Skip to content
Home » News » รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย

รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย

รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย
https://www.bbc.com/thai/thailand-44507711

รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการบริหารจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เริ่มอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 10 ผ่านการประกาศใช้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 ที่รวบทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดินเข้าเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ รวมถึงดึงอำนาจในการจัดการ การดูแลรักษา การจัดหาผลประโยชน์

และการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จากเดิมที่มีหน้าที่ดูแลรักษาและจัดหาประโยชน์ ก็ลดระดับเป็นเพียงองค์กรปฏิบัติงานตามที่พระมหากษัตริย์ทรงมอบหมายเท่านั้น

รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย หาก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 บังคับใช้ได้เพียงปีกว่า ก็มีการตรา พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 ขึ้นมายกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญ

คือ การรวมทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ทั้งหมดมาบริหารจัดการในรูปแบบเดียวกัน ส่งผลให้การจัดการ การดูแลรักษา การจัดหาผลประโยชน์ และการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งหมดเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ยังคงได้รับจัดสรรค่าใช้จ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน และมีข้อสังเกตว่า ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และการถือหุ้นเริ่มใช้พระนามแทนสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หรือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อย่างในสมัยรัชกาลที่ 9

รัชกาลที่ 10 บริหารทรัพย์สิน ตามพระราชอัธยาศัย
https://www.bbc.com/thai/thailand-39872277

สำนักงานทรัพย์สินฯ ชี้แจงการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นเป็นพระปรมาภิไธย ร.10

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เผยแพร่คำชี้แจงวันนี้ (16 มิ.ย.) เรื่อง การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

คำชี้แจงดังกล่าวระบุว่า 1) จากข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 ซึ่งรวมทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าด้วยกัน เป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงมีภาระหน้าที่ต้องถวายทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในความดูแลแต่เดิมคืนให้แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการดูแลรักษาและจัดหาผลประโยชน์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ดังนั้น สำหรับทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ใดที่เดิมเป็นชื่อของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เช่น การมีชื่อในผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด จึงต้องเปลี่ยนเป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

2) เปลี่ยนชื่อความเป็นเจ้าของทรัพย์สินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นอยู่ในบังคับของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร และต้องมีภาระเสียภาษีอากรเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป อันเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

3) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าที่ได้ทรงสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศไทย ด้วยการก่อตั้งกิจการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานะมั่งคงสามารถดำเนินกิจการด้วยคนไทยและแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น กิจการธนาคารไทยพาณิชย์ หรือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) การใช้พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการเหล่านั้น จึงเป็นการยืนยันพระราชปณิธานดังกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นพระราชภาระในการดูแลกิจการเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากิจการเหล่านี้จะยังคงดำเนินกิจการต่อไปอย่างยั่งยืนและมีการพัฒนาให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยตลอดไป 

4) การใช้พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่เดิมใช้ชื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ทรงสามารถมอบหมายข้าราชบริพารหรือผู้ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทดูแลกิจการต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กิจการเหล่านี้ดำเนินการอยู่ในกรอบการบริหารกิจการที่ดีตามพระราชประสงค์ โดยมุ่งหวังให้กิจการเหล่านี้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และมีความยึดมั่นในหลักคุณธรรมและความถูกต้องดีงาม

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับวันนี้ (17 ก.ค.)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

สาระสำคัญคือ

1)ให้คำนิยามที่ชัดเจนของ “ทรัพย์สินส่วนพระองค์” “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” และ “ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์” ใน มาตรา 4 และ 5

-“ทรัพย์สินส่วนพระองค์” หมายถึง ทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์อยู่แล้วก่อนขึ้นครองราชสมบัติ ทรัพย์สินที่รัฐทูลเกล้าฯถวาย และทรัพย์สินที่ทรงได้มาไม่ว่าในทางใด และเวลาใดอันเป็นการส่วนพระองค์ รวมถึง ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินเหล่านี้ด้วย

-“ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” หมายถึง ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ นอกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์

-“ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์” ได้แก่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การใดที่มีผลทําให้สิ้นสุดการเป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว 

2)การจัดการ การดูแลรักษา การจัดหาผลประโยชน์ และการดําเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้พระมหากษัตริย์จะทรงมอบหมายให้สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์สําหรับทรัพย์สินใดภายใต้เงื่อนไขอย่างใดก็ได้ (มาตรา 6)

3)ในสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอื่น ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และในจํานวนนี้จะได้ทรงแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คนหนึ่งเป็นผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทําหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

การพ้นจากตําแหน่งกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย 

4) คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีอํานาจหน้าที่ดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งยังมีอํานาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกิจการ และการบริหารงานบุคคลของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ (มาตรา 8)

5) ให้ทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 10)

6) ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ความผูกพัน และพนักงานและลูกจ้าง ของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาเป็นของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 11)

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวนี้ออกจากสำนักงานในกรุงเทพฯ อ้างนักวิเคราะห์หลายรายว่า ราชวงศ์จักรีของไทยเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยประเมินว่าอาจมีทรัพย์สินอยู่ระหว่าง 30,000-60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 – 2 ล้านล้านบาท) ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 

สำนักข่าวของฝรั่งเศสแห่งนี้ รายงานด้วยว่า พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 เป็น การแก้ไขกฎหมายครั้งแรกในรอบ 69 ปี เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งประธานคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ตามพระราชอัธยาศัย จากเดิมที่กำหนดให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นของรัฐมนตรีคลัง 

สำนักข่าวรอยเตอร์ของอังกฤษรายงานข่าวนี้ด้วยเช่นกัน และประเมินว่า จำนวนหุ้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ถืออยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) รวมกันมีมูลค่าสูงกว่า 3.06 แสนล้านบาท

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 2017 วันที่ประมาณการ