Skip to content
Home » News » วาระผู้ประท้วง คณะราษฎร

วาระผู้ประท้วง คณะราษฎร

วาระผู้ประท้วง คณะราษฎร กลุ่มผู้ประท้วงไม่มีแกนนำชัดเจน แต่ผู้ประท้วงบางคนโดดเด่นขึ้นมาและมีชื่อปรากฏในสื่อ เช่น อานนท์ นำภา และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ซึ่งเป็นผู้ปราศรัยบนเวทีและกล่าวข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ให้สัมภาษณ์ว่าเขายินดีที่ขบวนการประท้วงไม่ต้องการผู้นำ และสามารถระดมคนออนไลน์ได้ภายใน 30 นาที

การประท้วงในช่วงแรก ๆ นั้นมีสื่ออธิบายว่ามีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ มีการประท้วงโดยใช้สัญลักษณ์ปัญหาสังคมโดยเลี่ยงการกล่าวออกมาตรง ๆ รวมทั้งการพาดพิงถึงวัฒนธรรมป็อป ติ๊กต็อก และทวิตเตอร์ เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ประท้วงนิยมใช้ และน่าจะเป็นครั้งแรกที่การประท้วงได้ลบขอบเขตระหว่างโลกจริงและโลกออนไลน์

วาระผู้ประท้วง คณะราษฎร มักใช้สัญลักษณ์ชูสามนิ้วจากภาพยนตร์ชุด เกมล่าเกม เพื่อต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ประท้วงถูกประเมินว่าขาดยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน และไม่ได้มองการณ์ไกลไปมากกว่าชุมนุมแบบวันต่อวันเท่านั้น ส่วนหนึ่งคาดว่ามีสาเหตุจากการขาดโครงสร้างแบบรวมศูนย์เช่นเดียวกับขบวนการนักศึกษาในพุทธทศวรรษ 2510 สมาชิกขบวนการส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ ซึ่งต่างจากการประท้วงบนถนนก่อนหน้านี้ที่ฝ่ายทางการเมืองแย่งชิงอำนาจกัน

การชุมนุมแบบไร้แกนนำมีข้อดีคือทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปราบปรามได้ง่าย จะจับกุมใครหรือแม้แต่จะเจรจาต่อรองด้วยทำได้ลำบาก เพราะไม่รู้ว่าใครคือแกนนำจริง ๆ ดังนั้นจึงหยุดยั้งได้ยาก และยิ่งทำให้การชุมนุมแบบนี้มีพลังมากขึ้น จนถึงขั้นทำให้ผู้บริหารประเทศยอมจำนนได้ในบางกรณี เพราะสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือผู้ชุมนุมจะอ้างว่าออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิ่งที่เป็น “ความต้องการของประชาชน”

แต่การชุมนุมแบบไร้แกนนำนี้ก็มีข้อเสีย และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การชุมนุมแบบสันติจะกลายไปเป็นการชุมนุมที่มีการใช้ความรุนแรงได้จากการที่ผู้ชุมนุมส่วนน้อยไปก่อเรื่องก่อราว จนทำให้ตำรวจต้องเข้ามาจัดการ ทั้งที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อาจไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงเลย

และจุดนี้นี่เองที่จะเป็นเหตุผลให้ฝ่ายรัฐบาลใช้อ้างในการเข้าปราบปราม อย่างที่เห็นว่าเกิดขึ้นมาแล้วในการปราบปรามผู้ชุมนุมที่ฮ่องกง หรือกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส

การชุมนุมเคลื่อนไหวระดับโลกในอดีตเคยมีแกนนำที่มีบุคลิกโดดเด่นอย่างนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง นายเนลสัน แมนเดลา หรือมหาตะมะ คานธี แต่แกนนำเหล่านี้ก็ตกเป็นเป้าถูกลอบสังหารหรือจับกุมได้

ดังนั้นฝ่ายที่สนับสนุนสันติวิธีเห็นว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องมีแกนนำที่ชัดเจน

เพียงแต่อาศัยการทำงานกันเป็นเครือข่ายของกลุ่มย่อยหลาย ๆ กลุ่มที่อาจมีแกนนำที่รู้จักกันเองในหมู่ผู้ประท้วง เจ้าหน้าที่ไม่รู้จักว่าใครคือแกนนำกลุ่มย่อยเหล่านี้ จึงไม่สามารถติดตามจับกุมได้ทั้งหมด

ในการชุมนุมบางครั้ง วาระผู้ประท้วง คณะราษฎร ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นหญิง ซึ่งต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเพศและปิตาธิปไตย ผู้ประท้วงยังใช้ยุทธวิธีศิลปะประท้วง คือ การแบ่งปันไฟล์ภาพหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ในเดือนมีนาคม 2564 มีการตั้งค่ายพักเพื่อปักหลักชุมนุมไม่มีกำหนดข้างทำเนียบรัฐบาล ชื่อ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” พร้อมให้ผู้ชุมนุมเข้าพักฟรี

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 และต่อมาเมื่อการชุมนุมยกระดับขึ้นจนเคลื่อนไหวในนาม “คณะราษฎร2563” หนึ่งในข้อเรียกร้องของการชุมนุมก็ยังคงมีเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เสมอ

