Skip to content
Home » News » ลุงพล ผู้ต้องหาสำคัญ

ลุงพล ผู้ต้องหาสำคัญ

ลุงพล ผู้ต้องหาสำคัญ
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000053079

ลุงพล ผู้ต้องหาในคดีนี้มีความน่าสงสัยหลายอย่าง เช่น ในวันเกิดเหตุ คุณแม่ฝากน้องชมพู่ไว้กับ พี่สาวอายุ 13 ที่ชื่อสะดิ้ง แต่สะดิ้งอ้างว่าเผลอหลับไปราวๆ 10 นาที ซึ่งช่วงนั้นเองที่ชมพู่หายไปแล้ว และตำรวจมาสืบค้นภายหลังว่า จริงๆสะดิ้งไม่ได้หลับตามที่อ้าง แต่เล่นแอพ TikTok อยู่ หรือแม้แต่คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องชมพู่ ก็โดนตั้งข้อสงสัยเช่นกัน ว่าจริงๆ ฆ่าลูกตัวเองหรือเปล่า มีดราม่ากันในจุดเล็กๆน้อยๆ เช่น ทำไมพ่อแม่ไม่ยอมไปล้างหน้าศพลูกในวันสุดท้าย ก่อนที่น้องชมพู่จะถูกเผา เป็นต้น

ตำรวจกระจายผู้สงสัยในหมู่บ้าน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึง “ ลุงพล ” หนึ่งในคนที่ใกล้ชิดกับน้องชมพู่มากที่สุด โดยคุณแม่ของชมพู่ มีพี่สาวแท้ๆชื่อ ป้าแต๋น-สมพร หลาบโพธิ์ และสามีของเธอชื่อ ลุงพล-ไชย์พล วิภา ทั้งสองคนมีลูกชายด้วยกัน ชื่อ โอม กับ น้ำมนต์ อยู่ชั้นประถมทั้งคู่ โดยลุงพล มีความสนิทสนมกับน้องชมพู่มาก โดยเฉพาะช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่น้องเตรียมจะเข้าโรงเรียนอนุบาล ทั้งสองคนได้อยู่ใกล้และคลุกคลีกันบ่อยขึ้น ซึ่งด้วยความสนิทกัน ลุงพลถึงกับพูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าอนาคตพ่อแม่ไม่เลี้ยงชมพู่แล้ว ก็จะขอรับเอาไว้เป็นลูกเอง

วันที่ 18 พ.ค.63 นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ลุงของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ รอบ 2 มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตรงไหนยังไม่ทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม นำตัวผู้ที่ต้องสงสัยทั้งหมด 7 คน เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไปตรวจสอบ พยาน เด็ก 7 ขวบ อ้างว่า เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อสีส้มแขนยาว มีหมวกสีดำเหมือนคนตัดอ้อย ปิดหน้าไว้ อุ้มน้องชมพู่มุ่งหน้าไปทางไร่มัน

วันที่ 19 พ.ค.63 แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ยืนยันผลการตรวจชันสูตรน้องชมพู่ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และการล่วงละเมิดทางเพศ ระบุเพียง “ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย แต่พบบาดแผลตามร่างกายและอวัยวะเพศ” ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิด หรือสาเหตุใดแน่ชัด
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. นำคณะลงพื้นที่ จ.มุกดาหาร จากนั้นนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมสำรวจเส้นทางที่คาดว่าน้องชมพู่หายตัวไป

วันที่ 3 มิ.ย. 2563 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) ระบุว่า ยังไม่ตัดกลุ่มผู้ต้องสงสัยทิ้ง ทั้งนายพราน-บุคคลใกล้ชิดในครอบครัว ตำรวจเฝ้าประกบตัวผู้ต้องสงสัย ขณะที่โลกออนไลน์และสังคมต่างพุ่งเป้าไปที่ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ลุงของน้องชมพู่เป็นผู้ต้องสงสัย แต่ลุงพลยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ใช่คนร้าย

ตำรวจนำตัวลุงพล ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ยาวนาน 12 ชั่วโมง และนำตัวไปชี้จุด เล่าลำดับเหตุการณ์ ถ่ายภาพประกอบ ต่อมาวันที่ 11 มิ.ย. 2563 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าไปเก็บหลักฐานที่บ้านลุงพล ตรวจรถยนต์ เสื้อผ้า เก็บหลักฐานไปตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 17 มิ.ย. 2563 ตำรวจเข้าไปตรวจสอบหลักฐานที่บ้านลุงพลอีกครั้ง โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า นำกระสอบปุ๋ย ถุงมือ และขนสุนัขที่บ้านไปตรวจสอบ พร้อมทั้งขอดูมีดพร้าต่างๆ

ลุงพลไปออกรายการโทรทัศน์ หลังถูกตกเป็นผู้ต้องสงสัย ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนฆ่าล้านเปอร์เซ็นต์ รักน้องชมพู่เหมือนลูกตัวเอง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตไปถึงพ่อแม่น้องชมพู่ วันต่อมา พ่อแม่น้องชมพู่เปิดใจเหตุสงสัยในตัวลุงพล พบพิรุธหลายประเด็น ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ทำให้ลุงพลประกาศท้าสาบานที่วัดพระแก้ว พ่อแม่น้องชมพู่รับคำท้า แต่ลุงพลไปสาบานต่อหน้าหลวงปู่ลิ้น วัดถ้ำภูผาแอก ยืนยันว่าไม่ได้ฆ่าหลาน

ระหว่างนั้นเริ่มมีสื่อทีวีดิจิทัล 3-4 สำนัก เสนอชีวิตความเป็นอยู่ของลุงพลอย่างละเอียด และความสนใจวงการบันเทิง ทำให้สังคมเกิดความสงสาร และมีนักปั้นดาราอย่าง อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ นำตัวลุงพลเข้าสู่วงการบันเทิง ออกเอ็ม.วี. เต่างอย ร่วมกับ จินตหรา พูลลลาภ นักร้องหมอลำสาว เมื่อเดือน ก.ย. 2563 หลังจากนั้น ลุงพลและนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น ภรรยา เริ่มมีชื่อเสียง มีทั้งงานเดินแบบ พรีเซ็นเตอร์สินค้า รวมทั้งมียูทูปเบอร์และแฟนคลับจำนวนมาก

หลังจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าน้องชมพู่ไม่ได้เดินขึ้นไปเองที่จุดพบศพบนภูเหล็กไฟ และอาจถูกใครบางคนกระทำด้วยวิธีการใดๆ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมให้เสียชีวิต แต่ไม่ชี้ชัดว่าใครคือผู้ต้องหา ระหว่างนั้นลุงพล และป้าแต๋น พร้อมทนายความมาร่วมรับฟังการแถลงข่าว ยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ต้นปี ม.ค. 2564 ตำรวจเชิญตัวพ่อแม่น้องชมพู่ พี่สาว น้าต่าย น้าเสริม น้าแต น้าฝน รวม 7 คน ทยอยเข้าเครื่องจับเท็จ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จ.ปทุมธานี กระทั่งวันที่ 10 ม.ค. 2564 ถึงคิวของลุงพล เจ้าตัวระบุว่า ถูกเชิญเข้าเครื่องจับเท็จประมาณ 5-6 ชม. ตั้งแต่บ่ายยันดึก ตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจน่าจะนำตัวเข้าเครื่องจับเท็จก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด หากจะโยนความผิดมาลงที่ตน ก็จะสู้ให้ถึงที่สุด