Skip to content
Home » News » ม็อบฮ่องกง

ม็อบฮ่องกง

ม็อบฮ่องกง การประท้วงต่อต้านร่างรัฐบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนฮ่องกง พ.ศ. 2562–2563 เป็นการเดินขบวนในฮ่องกงและนครอื่น ๆ ทั่วโลกเพื่อเรียกร้องให้ถอน “ร่างรัฐบัญญัติกฎหมายผู้หนีคดีและความช่วยเหลือร่วมกันทางกฎหมายในคดีอาญา (แก้ไขเพิ่มเติม) ค.ศ. 2019” (Fugitive Offenders and Mutual Legal Assistance in Criminal Matters Legislation (Amendment) Bill 2019) ที่รัฐบาลฮ่องกงเสนอ เพราะเกรงว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ฮ่องกงเปิดรับความครอบงำจากกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งจะทำให้ชาวฮ่องกงตกอยู่ใต้ระบบกฎหมายอื่นที่นอกเหนือไปจากของตน

ประชาคมทางกฎหมายและประชาชนทั่วไปเริ่มประท้วงหลายรูปแบบในฮ่องกง ซึ่งรวมถึงการประท้วงครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ของแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง (Civil Human Rights Front) ที่มีผู้มาสมทบถึง 1.03 ล้านคนตามการประเมินของแนวร่วมเอง และได้รับการนำเสนออย่างมากในสื่อมวลชน ต่อมา ชาวฮ่องกงโพ้นทะเลและผู้คนในท้องถิ่นอื่นก็พากันประท้วงในพื้นที่ของตน

แม้มีการเดินขบวนอย่างกว้างขวาง รัฐบาลฮ่องกงยืนยันจะผ่านร่างกฎหมายนี้ให้ได้ โดยกล่าวว่า จำเป็นต้องมีกฎหมายนี้อย่างเร่งด่วน จะได้อุด “ช่องว่าง” ในกฎหมายเดิมกำหนดจะพิจารณาวาระที่สองในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562 แต่เลื่อนออกไปก่อนเพราะการประท้วง การประชุมที่กำหนดจะจัดในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ก็เลื่อนเช่นกัน

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562 แคร์รี หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกงแถลงว่า ได้ให้เลื่อนพิจารณาร่างกฎหมายนี้อย่างไม่มีกำหนด แต่เน้นย้ำว่า เป็นเพียงเลื่อน ไม่ใช่ถอน ทำให้มีผู้ฆ่าตัวตายประท้วงที่ลานไท่กู่ (Pacific Place) ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ครั้นวันรุ่งขึ้น มีการเดินขบวนใหญ่อีกครั้งเพื่อกดดันให้ถอนร่างกฎหมายและให้ผู้บริหารฮ่องกงลาออกจากตำแหน่ง

ม็อบฮ่องกง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/853794

ม็อบฮ่องกง นับเป็นเวลา 233 วันแล้ว (31 มีนาคม – 18 พฤศจิกายน) ที่ในประเทศฮ่องกงมีการชุมนุมประท้วงร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน อันทำให้เกิดความเสียหายขึ้นนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่มีการปะทะกัน โดยในขณะนี้ก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าความเสียหายทั้งหมดจากเหตุการประท้วงอันยาวนานนี้จะเป็นตัวเลขเท่าใด เนื่องจากยังไม่มีทีท่าว่าการประท้วงจะยุติลง

การที่ชาวฮ่องกงออกมาประท้วง เริ่มตั้งแต่เดินขบวนประท้วงอย่างสันติและพัฒนาไปจนถึงการใช้ความรุนแรง ได้รับความสนใจและถูกนำไปเป็นประเด็นให้วิเคราะห์หรือวิพากษ์ไปทั่วโลก

สถานกงสุลใหญ่ เตือนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังฮ่องกงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมประท้วงคัดค้าน ร่าง กม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. และวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.

แถลงการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊กของสถานกงสุลใหญ่ ฯ ณ ฮ่องกง โดยระบุว่า กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงออกมาประกาศให้มีการเดินประท้วงจากสวน Victoria Park ในย่าน Causeway Bay ไปยังที่ทำการรัฐบาลและสภานิติบัญญัติฮ่องกง ย่าน Admiralty ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 14:30 น.

นอกจากนี้ ได้ประกาศให้มีการชุมนุมบริเวณสภานิติบัญญัติในย่าน Admiralty ซึ่งรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น Central และ Wan Chai ในวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย. อีกด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงได้ยื่นเรื่องเพื่อขอทำการประท้วงใน 2 วันข้างต้น กับตำรวจฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับจากตำรวจฮ่องกง

การประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 22 ปี ซึ่งผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

https://www.bbc.com/thai/international-48610763

การประท้วงดังกล่าวได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันพุธที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) ซึ่งได้ เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนและตำรวจที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ผู้ประท้วง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน

จนถึงขณะนี้ การเดินหน้าผลักดันให้สภานิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ยังไม่มีท่าทียุติ หลังจากที่ทางการได้ชะลอการอภิปรายร่างกฎหมายนี้ โดยยังไม่ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด แต่การลงมติคาดว่าจะมีในวันที่ 20 มิ.ย.นี้

ชาวฮ่องกงจากหลากหลายวงการ รวมถึงโรงเรียน ห้างร้าน และคนในแวดวงกฎหมาย ต่างออกมาต่อต้านร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาอย่างไร

การแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะเปิดโอกาสให้ทางการจีน ไต้หวัน และมาเก๊า ร้องขอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณีมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่าง ๆ เช่น ฆาตกรรมและข่มขืน จากนั้นมีการพิจารณาการร้องขอเป็นรายกรณี

ข้อเสนอล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่ ชายฮ่องกงวัย 19 ปี ถูกกล่าวหาว่าสังหารแฟนสาววัย 20 ปีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ขณะที่พวกเขาเดินทางไปเที่ยวไต้หวันด้วยกันในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากไต้หวัน กลับไปยังฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน ได้ขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวชายคนดังกล่าวมาให้ แต่เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกงระบุว่า พวกเขาไม่สามารถทำตามได้ เพราะไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน

ตามร่างกม. เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกง ระบุว่า ศาลฮ่องกง จะเป็นผู้ตัดสินว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ตามคำร้องขอหรือไม่ และผู้ต้องสงสัยในคดีการเมืองและศาสนาจะไม่ถูกส่งตัว

รัฐบาลได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วยการยอมอ่อนข้อให้หลายเรื่อง รวมถึง การรับปากว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยเฉพาะคดีที่มีโทษจำคุกสูงสุดอย่างน้อย 7 ปี เท่านั้น

ฮ่องกงมีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้วกับ 20 ประเทศ รวมถึง สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