Skip to content
Home » News » ริชาร์ด แบรนสัน

ริชาร์ด แบรนสัน

ริชาร์ด แบรนสัน
https://www.blueoclock.com/richard-branson-virgin-story/

ริชาร์ด แบรนสัน ใครจะไปคิดว่า เด็กหนุ่มชาวอังกฤษ หัวไม่ดี เรียนไม่จบ ในปัจจุบันกลับพบว่า กลายเป็นเจ้าของธุรกิจกว่า 400 บริษัทใน 30 ประเทศทั่วโลก อย่างทุกวันนี้ด้วยลำแข้งของตนเอง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก Richard Branson ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ที่ ณ ปัจจุบัน ตัวเขาเองนั้น ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่า ณ ตอนนี้ บริษัทในเครือมีกี่บริษัทกันแล้ว

จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า เขาสามารถบริหารการจัดการอย่างไรกับบริษัทจำนวนมากมายขนาดนี้ โดยยังคงคุณภาพของการให้บริการที่ดีได้ด้วย

และนอกจากเรื่องธุรกิจแล้ว เรื่องชีวิตส่วนตัวและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นของเขา ไม่ว่าจะเป็นการขับเรือข้ามมหาสมุทร ขึ้นบอลลูนยักษ์ข้ามทวีป และยังมีวีรกรรมสุดห่ามและท้าทายอีกเยอะแยะมากมาย ทำให้ผู้คนทั่วโลก ยกย่องให้เขาเป็นไอดอลของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีไลฟ์สไตล์ที่สุดเหวี่ยงแบบไม่ลืมอายุกันเลยทีเดียว

Richard Charles Nicholas Branson หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Richard Branson นั้นเกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ปี 1950 ที่ประเทศอังกฤษ เมือง Blackheath กรุง London เขาเกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลาง โดยคุณพ่อของเขาคือ Edward James Branson เป็นนักกฏหมายและผู้พิพากษา ส่วนแม่ของเขาคือ Evette Huntley Branson ได้พบกับพ่อของเขาเมื่อตอนทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Air Hostess)

ในช่วงวัยเด็กของริชาร์ดนั้น เขาชอบเล่นกีฬามากกว่าการเรียนหนังสือ และก็มีแววที่จะได้เป็นนักกีฬา พ่อกับแม่ของเขาจึงส่งริชาร์ดไปเรียนที่โรงเรียนเน้นการเล่นกีฬาเป็นหลัก โดยไม่ค่อยสนใจเรื่องเกรดการเรียนในตำราสักเท่าไหร่นัก และเขาก็ทำได้ดีจนได้กลายเป็นกัปตันทีมรักบี้และคริกเก็ต แต่ก็ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถที่จะเป็นนักกีฬาได้อีกต่อไป แถมยังเป็นโรค Dyslexia หรือโรคบกพร่องในการอ่านหนังสือ ทำให้เขาต้องเรียนรู้ผ่านการลงมือทำแทนที่จะเรียนรู้จากหนังสือแทน

และตอนที่เขาอายุได้ 11 ปี ก็เริ่มธุรกิจแรกกับเพื่อนรักที่ชื่อนิคด้วยการ และเพาะเลี้ยงนกแก้วขาย ซึ่งขายได้เป็นจำนวนมากแต่ก็เจ๊งในที่สุด เพราะยังไม่มีประสบการณ์ในการบริหารการจัดการที่ดีพอ ซึ่งเจอปัญหาทั้งมีหนูแอบมากินนกบางตัว และเนื่องจากขยายพันธุ์เร็วจนเกินไป ทำให้มีนกแก้วออกมาเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งก่อมลพิษทางเสียง ซึ่งรบกวนเพื่อนบ้านในละแวกนั้น แม่ของเขาจึงตัดสินใจที่จะเปิดกรงทิ้งไว้และปล่อยให้พวกมันบินออกไปในที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ริชาร์ดเสียใจแต่อย่างใด และนั่นก็ทำให้เขาเริ่มมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ ๆ 

ริชาร์ด แบรนสัน
https://www.dooddot.com/individual-richard-branson/

จนในช่วงก่อนวันอีสเตอร์ เขากับนิคก็ได้เริ่มต้นปลูกต้นคริสมาสต์ขาย โดยนำเมล็ดพันธุ์จำนวน 400 เมล็ด และคาดการณ์ว่า มันจะต้องทำเงินให้กับพวกเขาได้ต้นละ 2 ปอนด์ รวมเป็น 800 ปอนด์ในวันคริสต์มาสอีฟ แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะในเวลาต่อมา ได้มีฝูงกระต่ายได้แอบเข้ามากินต้นกล้าของพวกเขาก็แทบไม่เหลือ พวกเขาจึงแก้แค้นเจ้ากระต่ายเหล่านั้นด้วยการล่าพวกมันแล้วนำไปขายให้กับร้านที่รับซื้อเนื้อพวกมัน แม้จะได้เงินไม่เท่าที่พวกเขาคาดหวัง แต่ก็ยังพอถอนทุนคืนได้บ้าง

