Skip to content
Home » News » ยึดอำนาจจากรัฐบาล

ยึดอำนาจจากรัฐบาล

ยึดอำนาจจากรัฐบาล เมื่อวันที่19 กันยายน พ.ศ.2549 เวลา 22.15 น. นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นอยู่ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ได้รับข่าวยืนยันว่ามีการปฏิวัติแน่) จึงแถลงข่าวทางไกลผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท อ่านประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งย้าย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นหัวหน้าผู้ปฏิบัติตามประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทันจะอ่านแถลงการณ์จบก็ถูกตัดสัญญาณ

เร่ิมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ทำการ “ยึดอำนาจ” ด้วยการประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.57 โดยส่งกำลังทหารลงพื้นที่ตั้งแต่เวลา 02.00 ของวันที่ 20 พ.ค.57 โดยได้จัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (กอ.รส.) แล้วประกาศ “พ.ร.บ.กฎอัยการศึก” ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ 03.00 (ตี 3) จากนั้นประกาศวัตถุประสงค์ ให้ หัวหน้าส่วนราชการเข้ารายงานตัวประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง รวมทั้งเชิญคู่ขัดแย้งทั้ง 7 ฝ่าย เข้าประชุมพร้อมกันที่สโมสรกองทัพบก ที่ถนนวิภาวดี-รังสิต

ยึดอำนาจจากรัฐบาล
https://www.matichonweekly.com/scoop/article_230466

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้แต่ละฝ่ายเสนอทางออกจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศ โดยบรรยากาศการประชุมทุกคนยังอยู่ในสภาวะที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็ยังตกลงร่วมกันไม่ได้ โดยมีการให้การบ้านสำคัญกลับไปให้ทุกฝ่ายกลับไปหารือ 5 ข้อ

  1. ปฏิรูปก่อน หรือเลือกตั้งก่อน
  2.   ทำประชามติ ว่าจะเลือกข้อไหนก่อน
  3. การตั้งนายกฯ คนกลาง โดยยึดกรอบกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่
  4. การตั้งรัฐบาลเฉพาะการ โดยวุฒิสภา
  5. ให้ กปปส. กับ นปช. ยุติการชุมนุม

ยึดอำนาจจากรัฐบาล

ต่อมาเวลา 23.50 น. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) มี พล.อ.สนธิ เป็น หัวหน้าคณะ ออกแถลงการณ์ยึดอำนาจจากรัฐบาล นายทักษิณ โดยตอนนั้นมีการเผยแพร่ข่าวรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายในกรุงเทพมหานคร
.
หลังจากฝ่ายรัฐประหารประกาศยึดอำนาจกับทางฝ่ายรัฐบาล ในวันที่ 1 ตุลาคม 2549 พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคไทยรักไทยอยู่ในภาวะแพแตก หัวหน้าวังต่างๆ และสมาชิกพรรคทยอยลาออกรวมแล้วประมาณ 110 คน ภายหลังในวันที่ 2 พฤศจิกายน นายทักษิณ เขียนจดหมายจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าหลายคนปัดไม่รับเก้าอี้ ทำให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองหัวหน้าพรรค ต้องเสียสละรับแทน

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_4949698

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2549 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ออกสมุดปกขาว ได้ชี้แจงถึงสาเหตุของการเกิดรัฐประหาร โดยให้เหตุผลที่ว่า เป็นการทุจริตผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้อำนาจในทางมิชอบ การละเมิดจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ข้อผิดพลาดเชิงนโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพและการบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติ ทำให้มีบทวิเคราะห์จากหลาย ๆ ฝ่าย มองเห็นสาเหตุอีกบางประการที่นอกเหนือจากเหตุผลของ คปค. ที่นำมาสู่การปฏิวัติยึดอำนาจในครั้งนี้ คือ ความขัดแย้งทางอำนาจที่เห็นได้จากการโยกย้ายนายทหารประจำปี รวมไปถึงความขัดแย้งระหว่างพันตำรวจโททักษิณกับประธานองคมนตรี

ปี 2550 คณะรัฐประหารเริ่มทำการสอบสวนข้าราชการที่ได้ถูกแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ และในการแต่งตั้งนายทหารประจำปี พ.ศ. 2550 นายทหารที่ได้รับการไว้วางใจของระบอบใหม่ก็ถูกแต่งตั้งแทนที่นายทหารซึ่งภักดีต่อรัฐบาลเก่า ซึ่งในระหว่างนั้นยังได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรใช้ปกครองประเทศต่อไป โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไปก่อน จนแล้วเสร็จได้ให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 มีผู้ที่เห็นชอบโดยคิดเป็นสัดส่วน 57.81 % ของผู้มาใช้สิทธิ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธยบังคับใช้เป็นกฎหมาย ในวันที่ 24 สิงหาคม เป็นเวลาต่อมา
.
ทั้งนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย พ.ศ. 2550 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปีพุทธศักราช 2550 และนับเป็นครั้งแรกภายหลังการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และผลจากการเลือกตั้งในนั้นพบว่าพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกมากที่สุด คือ 233 ที่นั่ง ส่วนพรรค ประชาธิปัตย์ได้อันดับรองลงมา คือ 165 ที่นั่ง ทำให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชาชนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 และได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงการบริหารประเทศทำให้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลทักษิณ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการสิ้นสุดวาระวิกฤตทางการเมืองที่มีมาอย่างยาวนานที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์การเมืองไทย