ‘นวลฉวี’ ซึ่งถือเป็นคดีแห่งตำนาน ‘หมอฆ่าเมีย’ ที่โด่งดังที่สุด แม้คดีนี้จะเกิดขึ้นมากว่า 50 ปีแล้วก็ตาม ความโด่งดังของคดีนี้เห็นได้จาก จุดที่พบศพคือ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานนนทบุรี รอยต่อระหว่างอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กับ อ.เมือง จ.ปทุมธานี หกระทั่งมีชื่อเรียกติดปากมาจนทุกวันนี้ว่า ‘สะพานนวลฉวี’

https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/5568.html

และหลังจากนั้น(อีก) บ้านที่นวลฉวีถูกฆ่าในสวนบางบำหรุ ก็ถูกเล่าลือว่าเห็นผีผู้หญิงอยู่บ้านหลังนั้น ทุกคนต่างเรียกหลังนั้นว่า บ้านผีสิง

รื่องราวความรักและความทุกข์ของข่าวในตำนานนี้ ทั้งหมดถูกบันทึกเอาไว้โดยนวลฉวีเองในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และเรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือพร้อมกับนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ผู้คนในยุคนั้นต่างรู้จักและเคยได้ยินข่าวดังในอดีตนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงมีตำนานเกี่ยวกับบ้านผีสิงคือหลังที่นวลฉวีถูกฆ่าว่ามีความเหี้ยนและความแค้นของเธอยังคงอยู่ตราบจนปัจจุบัน