Skip to content
Home » News » มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก
https://campus.campus-star.com/variety/31625.html

มาร์ก เอลเลียต ซักเคอร์เบิร์ก (อังกฤษ: Mark Elliot Zuckerberg) เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกันเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก เขาร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กร่วมกับเพื่อนอีก 4 คน ขณะกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ต่อมา นิตยสารไทม์ ได้ให้เขาเป็นบุคคลแห่งปี ค.ศ. 2010

ที่โรงเรียนอาร์ดสลีย์ไฮสคูล เขาได้มีความสามารถด้านการศึกษาคลาสสิก ก่อนที่เขาจะย้ายไปเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนฟิลิปส์เอกเซกเตอร์อคาเดมี ที่นี่ซักเคอร์เบิร์กได้รับรางวัลทางวิทยาศาสตร์ (คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และฟิสิกส์) และศึกษาด้านศิลปะคลาสสิก เขายังเรียนภาษาต่างประเทศ โดยเขาสามารถอ่าน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาฮิบรู ภาษาละติน และภาษากรีกโบราณ เขายังเป็นกัปตันทีมฟันดาบ

ในงานสังสรรค์ในช่วงชั้นปีที่ 2 ซักเคอร์เบิร์กพบกับพริสซิลลา ชาน ที่ต่อมาเป็นเพื่อนหญิงของเขา ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2010 ชานซึ่งศึกษาแพทย์ ได้ย้ายมาอยู่บ้านเช่าของซักเคอร์เบิร์กในแพโลอัลโต

ซักเคอร์เบิร์กสามารถมองเห็นสีฟ้าได้ดีที่สุด เพราะเขาเป็นโรคตาบอดสีซึ่งมองสีแดงและสีเขียวได้ไม่ชัดเจน นอกจากนี้สีฟ้ายังเป็นสีหลักในเว็บไซต์เฟซบุ๊กอีกด้วย

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก
https://workpointtoday.com/mark-zuckerberg-the-fourth-richest-persom/

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและ CEO ของเฟซบุ๊ก แซงหน้าวอร์เรน บัฟเฟตต์ ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลกแล้ว ตามการจัดอันดับของ Forbes โดยสาเหตุหลักๆ มาจาการที่ปีนี้หุ้นของเฟซบุ๊กราคาเพิ่มขึ้นกว่า 14% ในขณะที่หุ้นเบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ของบัฟเฟตต์ มูลค่าลดลง 23% จากวิกฤติโควิด-19  นอกจากนี้ บัฟเฟต์ยังบริจาคเงินให้การกุศลมากกว่าผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กด้วย

การจัดอันดับมหาเศรษฐีทั่วโลกล่าสุดโดย Forbes ปรากฏว่า เจฟ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon ยังคงเป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ด้วยทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 146,000 ล้านดอลลาร์  อันดับ 2 ยังคงเป็น บิล เกตส์ (Bill Gates) ที่มีความมั่งคั่งรวม 107,200 ล้านดอลลาร์  และอันดับ 3 คือ นายเบอร์นาด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) และครอบครัว ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ หลุย วิตตอง มีทรัพย์สินรวม 96,700 ล้านดอลลาร์

ในขณะที่อันดับ 4 และ 5 ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลง โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและ CEO ของเฟซบุ๊ก ได้แซง เวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลกแทนแล้ว ด้วยความมั่งคั่งรวมกว่า 85,500 ล้านดอลลาร์  ในขณะที่บัฟเฟตต์มีความมั่งคั่งลดลงเหลือ 71,100 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กสามารถแซงเจ้าพ่อนักลงทุนขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 4 ได้ในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจากหุ้นของเฟซบุ๊กที่ในปีนี้พุ่งขึ้นจากเดิมกว่า 14% ส่งผลให้ซักเคอร์เบิร์กที่ถือหุ้นของเฟซบุ๊กอยู่กว่า 13% รวยขึ้นตามไปด้วย  ในขณะที่บริษัท เบิร์กเชียร์แฮทาเวย์ (Berkshire Hathaway) ของบัฟเฟตต์ ได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19  ส่งผลให้เฉพาะปีนี้ หุ้นของเบิร์กเชียร์แฮทาเวย์มูลค่าลดลงไปแล้วกว่า 23% และทำให้ความมั่งคั่งโดยรวมของบัฟเฟตต์ที่ถือหุ้นของเบิร์กเชียร์ฯ อยู่กว่า 16% ลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลหนุนเสริมอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ความมั่งคั่งของบัฟเฟตต์ลดลง นั่นก็คือในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา บัฟเฟตต์บริจาคเงินให้การกุศลมากกว่า CEO ของเฟซบุ๊กมาก โดยในช่วงระหว่างปี 2014-2018 บัฟเฟตต์บริจาคเงินเพื่อการกุศลไปแล้วกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนายซักเคอร์เบิร์กบริจาคไปเพียงประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ได้กลับไปที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อแสดงปาฐกถาให้กับบัณฑิตจบใหม่ พร้อมกับรับปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แล้วท่ามกลางบรรยากาศฝนพรำ

นายซัคเคอร์เบิร์ก ซึ่งปัจจุบันขึ้นแท่นมหาเศรษฐีที่รวยเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 62.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ได้หยุดเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังจากที่เขาเปิดตัวเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันในขณะนี้ 

นายซัคเคอร์เบิร์กได้เรียกร้องให้นักศึกษา “ไม่เพียงแต่สร้างงานใหม่ๆ แต่ต้องสร้างความหมายใหม่ในชีวิตด้วย”

ในระหว่างการกล่าวปาฐกถา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายซัคเคอร์เบิร์กกล่าวกับบัณฑิตจบใหม่ว่า “เราอยู่ในช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยแรงกดดันต่างๆ จนทำให้บางคนถูกทอดทิ้งจากภาวะโลกาภิวัฒน์

เมื่อพูดถึงหนุ่มมัธยมปลายรายหนึ่งที่ไม่สามารถสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เนื่องจากเป็นคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย นายซัคเคอร์เบิร์กดูเหมือนว่าจะมีท่าที่จะร้องไห้ด้วย

ปัจจุบัน มีคนจำนวนกว่า 1.9 พันล้านคนที่เข้าใช้เฟซบุ๊กทุกวัน

หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2547 เฟซบุ๊กได้สร้างแรงบันดาลใจให้คู่แข่งรายอื่น ไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ สแน็ปแช็ท และอินสตาแกรม

ในปี 2550 มีผู้ที่เรียนไม่จบฮาร์วาร์ดอีกรายหนึ่งที่กลับมารับปริญญากิตติมศักดิ์ คนนั้นคือ นายบิล เกตส์ ซึ่งเขาได้กล่าวปาฐกถาต่อนักศึกษาไม่นานหลังจากที่ได้ออกจากตำแหน่งในไมโครซอฟท์ บริษัทซอฟท์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อที่จะหันมาให้ความสำคัญกับองค์กรการกุศลของเขา