Skip to content
Home » News » ลงนามสงบศึก สงครามโลกครั้งที่1

ลงนามสงบศึก สงครามโลกครั้งที่1

ลงนามสงบศึก สงครามโลกครั้งที่1 การสงบศึกระหว่างฝ่ายพันธมิตรกับเยอรมนีได้มีการลงนามในรถไฟโดยสารในป่ากงเปียญ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ซึ่งถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งบนแนวรบด้านตะวันตก

ผู้ลงนามหลัก ได้แก่ จอมพล แฟร์ดีน็อง ฟ็อช ผู้บัญชาการสูงสุดฝ่ายพันธมิตร และมัทธิอัส เออร์ซเบอร์เกอร์ ผู้แทนของเยอรมนี การสงบศึกดังกล่าวเป็นข้อตกลงทางทหารซึ่งเป็นความพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดของเยอรมนี หากแต่มิใช่ทั้งการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขหรือสนธิสัญญา

ลงนามสงบศึก สงครามโลกครั้งที่1 การสงบศึกประกอบด้วยเงื่อนไขหลักสำคัญต่อไปนี้

  • สิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ทางทหารภายใน 6 ชั่วโมงหลังลงนาม
  • การเคลื่อนย้ายกองกำลังเยอรมันทั้งหมดออกจากฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก และอาลซัส-ลอแรนในทันที
  • การเคลื่อนย้ายกองกำลังเยอรมันทั้งหมดออกจากดินแดนทางตะวันตกของแม่น้ำไรน์ บวกรัศมีหัวสะพานอีก 30 กิโลเมตรจากฝั่งขวาของแม่น้ำไรน์ที่เมืองไมนทซ์ โคเบลนซ์ และโคโลญน์ พร้อมทั้งให้กองกำลังพันธมิตรและสหรัฐอเมริกายึดครองในภายหลัง
  • การถอนกำลังเยอรมันทั้งหมดในแนวรบด้านตะวันออกกลับสู่ดินแดนเยอรมันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1914
  • ปฏิเสธสนธิสัญญาเบรสท์-ลีตอฟสก์กับรัสเซียและสนธิสัญญาบูคาเรสต์กับโรมาเนีย
  • การกักกันกองเรือเยอรมัน
  • การส่งมอบยุทธปัจจัยดังนี้ ปืนใหญ่ 5,000 กระบอก ปืนกล 25,000 กระบอก ปืนครก 3,000 กระบอก เครื่องบิน 1,700 ลำ เครื่องยนต์รถจักร 5,000 เครื่อง และรถเดินราง 150,000 คัน
ลงนามสงบศึก สงครามโลกครั้งที่1
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81_11_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1918

สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งได้ยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 ปี ได้ยุติลง เมื่อเยอรมนี (ฝ่ายมหาอำนาจกลาง) ได้ติดต่อฝ่ายสัมพันธมิตรขอเจรจาสงบศึก ในวันที่ 6 พ.ย. 2461 (ค.ศ. 1918) และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาสงบศึกบนรถไฟ ณ เมืองคองเปียน ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2461 (ค.ศ. 1918) จึงถือให้ทุกวันที่ 11 เดือน 11 ของทุกปี เป็นวันยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ

และในประเทศไทยได้กำหนดให้วันที่ 11 พ.ย. ของทุกปีเป็น “วันที่ระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1”เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2460 (ค.ศ. 1917) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระองค์ได้ทรงประกาศร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร โดยได้ส่งกองทหารอาสาจำนวน 1,284 นาย จากกองทัพบกรถยนต์และกองบินทหารบกไปยังฝรั่งเศส นับเป็น 1 ใน 3 ประเทศในเอเชียที่ประกาศร่วมสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ของไทยในครั้งนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติหลายประการ

โดยนอกจากจะได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์โลกและความเป็นเอกราช ความสามารถ และศักยภาพของไทยแล้วนั้น ยังทำให้ประเทศต่าง ๆ ในโลก โดยเฉพาะชาติสัมพันธมิตร ยุโรปและอเมริกา ได้รู้จักประเทศไทย ซึ่งเปิดทางสู่การแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ที่ไทยเสียเปรียบประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะอังกฤษและชาติต่าง ๆ ในยุโรป 13 ประเทศ ที่เคยทำสัญญาผูกมัดประเทศไทย

ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยและเสรีภาพทางการค้ากับตะวันตก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้มีโอกาสเข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพที่กรุงปารีส และได้ก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก โดยเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติ (The League of Nations)

เมื่อปี 2462 (ค.ศ. 1919) อีกด้วยอนึ่ง ภายหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 เหล่าทหารอาสาสมัครได้เดินทางกลับถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2462 (ค.ศ. 1919) โดยได้เชิญอัฐิของทหารไทยที่เสียชีวิตในราชการสงคราม จำนวน 19 นาย กลับสู่ภูมิลำเนาด้วย โดยในการนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์เป็นที่บรรจุอัฐิ และเป็นอนุสรณ์สถานถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

และได้พระราชทานนามว่า “อนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลก ครั้งที่ 1” เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมแห่งการเสียสละของเหล่าทหารอาสา และได้มีการจัดพิธีวางพวงมาลาในวันที่ 11 พ.ย. ของทุกปีในส่วนของประเทศฝรั่งเศสนั้น จะมีการจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ ประตูชัย (Arc de Triomphe) กรุงปารีส ประกอบด้วยพิธีสำคัญต่าง ๆ

อาทิ การตรวจแถวธงและการตรวจแถวทหาร การวางพวงมาลาและการเติมน้ำมันไฟบริเวณหลุมศพทหารนิรนามตรงกลางประตูชัย โดยประธานาธิบดี การขานนามผู้สละชีวิตเพื่อฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และการยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81_11_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1918