Skip to content
Home » News » วศิน ทำแผนอุ้มศพ ‘น้องแอ๋ม’ ขุดหลุมฝัง

วศิน ทำแผนอุ้มศพ ‘น้องแอ๋ม’ ขุดหลุมฝัง

วศิน ทำแผนอุ้มศพ
https://hilight.kapook.com/view/154306

วศิน ทำแผนอุ้มศพ ‘น้องแอ๋ม’ ขุดหลุมฝัง ตำรวจภาค 4 ตามรวบ ‘วศิน นามพรม’ หนึ่งในสี่ทีมฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม ได้แล้วที่ลาว คุมตัวกลับประเทศทันที สารภาพขับรถให้ แต่คนลงมือคือ ‘เปรี้ยว’ …

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 30 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ บก.สส.ภ.4 สนธิกำลังกับทางการของ สปป.ลาว และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ได้เข้าควบคุมตัวนายวศิน นามพรม อายุ 22 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ

โดยจับกุมนายวศิน ได้ที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ ห่างจากชายแดนไทย – ลาว ประมาณ 20 กิโลเมตร หลังจากนั้นได้คุมตัวกลับเข้าประเทศไทย ทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย และคุมไปยัง บก.สส.ภ.4 ทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งในทีมจับกุมให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า นาย วศิน ให้การรับสารภาพว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าน้องแอ๋ม ส่วนสาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยว มีความแค้นส่วนตัวกับ น้องแอ๋ม โดย น.ส.เปรี้ยว อ้างว่า น้องแอ๋ม เป็นสายชี้เป้ากับตำรวจให้จับกุม น.ส.เปรี้ยว ในคดียาเสพติด เมื่อมีโอกาสจึงคิดแก้แค้น โดยไปเช่ารถซีอาร์วี มาให้ตนเป็นคนขับ

จากนั้นได้ลักพาตัวน้องแอ๋ม โดยระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยว ได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋ม แล้วซ้อม ซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่า ซ้อมเลย ถ้าน้องแอ๋มรอดไปได้ จะมาเอาคืน ปรากฏว่า น.ส.เปรี้ยว ซ้อมจนน้องแอ๋มขาดใจตายบนรถ

จากนั้นได้ขับรถจาก จ.ขอนแก่น ไปยังที่ดินของ น.ส.เปรี้ยว ในอำเภอเขาสวนกวาง เพื่อนำศพน้องแอ๋มไปทิ้ง ระหว่างทางได้ซื้ออุปกรณ์ พวกเลื่อย ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพ คือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองไม่ได้ทำ เพียงแค่มีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น

เวลา 11.30 น. วันที่ 31 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พร้อมชุดสืบสวน กก.3 บก.สส.ภ.4 ประมาณ 30 นาย ได้นำตัวนายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร หลังร่วมกันก่อเหตุสังหาร น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม พนักงานสาวคาราโอเกะก่อนหั่นศพนำไปฝังดินที่บ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ

ทั้งนี้ การทำแผนเริ่มโดยให้ผู้ต้องหาขับรถฮอนด้าซีอาร์วี คันที่เช่ามาใช้ก่อเหตุ และบรรทุกศพน้องแอ๋ม โดยลักษณะการก่อเหตุเป็นการขับรถถอยหลัง จากทางแยกในหมู่บ้านเข้าไปยังจุดขุดหลุมฝัง จากนั้น นายวศิน ได้ลงจากรถอุ้มถังบรรจุศพผู้ตายนำไปฝังในหลุม แล้วใช้เสียมขุดดินกลบ ก่อนขับรถออกไป

ขณะเดียวกันชาวบ้านกว่า 300 คน ที่มามุงดูการทำแผน ได้ตะโกนด่าทอคนร้าย ถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตที่ทำกับผู้หญิง พร้อมกับสาปแช่งให้โดนลงโทษตายตกไปตามกัน หลายคนฮือเข้ามาจะรุมประชาทัณฑ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกันผู้ต้องหา นำตัวขึ้นรถออกไป โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที

วันที่ 14 ก.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาล จ.ขอนแก่น พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้ยื่นคำร้องต่อศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลพิจารณาฝากขัง นายวศิน นามพรม และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และเรือนจำกลางขอนแก่น คดีฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม หลังครบกำหนดการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 คนในผัดที่ 4

โดยศาล จ.ขอนแก่น จะทำการอ่านคำสั่งศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จากศาลไปยังเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น โดยไม่มีการเบิกตัวผู้ต้องหามาฟังคำสั่งศาลที่ศาล จ.ขอนแก่น แต่อย่างใด

โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้น เข้าสู่การพิจารณาฝากขัง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยื่นขออำนาจศาลพิจารณาฝากขังเป็นผัดที่ 5 ตามช่วงเวลาที่พนักงานสอบสวนสามารถขออำนาจศาลฝากขังได้ทั้งหมด 7 ผัด หรือรวม 84 วัน โดยคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน โดย น.ส.จิดารัตน์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว

ขณะที่ นายวศิน ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 3 คน คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัวตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวนทั้งหมด

ทั้งนี้ สำนวนการสอบสวนทั้งหมดถูกกลั่นกรองและตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ร่วมกันทำงานทั้งในส่วนของ สภ.เขาสวนกวาง, ภ.จว.ขอนแก่น และ บช.ภ.4 ที่ทำสำนวนการสอบสวนเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม การส่งสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการ จ.ขอนแก่น ในคดีความดังกล่าวของผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนั้น คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเมื่อมีการสรุปสำนวนส่งให้กับอัยการ จ.ขอนแก่นแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิจารณาคดีตามขั้นตอนของกฎหมายตามลำดับต่อไปทันที