ชวนพิจารณาข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ หากจะนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงได้ มีอย่างน้อย 5 ข้อ ที่จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยกระบวนการออกกฎหมายของรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภารวมกัน เป็นกลไกสำคัญ ส่วนอีก 5 ข้อนั้น หากจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่ผ่านกระบวนการออกกฎหมายโดยตรง แต่ต้องอาศัยการปฏิรูปทัศนคติของคนในสังคมและวัฒนธรรมความเชื่อที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

วาระผู้ประท้วง
https://ilaw.or.th/node/5779

ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ในเดือนสิงหาคม 2563 นับเป็นครั้งแรกที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สาธารณะในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นมองว่าข้อเสนอดังกล่าวน่าจะลดจำนวนผู้สนับสนุนขบวนการลง แต่หากรัฐบาลใช้กำลังปราบปรามก็อาจจะทำให้มีผู้กลับมาสนับสนุนขบวนการนี้มากขึ้น ด้านหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ลงความเห็นว่า ขบวนการอาจต้องขยายวาระทางสังคมหากต้องการให้การประท้วงสัมฤทธิ์ผล แต่หลังจากการเลื่อนการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในเดือนกันยายน 2563 คอลัมนิสต์บางกอกโพสต์คนหนึ่งเขียนว่า สำนึกเรื่องสาธารณรัฐนิยมเพิ่มสูงสุดในประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน สำหรับข้อเรียกร้องต่าง ๆ นั้น ทัดเทพมองว่าต่างมีความชัดเจนอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเจรจา ผู้ประท้วงยืนยันว่าข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกตนนั้น “ประนีประนอมที่สุดแล้ว”

หลังการจับกุมผู้ประท้วงคนสำคัญในเดือนตุลาคม 2563 รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ มองว่า เมื่อขาดแกนนำไปอาจทำให้ขบวนการอยู่นอกเหนือการควบคุมได้ และไม่สามารถริเริ่มทางยุทธศาสตร์ได้ ผู้ประท้วงยึดถือคติ “ทุกคนคือแกนนำ” หันไปนิยมสวมเครื่องแต่งกายสีดำเพื่อให้ปลอดภัยและลดความสะดุดตา

มีการพกเสื้อกันฝนและร่มโดยส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันสารเคมีที่ตำรวจอาจใช้ ผู้ประท้วงหันไปใช้การสื่อสารแบบเกมป้องปากและภาษามือเนื่องจากไม่สามารถใช้รถติดเครื่องขยายเสียง มีการใช้สื่อสังคมกระจายข่าวสาร กลุ่มแชตดังกล่าวยังเป็นที่สำหรับเลือกจัดการชุมนุมครั้งถัดไปด้วย ด้านขบวนการนักศึกษาย้ายไปใช้แอปพลิเคชันเทเลแกรม

หลังมีข่าวว่าทางการเตรียมใช้อำนาจปิดหน้าเดิมด้วย ในระยะหลัง ผู้ร่วมชุมนุมใช้ร่มต่างโล่ บ้างสวมหมวกกันน็อก แว่นตาและหน้ากากกันแก๊ส และมีการปรับใช้ยุทธวิธีสายน้ำแบบการประท้วงในฮ่องกง หลังการสลายการชุมนุมในวันที่ 16 ตุลาคม แฮชแท็ก #WhatsHappeningInThailand (เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย) มีการใช้มากขึ้น โดยมีการเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและเกาหลี ในแพลตฟอร์มสื่อสังคมหลายแห่ง เพื่อเรียกความสนใจของประชาคมโลกถึงสถานการณ์ในประเทศ

การสาดสีเป็นวิธีการแสดงออกอย่างหนึ่งที่ผู้ประท้วงเลือกใช้ ซึ่งมีผู้ประท้วงแสดงความเห็นเป็นวิธีการแสดงออกแบบใหม่ ส่วนไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ แสดงความเห็นถึงผู้ที่มองว่าไม่เหมาะสมไว้ว่า “มันคือสังคมดัดจริตเกินไป ในขณะที่ขีดเขียนถนนแล้วโดนวิพากษ์วิจารณ์ หรือใด ๆ ก็ตามที่ทำถนนเลอะเทอะ มองภาพใหญ่เรากำลังโดนกดขี่ และทำให้สังคมสกปรกมากกว่านั้นอีก การขีดเขียนพวกนี้เป็นเรื่องเล็กครับ”

ผลของการประท้วงของกลุ่มรีเด็มซึ่งใช้ยุทธวิธีไร้แกนนำในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ทำให้ผู้ประท้วงหลายคนกลับมาทบทวนยุทธวิธีดังกล่าว แม้ว่ายุทธวิธีนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเสมอภาค แต่ผู้ประท้วงก็ไม่รู้จะฟังใคร ไม่มีวิธีลดระดับความรุนแรง อดีตนักเคลื่อนไหว นปช. คนหนึ่งให้ความเห็นว่า ยุทธวิธีแบบนี้ใช้ได้ผลดีหากเป็นการปักหลักชุมนุมอยู่กับที่ โดยมีกำหนดการต่าง ๆ ชัดเจน

ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ศาสตราจารย์แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินว่า ผู้ชุมนุมเริ่มมีจำนวนลดน้อยลงหลังผู้ชุมนุมคนสำคัญถูกจำคุก และเมื่อมีการแสดงสัญลักษณ์ค้อนเคียวในช่วงปลายปี 2563 และมองว่าเป้าหมายของกลุ่มเอื้อมไม่ถึงและใช้ยุทธวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดผล