Skip to content
Home » News » ราชวงศ์โชซ็อน ราชวงศ์สุดท้ายแห่งเกาหลี

ราชวงศ์โชซ็อน ราชวงศ์สุดท้ายแห่งเกาหลี

ราชวงศ์โชซ็อน  ราชวงศ์สุดท้ายแห่งเกาหลี
https://www.blockdit.com/posts/60b650354633d30d3d438a0e?id=60b650354633d30d3d438a0e&series=5fecc1fb186a470b2629256c

“ ราชวงศ์โชซ็อน (Joseon Dynasty)” เป็นราชวงศ์สุดท้ายของเกาหลี และปกครองเกาหลีมาเป็นเวลานานกว่า 500 ปี

ราชวงศ์โชซ็อน เป็นราชวงศ์ที่ปกครองคาบสมุทรเกาหลีในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1392-1910 (อย่างเป็นทางการ) โดยรวมแล้วราชวงศ์โชซ็อนมีอายุกว่า 600 ปี ช่วงเวลาที่ราชวงศ์โชซ็อนปกครองเกาหลีนั้น ได้สร้างการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มั่นคง

ส่งเสริมปรัชญาของลัทธิขงจื๊อให้ซึมซาบไปในสังคมโชซ็อน และรับวัฒนธรรมจีน เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมโชซ็อนรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์โชซ็อนอ่อนแอลงด้วยการรุกรานของญี่ปุ่นและแมนจูเรีย ทำให้โชซ็อนใช้นโยบายปิดประเทศอย่างแข็งกร้าว

อาณาจักรโชซ็อนจึงเป็นรู้จักของชาวตะวันตกในนาม อาณาจักรฤๅษี (The Hermit Kingdom) เมื่อสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 อาณาจักรโชซ็อนก็เสื่อมลงด้วยการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการแย่งชิงอำนาจและการเผชิญทั้งศึกภายนอกและศึกภายใน จนกระทั่งปี ค.ศ. 1895 เมื่อจักรวรรดิญี่ปุ่นชนะสงครามกับจักรวรรดิชิง (ประเทศจีน)

บังคับให้อาณาจักรโชซ็อนแยกตัวเป็นเอกราชจากจักรวรรดิชิงตามสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ใน ค.ศ. 1897 อย่างไรก็ตาม อาณาจักรโชซ็อนโดยพระเจ้าโกจง (พระอิสริยยศขณะนั้น)

โดยการถวายคำแนะนำของรัสเซีย จึงเลื่อนสถานะของอาณาจักรโชซ็อนเป็นจักรวรรดิโชซ็อน และสถาปนาอิสริยยศพระองค์เองใหม่เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ แต่ในที่สุดก็จบลงด้วยการเข้ายึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) ตามสนธิสัญญาการเข้ายึดครองเกาหลีของญี่ปุ่น ในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิยุงฮีแห่งจักรวรรดิโชซ็อน (พระเจ้าซุนจง)

สำหรับประวัติของราชวงศ์โชซ็อนนั้น ต้องย้อนไปในช่วงปลายสมัยศตวรรษที่ 14 เมื่อราชวงศ์โครยอ (Goryeo) ซึ่งมีอายุกว่า 400 ปี เริ่มจะเสื่อมอำนาจเนื่องจากการเมืองภายใน รวมทั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาดในหลายๆ เรื่องในปีค.ศ.1388 (พ.ศ.1931) ราชสำนักได้ส่ง “อี ซ็อง-กเย (Yi Seong-gye)” แม่ทัพผู้มีอำนาจ

ไปรุกรานแมนจูเรียแต่แทนที่จะไปรุกรานแมนจูเรียตามคำสั่ง แม่ทัพอีกลับหันทัพกลับเข้าไปในเมืองหลวง และทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากพระเจ้าอูแห่งโครยอ และแต่งตั้งกษัตริย์หุ่นเชิดขึ้นปกครองแผ่นดิน ตั้งแต่ค.ศ.1389-1392 (พ.ศ.1932-1935)

ต่อมา แม่ทัพอีได้สั่งประหารพระเจ้าอูและพระราชโอรส ก่อนที่จะสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า “พระเจ้าแทโจแห่งโชซ็อน (Taejo of Joseon)”

ในช่วงแรกๆ ของรัชสมัยพระเจ้าแทโจ เหล่าขุนนางที่ยังจงรักภักดีต่อราชวงศ์โครยอได้แข็งข้อ และมีแนวโน้มจะก่อกบฏเมื่อเป็นอย่างนี้ พระเจ้าแทโจก็ได้ทรงมีรับสั่งให้ทำการกวาดล้างเหล่าขุนนางเก่าๆ ฆ่าให้หมดจากนั้น พระองค์ทรงย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองฮันซอง หรือปัจจุบันก็คือ “โซล”พระเจ้าแทโจทรงมีรับสั่งให้สร้างสถาปัตยกรรมและพระราชวังมากมายในเมืองหลวงแห่งใหม่นี้ โดยพระองค์ได้ปกครองจนสวรรคตในปีค.ศ.1408 (พ.ศ.1951)

ที่ผ่านมา ราชวงศ์โชซ็อนก็ประสบเหตุวุ่นวายหลายอย่าง รวมทั้งการที่พระราชโอรสของพระเจ้าแทโจต่างต่อสู้กันเพื่อชิงอำนาจในปีค.ศ.1401 (พ.ศ.1944) เกาหลีก็ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจีน

ต่อมา ราชวงศ์โชซ็อนได้รุ่งเรืองอีกครั้งภายใต้การปกครองของ “พระเจ้าเซจงมหาราช (Sejong the Great)” รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์โชซ็อน

พระเจ้าเซจงทรงเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แม้แต่ขณะยังทรงพระเยาว์ พระองค์ก็ได้ขึ้นเป็นรัชทายาทแทนพระเชษฐาทั้งสอง เนื่องจากพระองค์ทรงฉายแววความยิ่งใหญ่แซงพระเชษฐา

พระเจ้าเซจงทรงมีชื่อเสียงจากการคิดค้นตัวอักษรฮันกึล ซึ่งเขียนง่ายกว่าอักษรจีน อีกทั้งพระองค์ยังปฏิวัติการเกษตรและพัฒนาหลายๆ อย่างให้ดีขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 ในปีค.ศ.1592 (พ.ศ.2135) และค.ศ.1597 (พ.ศ.2140) “โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi)” ไดเมียวคนสำคัญของญี่ปุ่น ก็ได้ยกทัพซามูไรเข้าโจมตีเกาหลี โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพิชิตประเทศจีนกองทัพเรือญี่ปุ่นพร้อมด้วยปืนใหญ่ ได้เข้ายึดครองเปียงยางและฮันซอง และได้ทำการทรมานชาวเกาหลีเป็นจำนวนมาก หากแต่ภายหลัง กองทัพเกาหลีก็ได้ทำการตัดเส้นทางเสบียงและทำให้กองทัพของฮิเดโยชิต้องถอยทัพกลับไป

ภายหลังจากเอาชนะญี่ปุ่นได้ ทางด้านจีนซึ่งปกครองโดยราชวงศ์หมิง ก็เริ่มอ่อนแอจากการต่อสู้กับญี่ปุ่น และตกเป็นของแมนจูในเวลาต่อมาพวกแมนจูได้ยึดครองจีนและสถาปนา “ราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty)”ที่ผ่านมา เกาหลีให้การสนับสนุนและภักดีต่อราชวงศ์หมิง และเมื่อมีการเปลี่ยนราชวงศ์ เกาหลีจึงไม่ส่งบรรณาการให้ราชวงศ์ใหม่นี้ ทำให้ในปีค.ศ.1627 (พ.ศ.2170) กองทัพแมนจูได้เข้าโจมตีเกาหลี

แต่ในตอนนั้น ราชวงศ์ชิงก็กำลังวุ่นวายกับการปราบกบฏในจีน จึงถอนทัพออกจากเกาหลี แต่ก็ได้นำเจ้าชายเกาหลีกลับไปด้วยเพื่อเป็นองค์ประกัน

กองทัพแมนจูได้เข้าโจมตีเกาหลีอีกครั้งในปีค.ศ.1637 (พ.ศ.2180) และคราวนี้ เกาหลีต้องยอมเป็นเมืองขึ้นของจีนต่อมา ในศตวรรษที่ 19 ตลอดช่วงศตวรรษนี้ ญี่ปุ่นและจีนต่างแข่งขันกันเป็นใหญ่ในเอเชียตะวันออกในปีค.ศ.1882 (พ.ศ.2425) ทหารเกาหลีที่ไม่พอใจเรื่องเงินเดือนที่ได้ล่าช้า อีกทั้งข้าวซึ่งเป็นเสบียงหลักก็สกปรก ไม่เหมาะกับทหาร ได้ลุกขึ้นก่อจลาจล ทำการฆ่าที่ปรึกษากองทัพชาวญี่ปุ่น และเผาสถานทูตญี่ปุ่น ทำให้จีนและญี่ปุ่นเพิ่มกำลังเข้ามาในเกาหลี

ต่อมาในปีค.ศ.1894 (พ.ศ.2437) ก็ได้เกิดกบฏชาวนาซึ่งนับถือศาสนาดองฮัก ทำให้จีนและญี่ปุ่นมีข้ออ้างที่จะเพิ่มจำนวนทหารในเกาหลีมากยิ่งขึ้นสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง (First Sino-Japanese War) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างค.ศ.1894-1895 (พ.ศ.2437-2438) ได้เกิดขึ้นบนแผ่นดินเกาหลีเป็นหลัก และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของราชวงศ์ชิง ทำให้ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีตลอดไปจนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2ภายหลังจากความพ่ายแพ้ของจีน อาณาจักรโชซ็อนก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “จักรวรรดิเกาหลี (The Korean Empire)” แต่ในความเป็นจริง เกาหลีก็ได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของญี่ปุ่น

ในปีค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) “พระเจ้าโคจง (Emperor Gojong)” ได้ทรงประท้วงการกดขี่ของญี่ปุ่น หากแต่ญี่ปุ่นก็ได้ตอบโต้ด้วยการบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติ

จากนั้น ญี่ปุ่นก็ได้ส่งคนของตนเข้าไปในราชสำนักและฝ่ายบริหาร และทำการยกเลิกกองทัพเกาหลี อีกทั้งเข้าควบคุมกรมตำรวจ

ในปีค.ศ.1910 (พ.ศ.2453) ราชวงศ์โชซ็อนก็ถึงคราวสิ้นสุด

ตาม “สนธิสัญญาญี่ปุ่น–เกาหลี ค.ศ.1910 (Japan–Korea Treaty of 1910)” ได้กำหนดให้จักรพรรดิเกาหลีมอบอำนาจทุกอย่างให้แก่จักรพรรดิญี่ปุ่น หากแต่จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซ็อนไม่ทรงยินยอมที่จะเซ็นสนธิสัญญา ญี่ปุ่นจึงบังคับให้นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นเซ็นแทน

จากนั้น ญี่ปุ่นก็ได้ปกครองเกาหลีต่อมาเป็นเวลาอีก 35 ปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเกาหลีก็ถูกแบ่งออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้นี่ก็เป็นประวัติคร่าวๆ ของราชวงศ์โชซ็อนซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของเกาหลี รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์คร่าวๆ ของเกาหลี

วันที่ในข่าวนี้ 1 มกราคม 1392 วันที่ประมาณการ