ริชาร์ด แบรนสัน เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยเริ่มทำนิตยสารรายเดือนสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย ชื่อว่า Student และเริ่มขยายธุรกิจจัดจำหน่ายแผ่นเสียงทางไปรษณีย์ ในปี พ.ศ. 2513 และเปิดเครือข่ายร้านจำหน่ายแผ่นเสียง ใช้ชื่อว่า Virgin Records ทั่วประเทศอังกฤษ พร้อมกับทำธุรกิจห้องบันทึกเสียง และเริ่มผลิตแผ่นเสียงในสังกัดของตัวเอง ศิลปินที่มีชื่อเสียงในสังกัด ในยุคแรกเช่น ไมค์ โอลด์ฟิลด์, แทนเจอรีน ดรีม, เซ็กซ์ พิสทอลส์ และยุคถัดมาเช่น เจเนซิส, ฟิล คอลลินส์, ปีเตอร์ แกเบรียล, บอย จอร์จ

และเนื่องจากริชาร์ดนั้นมีปัญหาบกพร่องในการการเรียนรู้และการอ่าน และต้องการออกไปลุยทำ Student Magazine อย่างเต็มตัว เขาจึงออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยครูใหญ่แสดงความยินดีไปหาริชาร์ดในวันที่เขาเปิดตัวนิตยสาร Student ในฉบับแรกว่า “I predict you will either go to prison or become a millionaire.” ฉันทำนายว่าหลังจากที่เธอออกจากโรงเรียนไปแล้ว ครูคิดว่าถ้าเธอไม่ติดคุกไปซะก่อนก็คงได้เป็นมหาเศรษฐีแน่นอน

แต่ริชาร์ดก็ยังคงรู้สึกว่า ธุรกิจนิตยสารของเขานั้น ยังไม่ประสบความสำเร็จมากพอตามที่เขาตั้งใจเอาไว้ เขาจึงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในปี 1970 เขาจึงตัดสินใจเขาสู่วงการการค้าขายแผ่นเสียง โดยตั้งราคาให้ถูกกว่าร้านทั่ว ๆ ไปอยู่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเขาไม่มีต้นทุนหน้าร้าน และอาศัยการทำการตลาดจากแมคกาซีน Student ที่มีกลุ่มผู้อ่านเป็นวัยหนุ่มสาว ซึ่งเขาใช้กลยุทธ์เพิ่มเติมอีกอย่างนึงก็คือ แผ่นเสียงที่ขายเหล่านั้น จะต้องเป็นแผ่นเสียงที่หาซื้อได้ยากและหาได้เฉพาะที่เมือง ลอนดอนเท่านั้น โดยให้ลูกค้าสั่งซื้อผ่านนิตยสารและเขาก็จะส่งของทางไปรษณีย์

แต่ทุกอย่างก็เหมือนจะไปได้ดี จนกระทั่งเกิดการประท้วงหยุดงานของพนักงานไปรษณีย์ ทำให้ไม่สามารถส่งแผ่นเสียงให้กับลูกค้าได้ และเกือบจะล้มละลายกันเลยทีเดียว

ในปี พ.ศ. 2527 ริชาร์ด แบรนสัน เริ่มเข้าสู่ธุรกิจสายการบิน โดยเปิดสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก และเริ่มขยายสู่ธุรกิจอื่นเป็นจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือ รถไฟ ลอตเตอรี่ เกมคอมพิวเตอร์ น้ำโคล่า วอดก้า สิ่งพิมพ์ ฯลฯ

ชีวิตส่วนตัว ริชาร์ด แบรนสัน ชื่นชอบการผจญภัยและสร้างสถิติโลก ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ตราสินค้า “เวอร์จิ้น” ของเขาไปในตัว ในปี พ.ศ. 2529 เขาขับเรือเร็วข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก รายการ “บลูริบบันด์” (Blue Riband) เป็นระยะทางกว่า 3,000 ไมล์ ใช้เวลา 3 วัน 8 ชั่วโมง 31 นาที ทำลายสถิติเดิมกว่า 2 ชั่วโมง นอกจากนี้เขายังทำสถิติเดินทางด้วยบัลลูนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ในปี พ.ศ. 2530 และข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ในปี พ.ศ. 2533

ในปี พ.ศ. 2547 ริชาร์ด แบรนสัน ได้ประกาศแผนการที่จะสนับสนุนโครงการ Spaceship One โดยมีกำหนดเปิดให้บริการขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2553